วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน 2569

Login
Login

ปภ. ยกระดับรับมือฝนตกหนัก เหนือ-อีสาน สั่งตั้งศูนย์พักพิง 24 ชม.

ปภ. ยกระดับรับมือฝนตกหนัก เหนือ-อีสาน และตราด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมตั้งศูนย์พักพิง 24 ชม. เร่งจ่ายเยียวยา 9,000 บาท เข้าพร้อมเพย์ 8 ก.ย. นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์สาธารณภัยอย่างเข้มข้น ล่าสุดมีการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 25/2569 โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั่วประเทศ ทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดตราด

เตือนภัยฝนตกหนัก 5-7 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

จากการติดตามสภาพอากาศและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 5-7 กันยายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปภ. จึงออกเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ตามลุ่มแม่น้ำโขง พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่ลุ่มต่ำ เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และปัญหาน้ำท่วมขังขังชั่วคราวในระยะสั้นอย่างใกล้ชิด

เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย 9,000 บาท/ครัวเรือน เงินชุดแรกเข้าพร้อมเพย์ 8 ก.ย.

นอกจากการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติแล้ว ด้านการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลและ ปภ. ให้ความสำคัญสูงสุด หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ใด ขอให้ทางจังหวัดประสานงานร่วมกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยผ่านหอเตือนภัย หรือระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ข่าวสารส่งตรงถึงมือถือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ทาง ปภ. ได้เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเร่งตรวจสอบและพิจารณาข้อมูลผู้ได้รับความเสียหาย แล้วรีบส่งข้อมูลกลับมายัง ปภ. เพื่ออนุมัติและโอนเงินเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay)

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ เผยความคืบหน้าว่า ปภ. ได้ทำการส่งมอบข้อมูลผู้ประสบภัยชุดแรก ซึ่งรวมถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ไปยังธนาคารออมสินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดการณ์ว่าประชาชนกลุ่มแรกจะได้รับเงินโอนเยียวยาเข้าบัญชีภายในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 นี้อย่างแน่นอน

สั่งการ 6 มาตรการเข้ม รับมืออุทกภัยและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อให้การบริหารจัดการภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองอธิบดี ปภ. ได้มอบหมายแนวทางปฏิบัติงานให้แก่จังหวัดและหน่วยงานในสังกัด ดังนี้

1.) เฝ้าระวังระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ให้จังหวัดติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจุดเสี่ยงดินโคลนถล่มและน้ำท่วมซ้ำซาก ประสานงานกับหน่วยงานพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำเพื่อคาดการณ์พื้นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้แม่นยำและรวดเร็ว

2.) ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญให้ประชาชนทราบ เร่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำ พื้นที่เสี่ยง ศูนย์พักพิงชั่วคราว จุดจอดรถปลอดภัย เส้นทางอพยพ และวิธีรับมืออุทกภัย รวมถึงเตือนผู้ประกอบการและประชาชนตลอดแนวแม่น้ำโขงและแม่น้ำสายหลักให้เตรียมยกของขึ้นที่สูง งดกิจกรรมทางน้ำเสี่ยงอันตราย และสั่งปิดกั้นพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความเสี่ยง

3.) เช็กความพร้อมโครงสร้างและเครื่องจักรกล ตรวจสอบความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม เขื่อน ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ซ่อมแซมจุดชำรุด กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยศูนย์ ปภ. เขต พร้อมสนับสนุนกำลังพลและเครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมง

4.) จัดตั้งศูนย์พักพิงและดูแลเส้นทางการคมนาคม เตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีอาหารและน้ำดื่มสะอาดเพียงพอ ประสานกรมทางหลวงและท้องถิ่นตรวจสอบสะพานและถนน หากถูกน้ำท่วมตัดขาดหรือไม่ปลอดภัย ให้ปิดการสัญจรทันที พร้อมติดป้ายเตือนและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก

5.) บูรณาการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก หากเกิดอุทกภัย ให้จังหวัดขับเคลื่อนการช่วยเหลือผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด บูรณาการทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ เป็นลำดับแรก

6.) ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทีมกู้ภัยทุกคนที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ

หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทาง สายด่วนนิรภัย 1784 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง