วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

สตูลนำร่อง 'สนามบินน้ำ' บินลัดฟ้าสู่เกาะหลีเป๊ะ ไม่ต้องง้อเรือ

สตูลนำร่อง "สนามบินน้ำ" เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ ยกระดับเดินทางอันดามันสุดคูล บินตรงลงผิวน้ำ ไม่ง้อเรือนาน เร่งสรุปผลใน 30 วัน!

วันนี้ (3 ก.ย. 69) รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการเดินทางครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับโครงข่ายคมนาคมทางอากาศเพื่อเปิดประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกและพื้นที่เกาะสำคัญ โดยแต่งตั้งให้จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่นำร่องในการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดตั้งสนามบินน้ำและจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำ (Seaplane) หวังเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน

รัฐบาลตั้งเป้า "สตูลโมเดล" ต้นแบบคมนาคมทางอากาศฝั่งอันดามัน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมได้เริ่มขับเคลื่อนแนวคิด “สตูลโมเดล” เพื่อศึกษาการจัดตั้งสนามบินน้ำหรือจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำโดยหน่วยงานภาครัฐ

เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือการยกระดับความสะดวกในการเดินทางไปยัง "เกาะหลีเป๊ะ" ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ ในน่านน้ำอันดามัน การพัฒนา Seaplane ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจากฝั่งไปยังเกาะ แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูง (High-Value Tourism) ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง

กระทรวงคมนาคมสั่งตั้งคณะทำงาน เร่งรายงานผลเบื้องต้นใน 30 วัน

ด้านนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานเปิดการหารือเพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ พร้อมมอบหมายให้จังหวัดสตูลเร่งจัดตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้ทันที

กระทรวงคมนาคมได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจน ให้คณะทำงานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ กำหนดจุดที่ปลอดภัย และจัดทำรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน 30 วัน เพื่อให้การผลักดันโครงการเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

เปิดมิติใหม่ ภาครัฐลงมือจัดตั้งและกำกับดูแลสนามบินน้ำมาตรฐานสากล

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเสริมว่า จุดเด่นของแนวทางนี้คือการที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทเป็นผู้จัดตั้งสนามบินน้ำ หรือกำหนดจุดขึ้นลงชั่วคราว พร้อมวางระบบการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้โครงสร้างพื้นฐานทางอากาศรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Seaplane ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ในปัจจุบัน แม้จะมีผู้ประกอบการสายการบินเอกชนหลายรายอยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งจุดขึ้นลงสนามบินน้ำ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) แต่การศึกษาของภาครัฐจะดำเนินควบคู่กันไปอย่างรัดกุม โดยเน้นย้ำปัจจัยสำคัญ 3 ประการ:

  1. ไม่กีดขวางเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ต้องไม่กระทบต่อการเดินเรือและการขนส่งทางทะเลที่มีอยู่เดิม
  2. มาตรฐานความปลอดภัยสูง กำหนดพื้นที่และเส้นทางการบินที่ได้มาตรฐานการบินสากล
  3. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ Ecosystem และปะการังในพื้นที่

หากโครงการนำร่องที่จังหวัดสตูลประสบความสำเร็จ จะถูกใช้เป็น "ต้นแบบ" (Model) ในการพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทางอากาศไปยังเกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อการพัฒนาร่วมกัน

เพื่อให้การดำเนินโครงการครอบคลุมและรอบด้าน คณะทำงานระดับจังหวัดจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ทั้งหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม สมาคมการท่องเที่ยว กรมเจ้าท่า หน่วยงานกำกับดูแลการบิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้ประกอบการเอกชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพิจารณาจุดขึ้นลงและรูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับเกาะหลีเป๊ะให้มีความลงตัวทั้งด้านเศรษฐกิจและการอนุรักษ์

ประโยชน์ทวีคูณ มากกว่าการท่องเที่ยว คือการแพทย์และภารกิจฉุกเฉิน

นางสาวลลิดา เน้นย้ำว่า รัฐบาลมองเห็นศักยภาพของ Seaplane ที่ไกลกว่าเรื่องการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานมิติต่างๆ ดังนี้

  • การเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล เพิ่มศักยภาพในการเดินทางไปยังเกาะหรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากในยามปกติ
  • สนับสนุนภารกิจสาธารณสุข ใช้เป็นยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล (Medical Evacuation) เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิต
  • สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เกิดการจ้างงานใหม่ๆ ทั้งในภาคการบิน การบริการ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องในท้องถิ่น

"รัฐบาลต้องการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้สตูลเป็นพื้นที่นำร่องในการศึกษา Seaplane เชื่อมเกาะหลีเป๊ะและฝั่งอันดามัน แต่การพัฒนาต้องเดินไปพร้อมกับความปลอดภัย การรับฟังประชาชน และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เป้าหมายคือให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกขึ้น ขณะที่รายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจต้องกระจายกลับไปถึงคนในพื้นที่ด้วย" นางสาวลลิดา กล่าว

ยกระดับไทยสู่ High-Value Tourism อย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการ Seaplane นับเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลไทยในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการท่องเที่ยวไปสู่ "การท่องเที่ยวมูลค่าสูง" (High-Value Tourism) ด้วยการใช้นวัตกรรมคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชุมชนท้องถิ่น และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้คงความสมบูรณ์อย่างยั่งยืน