สรุปลิสต์รายการ เงินช่วยเหลือเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ได้เงิน 2,240-16,000 บาทต่อไร่ เยียวยาไม่เกิน ครัวเรือนละ 30 ไร่ อัปเดตขั้นตอนการยื่น พร้อมรอ ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชี
เกษตรกรทั่วประเทศต้องฟัง! กรมส่งเสริมการเกษตร คลี่แผนจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชระลอกใหม่ สรุปลิสต์รายการ ยกระดับเกณฑ์รัฐจ่ายเงินชดเชย ได้เงิน 2,240-16,000 บาทต่อไร่ ครอบคลุมทั้งข้าว พืชไร่ ไม้ผล รวมถึงแปลงดินโคลนทับถม เผยรอบนี้ใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เจาะลึก 3 ขั้นตอนสำคัญ ยื่นแบบ กษ 01 และช่องทางเช็กสิทธิ์จริงก่อน ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชี ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
ท่ามกลางวิกฤตภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทำการเกษตรอย่างหนัก ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร ได้สรุปหลักเกณฑ์ อัตราชดเชยเงินเยียวยา และกระบวนการขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อให้พี่น้องชาวไร่ ชาวนา และสวนเกษตร สามารถรักษาสิทธิ์ของตนเองได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด
โดยมาตรการรอบนี้มีความพิเศษตรงที่ "เพิ่มอัตราการชดเชยและครอบคลุมความเสียหายที่หลากหลายขึ้น" ไม่ว่าจะเป็นพืชหลัก แปลงเกษตรที่ถูกโคลนทับถม ไปจนถึงกลุ่มผู้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและนาเกลือทะเล
เปิดอัตราจ่ายเงินชดเชย ใครได้เท่าไหร่? (เยียวยาสูงสุด 30 ไร่/ครัวเรือน)
รัฐบาลกำหนดกรอบการช่วยเหลือยึดตามพื้นที่เสียหายจริง ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ (ยกเว้นแปลงโคลนทับถม) โดยแบ่งอัตราการจ่ายตามประเภทพืช ดังนี้
- ข้าว (พืชเศรษฐกิจหลัก): รับเงินชดเชย 2,240 บาท/ไร่
- พืชไร่และพืชผัก: รับเงินชดเชย 3,180 บาท/ไร่
ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ
- กรณีเสียหายสิ้นเชิง: รับเงินชดเชย 6,800 บาท/ไร่
- กรณีต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโต: รับเงินชดเชย 3,400 บาท/ไร่
แปลงปลูกที่มีดินโคลนทับถม: รับเงินชดเชยสูงสุด 16,000 บาท/ไร่ (จำกัดไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่)
นาเกลือทะเล: รับเงินชดเชย 3,666 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 30 ไร่)
กลุ่มแมลงเศรษฐกิจ (กรณีสูญหาย/รังเสียหาย ไม่เกิน 30 รัง/ต้น/บ่อ)
- ผึ้งโพรง / ผึ้งพันธุ์: 2,000 บาท/รัง
- ผึ้งชันโรง: 1,500 บาท/รัง
- ครั่ง: 1,700 บาท/ต้น
- จิ้งหรีด: 2,000 บาท/บ่อ
หมายเหตุสำคัญ: ผลบังคับใช้ของเกณฑ์การช่วยเหลือนี้ ครอบคลุมเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
3 เงื่อนไขเหล็ก! ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้หมดสิทธิ์ได้เงินทันที
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการยื่นเอกสาร กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำเตือนว่า เกษตรกรที่จะมีสิทธิ์ได้รับเงินโอนจาก ธ.ก.ส. จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎเหล็ก 3 ข้อ ดังนี้
- ข้อที่ 1: ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ให้เป็น "ปัจจุบัน" ก่อนวันเกิดภัยพิบัติเท่านั้น (หากทำหลังเกิดภัย จะถือว่าขาดคุณสมบัติทันที)
- ข้อที่ 2: เป็นพื้นที่เสียหายจริง จากเหตุภัยพิบัติ
- ข้อที่ 3: พื้นที่ดังกล่าว ต้องอยู่ใน "เขตประกาศการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน" โดยผู้ว่าราชการจังหวัด
คู่มือ 3 ขั้นตอนปฏิบัติ ทำอย่างไรให้ได้เงินชดเชยชัวร์ ไม่ตกสำรวจ
หากพื้นที่เกษตรของคุณเข้าข่ายได้รับความเสียหาย ให้เร่งดำเนินการตาม 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อรักษาสิทธิ์
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบและอัปเดตทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล
เช็กสถานะตนเองว่าอัปเดตข้อมูลปีปัจจุบันแล้วหรือยัง สามารถทำได้ 2 ช่องทาง
- ยื่นเรื่อง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน
- ตรวจสอบ/ปรับปรุงข้อมูลผ่าน แอปพลิเคชัน Farmbook (สมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล)
ขั้นตอนที่ 2: ยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (แบบ กษ 01)
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม กษ 01 ได้ที่เว็บไซต์ disaster.doae.go.th หรือขอรับได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ
- สำคัญมาก: ต้องนำแบบ กษ 01 ให้ผู้นำท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน / กำนัน / นายก อบต. / นายกเทศมนตรี) ตรวจสอบและ ลงนามรับรองความเสียหาย ก่อนยื่นเรื่อง
ขั้นตอนที่ 3: เข้าร่วมกระบวนการทำประชาคม & ตรวจสอบรายชื่อ
- คณะอนุกรรมการระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นจะนำรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไป ติดประกาศในชุมชนไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อทำประชาคมความถูกต้อง
- เมื่อผ่านกระบวนการอนุมัติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรง เพื่อตัดปัญหาเรื่องมิจฉาชีพและการสวมสิทธิ์
เปิด Timeline วงจรการอนุมัติเงิน รู้ไว้จะได้ไม่โดนหลอก!
กระบวนการทั้งหมดนับตั้งแต่วันเกิดภัยพิบัติ จนถึงขั้นตอนการพิจารณาจ่ายเงิน มีระยะเวลาดำเนินการรวมไม่เกิน 3 เดือน โดยมีขั้นตอนอนุมัติงบประมาณตามลำดับความเสียหาย
- ระดับอำเภอ: สำนักงานเกษตรอำเภอ เสนอเรื่องให้ ก.ช.ภ.อ. พิจารณาตามวงเงินจัดสรร
- ระดับจังหวัด: หากวงเงินอำเภอไม่พอ จะส่งเรื่องต่อให้ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาอนุมัติ
- ระดับกระทรวง: หากงบจังหวัดยังไม่เพียงพอ ก.ช.ภ.จ. จะขออนุมัติใช้เงินทดรองราชการ ในอำนาจของ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไป
คำเตือนภัยจากภาครัฐ ระวังมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน!
เนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. หรือเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ SMS หรือส่งลิงก์ปลอมอ้างว่า "ช่วยเร่งรัดเงินเยียวยาเกษตรกร"
ขอย้ำว่า
- ธ.ก.ส. จะโอนเงิน เข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น ไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน
- การยื่นเอกสารต้องทำผ่าน สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือระบบของภาครัฐเท่านั้น
- ติดตามข่าวสารจากช่องทางราชการ หรือสอบถามโดยตรงที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เท่านั้น





