วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2569

Login
Login

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

คนไทยรับมืออย่างไร? เกิดขึ้นแล้ว แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี "วงแหวนแห่งไฟ" เริ่มขยับ ย้ำเหตุแรงสุด แผ่นดินไหว 7.8 ฟิลิปปินส์ ล่าสุดแผ่นดินไหวอินโด 7.7

เปิดสถิติภัยพิบัติปี 2569 โลกเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.0 ขึ้นไปแล้วถึง 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศและพื้นที่ ตั้งแต่เหตุการณ์รุนแรงสุด 7.8 ที่ฟิลิปปินส์ จนถึงระทึกล่าสุด แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย ขนาด 7.7 ที่เกาะฟลอเรส  

ด้าน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) เร่งกางข้อมูลวิเคราะห์ย้ำชัด เหตุการณ์ทั้งหมดปะทุตามแนว "วงแหวนแห่งไฟ" พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรประมาท! ชี้ไทยยังมี 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง และ พื้นที่ชั้นดินอ่อน โดยเฉพาะตึกสูงกรุงเทพฯ ที่อาจรับรู้แรงสั่นสะเทือนระยะไกล

ชวนคนไทยเช็กลิสต์วิธีเอาตัวรอด "หมอบ–ป้อง–เกาะ" สัญญาณเตือนสึนามิธรรมชาติอันดามัน และการจัดกระเป๋าฉุกเฉิน Go Bag 72 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างถูกวิธีโดยไม่ตื่นตระหนก

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

ผ่าวิกฤต "วงแหวนแห่งไฟ" มหานครทั่วโลกเสี่ยง แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดแบบสุ่ม!

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และส่งเสริมการเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกต้องโดยไม่ตื่นตระหนก

จากข้อมูลที่รวบรวมถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไป มีจำนวน 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศและพื้นที่

โดยเหตุการณ์ที่มีขนาดสูงสุดคือ แผ่นดินไหวขนาด 7.8 บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดเป็นแผ่นดินไหวขนาด 7.7 บริเวณฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 04.58 น. ตามเวลาประเทศไทย

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี
 

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

แผ่นดินไหวส่วนใหญ่ของโลกไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่กระจุกตัวตามแนวรอยต่อแผ่นธรณีภาค หรือ Plate Boundaries โดยเฉพาะบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แผ่นธรณีภาคชนกัน มุดตัว แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน การสะสมและปลดปล่อยพลังงานตามแนวรอยเลื่อนจึงทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟบ่อยกว่าพื้นที่ภายในแผ่นธรณีภาค

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

ถอดรหัสคำศัพท์วิทยาศาสตร์ "แมกนิจูด" กับ "ริกเตอร์" ต่างกันอย่างไร? ทำไมตัวเลขถึงปรับเปลี่ยนได้?

คำว่า “ขนาดแผ่นดินไหว” หรือ Magnitude หมายถึงขนาดของแหล่งกำเนิดและพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา โดยเหตุการณ์ขนาดใหญ่ในปัจจุบันมักรายงานด้วยมาตราโมเมนต์แมกนิจูด หรือ Mw มากกว่าการใช้คำว่า “ริกเตอร์” 

ขณะที่ ความรุนแรงของการสั่นสะเทือน หรือ Intensity จะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากศูนย์เกิด ความลึก ลักษณะดินและหิน ตลอดจนรูปแบบและมาตรฐานของอาคาร

ตัวเลขขนาดในประกาศระยะแรกอาจแตกต่างจากตัวเลขที่ปรับปรุงภายหลังได้ เช่น หน่วยงานไทยรายงานเหตุการณ์ล่าสุดในระยะแรกที่ขนาด 7.5 ขณะที่ BMKG และ USGS ปรับปรุงข้อมูลเป็นขนาด 7.7 เมื่อได้รับข้อมูลจากสถานีตรวจวัดเพิ่มขึ้น ความแตกต่างดังกล่าวเป็นกระบวนการปรับค่าทางวิทยาศาสตร์ และไม่ได้หมายความว่าเป็นเหตุการณ์คนละเหตุการณ์
 

วิเคราะห์ภัยสึนามิ & ผลกระทบต่อไทย ห่าง 3,373 กิโลเมตร ปลอดภัยแค่ไหน?

แผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิทุกครั้ง การเกิดสึนามิขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก กลไกการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน และการยกหรือทรุดตัวในแนวดิ่งของพื้นทะเลอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้มวลน้ำปริมาณมากเคลื่อนตัวออกจากจุดกำเนิด

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวบริเวณฟลอเรสอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 3,373 กิโลเมตร และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ตามข้อมูลที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 

ดังนั้น ประชาชนไทยยังไม่ควรตื่นตระหนกหรือดำเนินการอพยพจากเหตุการณ์นี้ เว้นแต่จะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากหน่วยงานทางการ

เช็กพิกัด 16 กลุ่มรอยเลื่อนไทย และจุดตาย "ตึกสูง-ชั้นดินอ่อน" ในกรุงเทพฯ

ประเทศไทยมีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่ม และพื้นที่ใกล้แนวรอยเลื่อนในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และบางส่วนของภาคใต้ควรมีการเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้พื้นที่ดินอ่อนหรือพื้นที่ลุ่มสามารถขยายการสั่นสะเทือนได้ ทำให้ประชาชนในอาคารสูงอาจรับรู้การแกว่งจากแผ่นดินไหวระยะไกลได้ชัดเจนกว่าบางพื้นที่

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

สิ่งที่ประชาชนไทยควรพึงระวังและเตรียมพร้อมเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

1. ไม่ตีความว่าแผ่นดินไหวหลายครั้งทั่วโลกเป็นสัญญาณว่าแผ่นดินไหวใหญ่กำลังจะเกิดในประเทศไทย

ข้อมูลเหล่านี้ใช้สำหรับการติดตามและประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่คำพยากรณ์ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุวัน เวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และหน่วยงานท้องถิ่นเท่านั้น

2. เมื่อเกิดการสั่นไหว ให้ “หมอบ–ป้อง–เกาะ” หมอบลงกับพื้น ป้องกันศีรษะและลำคอ หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรงและยึดเกาะไว้ อยู่ห่างจากกระจก ตู้ ชั้นวางของ และสิ่งของที่อาจหล่น ไม่วิ่งกรูไปยังบันได และไม่ใช้ลิฟต์ขณะอาคารกำลังสั่น เมื่อแรงสั่นหยุดแล้วจึงออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

3. ผู้ที่อยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติและไม่ประเมินอันตรายจากความรู้สึกแกว่งเพียงอย่างเดียว อาคารสูงอาจตอบสนองต่อคลื่นแผ่นดินไหวคาบยาวและแกว่งต่อเนื่องได้ แม้ศูนย์เกิดจะอยู่ห่างออกไป ควรหลีกเลี่ยงหน้าต่างและวัตถุแขวน รอจนแรงสั่นหยุด ตรวจสอบรอยแตกร้าว ความเสียหายของเสา คาน ระบบไฟฟ้า ก๊าซ และลิฟต์ และไม่กลับเข้าอาคารที่มีความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

4. ประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งอันดามันต้องรู้จักสัญญาณธรรมชาติของสึนามิ
หากรู้สึกถึงแผ่นดินไหวรุนแรงหรือสั่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เห็นน้ำทะเลลดลงหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือได้ยินเสียงคำรามจากทะเลให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่สูงหรือเข้าไปด้านในแผ่นดินทันทีเมื่อสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่รอประกาศเตือนเพราะสึนามิจากแหล่งกำเนิดใกล้ชายฝั่งอาจเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่กี่นาที และคลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่คลื่นที่สูงที่สุด

5. เตรียมความพร้อมระดับครอบครัวอย่างน้อย 72 ชั่วโมงจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินหรือ Go Bag ซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย นกหวีด วิทยุหรือโทรศัพท์พร้อมพาวเวอร์แบงก์ สำเนาเอกสารสำคัญ และของจำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง พร้อมกำหนดจุดนัดพบและช่องทางติดต่อของสมาชิกในครอบครัว

คนไทยรับมืออย่างไร? แผ่นดินไหวใหญ่ 7.0 ถล่มโลกเขย่า 11 ครั้งรอบปี

6. เตรียมบ้านและสถานที่ทำงานให้ปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ ยึดตู้ ชั้นวาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของหนักเข้ากับผนัง ไม่วางของหนักเหนือเตียงหรือบริเวณทางออก ตรวจสอบเส้นทางหนีภัย และร่วมซ้อมแผนแผ่นดินไหวของบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน โรงพยาบาล และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

อ้างอิง-ภาพ : USGS, BMKG, กรมอุตุนิยมวิทยา, ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ, กรมทรัพยากรธรณี , UNESCO–IOC , สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ