ผ่าแผนปรับโครงสร้างรัฐ สำนักงาน ก.พ. เปิดหลักเกณฑ์ยุบตำแหน่งข้าราชการทั่วประเทศ ปรับลด 11 สายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็น ย้ำปรับโครงสร้างกำลังคน เมื่อเกษียณอายุราชการ
การปฏิรูประบบราชการไทยครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้น หลัง มติ ครม. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 อนุมัติแนวทางปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ผ่าแผนปรับโครงสร้างรัฐ ล่าสุด "สำนักงาน ก.พ." เปิด หลักเกณฑ์ยุบตำแหน่งข้าราชการทั่วประเทศ ปรับลด 11 สายงานสนับสนุน ที่ไม่จำเป็น ย้ำปรับโครงสร้างกำลังคน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณอายุราชการ หรือพ้นจากตำแหน่ง ปิดเก้าอี้ถาวร ตั้งปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคลื่นความวิตกกังวลในหมู่คนทำงานภาครัฐและผู้ที่เตรียมสอบรับราชการอย่างกว้างขวาง ล่าสุดวานนี้ 24 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ได้ออกหนังสือชี้แจงเจตนารมณ์เชิงลึกถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างเป็นทางการแล้ว
ส่งสัญญาณ "ภารกิจยังอยู่ แต่สถานะเปลี่ยน" ยันไม่ปลดคนเก่า-ไม่ลุยยกเลิกวิชาชีพ
สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงเจตนารมณ์มติคณะรัฐมนตรี 11 สิงหาคม 2569 เรื่อง การทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงาน เป็นการปรับ “รูปแบบการจ้างงาน” มิใช่การยกเลิก “ภารกิจหรือวิชาชีพ”
ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐและกำหนดมาตรการให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการในสายงานสนับสนุน จำนวน 11 สายงาน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุราชการหรือพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป นั้น
สำนักงาน ก.พ. ขอชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวมิใช่การยกเลิกภารกิจ ยกเลิกตำแหน่งงานหรือวิชาชีพ และมิได้หมายความว่าบุคลากรใน 11 สายงานดังกล่าวไม่มีความสำคัญหรือไม่มีความจำเป็นต่อภาครัฐ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบบริหารกำลังคนภาครัฐให้เหมาะสมกับลักษณะภารกิจ รูปแบบการทำงาน และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
รัฐบาลและสำนักงาน ก.พ. ให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกสายงานและทุกวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม การที่ภาครัฐยังมีความจำเป็นต้องดำเนิน “ภารกิจ” ใด มิได้หมายความว่าผู้ปฏิบัติงานในภารกิจนั้นจำเป็นต้องได้รับการจ้างงานในสถานะ “ข้าราชการ” ในทุกกรณี เนื่องจากภาครัฐมีรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ การจ้างตามสัญญา ตลอดจนรูปแบบการจ้างงานอื่น ซึ่งแต่ละรูปแบบมีวัตถุประสงค์และความเหมาะสมกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน
แนวทางหลังตำแหน่งว่าง ทบทวนงานตามจริง เลือกรูปแบบจ้างงานยืดหยุ่นทดแทน
มาตรการดังกล่าวจึงมุ่งทบทวนความจำเป็นของการใช้กำลังคน “รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ” ใน 11 สายงาน โดยเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมพ้นจากตำแหน่ง ส่วนราชการจะต้องพิจารณาภารกิจ กระบวนการและวิธีการทำงาน รวมทั้งปริมาณงานและความจำเป็นในการใช้บุคลากร
หากภารกิจนั้นยังมีความจำเป็น ส่วนราชการยังสามารถจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ทักษะ และคุณวุฒิที่เหมาะสมกับภารกิจนั้นได้ โดยพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมและมีความยืดหยุ่นมากกว่า
ยกเคส "บรรณารักษ์" ชี้ช่องทางรอด งานยังอยู่ แต่อาจมาในรูปแบบ "พนักงานราชการ"
ตัวอย่างเช่น กรณีสายงานบรรณารักษ์ มติคณะรัฐมนตรีมิได้มีเจตนาให้ส่วนราชการยกเลิกห้องสมุด หรือยกเลิกการใช้บุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านบรรณารักษศาสตร์
หากส่วนราชการยังมีภารกิจด้านห้องสมุด การจัดการสารสนเทศ หรือองค์ความรู้ และยังจำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านดังกล่าว ส่วนราชการยังสามารถจ้างบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เช่น ในรูปแบบพนักงานราชการตามสัญญาจ้างได้ เพียงแต่เมื่ออัตราข้าราชการเดิมว่างลงจะไม่มีการคงอัตราข้าราชการไว้โดยอัตโนมัติ
หลักคิดเดียวกันทั้ง 11 สายงาน ไม่เน้นลดความสำคัญ แต่เน้นใช้เทคโนโลยีและรวมทรัพยากรคุ้มค่า
ในทำนองเดียวกัน หลักการดังกล่าวใช้กับทั้ง 11 สายงาน มิได้มุ่งลดความสำคัญของสายงานใดสายงานหนึ่งเป็นการเฉพาะ
แต่ต้องการให้ส่วนราชการพิจารณาว่า งานใดยังจำเป็น งานใดสามารถปรับกระบวนการหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ งานใดสามารถรวมการปฏิบัติงานหรือใช้ทรัพยากรร่วมกัน และงานใดที่ยังจำเป็นต้องใช้บุคลากรควรเลือกใช้รูปแบบการจ้างงานใดจึงจะเหมาะสมกับลักษณะภารกิจและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
คุ้มครองข้าราชการปัจจุบัน ข้าราชการเดิมไม่กระทบ ไม่โดนออก ไม่เปลี่ยนสถานะ
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวมิได้มีผลทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในปัจจุบันต้องออกจากราชการหรือเปลี่ยนสถานะการจ้างงาน
แต่เป็นการทยอยดำเนินการเมื่ออัตราว่างลงตามเงื่อนไขที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด จึงเป็นการปรับโครงสร้างกำลังคนในระยะยาว โดยไม่กระทบต่อสถานภาพของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน
เป้าหมายระยะยาว รัฐไทยปรับตัวสู่องค์กรกระชับ ใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนบริการประชาชน
การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ซึ่งมิได้มุ่งเพียงการลดจำนวนตำแหน่ง แต่กำหนดให้ส่วนราชการดำเนินการควบคู่กับการวางแผนกำลังคน
- การทบทวนบทบาทภารกิจและโครงสร้าง
- การปรับปรุงกระบวนการและวิธีการทำงาน
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้
รวมถึงการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่มีอยู่ เพื่อให้ภาครัฐสามารถปฏิบัติภารกิจและให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กำลังคนและงบประมาณที่เหมาะสม
ก.พ. พร้อมสปีดสร้างความเข้าใจ เตรียมออกแนวปฏิบัติให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
สำนักงาน ก.พ. จะจัดทำแนวทางเพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ส่วนราชการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องของภารกิจ คุณภาพการให้บริการประชาชน ความเหมาะสมของรูปแบบการจ้างงาน และการใช้กำลังคนภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าเป็นสำคัญ
อ้างอิง-ภาพ : สำนักงาน ก.พ.



