ปภ. ยกระดับวอร์รูม 18 เขตทั่วประเทศ รับมือมรสุมและ Rain Bomb พร้อมเปิดเกณฑ์แจ้งเตือนภัยน้ำท่วมใหม่ เร่งส่งเครื่องจักรช่วยพื้นที่เสี่ยงทันที
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัยฉุกเฉิน มุ่งเน้นการแจ้งเตือนภัยแม่นยำและการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ หลังประเทศไทยเผชิญมรสุมและปรากฏการณ์ Rain Bomb ในหลายพื้นที่
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ร่วมกับคณะผู้บริหาร และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำให้ศูนย์ ปภ. เขต ทำหน้าที่เป็น Command Center และ War Room ระดับพื้นที่ในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วม
การบริหารจัดการเครื่องจักรกลและระบบบัญชาการ
1. วางแผนอิงหลักวิทยาศาสตร์ กำหนดการใช้งานเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ปริมาณน้ำ และช่วงเวลา
2. เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส ปฏิบัติงานบนหลักความถูกต้อง ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
3. บูรณาการตามระบบ ICS เมื่อได้รับการร้องขอจากจังหวัด ให้เข้ารายงานตัวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (ผู้อำนวยการจังหวัด) เพื่อรับมอบหมายภารกิจตามระบบบัญชาการเหตุการณ์
เปิดเกณฑ์เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ชี้แจงเกณฑ์ปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำท่าเพื่อวิเคราะห์การแจ้งเตือนภัย ดังนี้
- พื้นที่เสี่ยง/ชุมชนเปราะบางในกรุงเทพฯ ปริมณฑล พัทยา ศรีราชาระยอง และภูเก็ต ให้พิจารณาจากฝนรายชั่วโมงที่ปริมาณ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป
- พื้นที่อื่นให้พิจารณาฝนรายชั่วโมง 75 มิลลิเมตรขึ้นไป
- ช่วงฤดูฝนจะพิจารณาฝน 24 ชั่วโมง ที่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป
- ช่วงนอกฤดูฝน จะพิจารณาฝน 24 ชั่วโมง ที่ 150 มิลลิเมตรขึ้นไป
- การเฝ้าระวังน้ำท่า ในระดับเฝ้าระวังพิจารณาน้ำท่าต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตร
- ระดับระวังวิกฤตพิจารณาค้ำท่าที่เสมอ หรือ ล้นตลิ่ง
เมื่อข้อมูลเข้าเกณฑ์ดังกล่าว ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะกระจายการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS และกลุ่มไลน์ไปยังผู้อำนวยการศูนย์ ปภ. เขต ควบคู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดทันที เพื่อให้สามารถกระจายข่าวสารเตือนภัยถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างครอบคลุมและทันท่วงที





