วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ปภ. ตั้ง War Room 24 ชม. ระดมเครื่องจักรกลรับมือ "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ทั่วประเทศ

เกาะติดสถานการณ์! ปภ. ตั้ง War Room ลุยรับมือ "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ตลอด 24 ชั่วโมง ระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เดินหน้าลุยรับมือ "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการจัดตั้ง War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมพร้อม ตรวจเช็ก เครื่องจักรกลสาธารณภัย และเตรียมแผนสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงและประชาชน

 

วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลสั่งการเข้มให้ทุกจังหวัดตั้ง War Room รับมือและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทาง ปภ. ได้ขานรับนโยบายทั้งการเตรียมคน เครื่องจักรกลสาธารณภัย เทคโนโลยีแจ้งเตือน การช่วยเหลือเยียวยา การอพยพ และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ครบทุกมิติ เพื่อรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง โดยศูนย์ ปภ.เขต พื้นที่เสี่ยง ขับเคลื่อนการปฏิบัติพร้อมรับมือทันที โดยวันนี้หน่วย ปภ. ได้เดินหน้าปฏิบัติตามข้อสั่งการ

โดยพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เชียงราย ได้ร่วมกับสำนักงาน ปภ.จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สรวย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ลงพื้นที่สำรวจสะพานข้ามลำน้ำลาว บ้านป่าแดด-ทุ่งฟ้าผ่า ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย จะนำสะพานถอดประกอบได้ (Bailey bridge) ไปติดตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางสัญจร

ส่วนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แม้สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พบกลุ่มฝนเล็กน้อย แต่ ปภ. ยังคงตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เรือท้องแบน รถอพยพ เครื่องสูบน้ำ ประจำในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย (ต้นน้ำ) 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อพร้อมรับมือหากมีสถานการณ์ภัยเกิดขึ้น

ปภ. ตั้ง War Room 24 ชม. ระดมเครื่องจักรกลรับมือ "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ทั่วประเทศ

 

ขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ ได้ตรวจสอบความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ได้สนับสนุนเข้ามาประจำการที่จังหวัดสุรินทร์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ได้แก่ รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย, รถบรรทุกน้ำ 12,000 ลิตร, รถประกอบอาหาร, เครื่องสูบน้ำ, เรือท้องแบน 5 ลำ พร้อมเครื่องยนต์เรือ รวมถึงเครื่องจักรกลฯ รับมือภัยแล้งและภัยอื่น ๆ ได้แก่ รถดับไฟป่า, รถดับเพลิงพร้อมยานยนต์ดับเพลิงควบคุมระยะไกล (LUF 60), รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว และวันนี้ ศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา จะส่งทรัพยากรสนับสนุนเพิ่มเติมไปยังจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ เรืออลูมิเนียมติดเครื่องยนต์แบบมีป้อมขับสำหรับลำน้ำลึก พร้อมเทรลเลอร์ลากเรือ ซึ่งเป็นเรือที่ใช้ในการกู้ภัย และอพยพคนและสิ่งของได้จำนวนมาก สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็ว

ส่วน พื้นที่ภาคกลาง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี ได้ทดสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต และตรวจเช็กความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อเตรียมสนับสนุนภารกิจจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และและพื้นที่ข้างเคียงที่มีการร้องขอการสนับสนุน

ทั้งนี้ อธิบดี ปภ. ได้กำชับให้หน่วย ปภ.ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้งให้มีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการปฏิบัติกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแจ้งเตือน การเข้าถึงพื้นที่ การช่วยเหลือ การอพยพ และการดูแลประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ปภ. ตั้ง War Room 24 ชม. ระดมเครื่องจักรกลรับมือ "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ทั่วประเทศ