ปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการไทยครั้งใหญ่ งบบุคลากรพุ่ง 70% เปิดโผ กระทบใครบ้าง ยุบตำแหน่ง 11 สายงาน เมื่อเกษียณอายุ สำนักงาน ก.พ. เร่งดันออกมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ
รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ข้าราชการไทยครั้งใหญ่ หลังพบงบบุคลากรพุ่งสูงถึง 70% ของงบประจำ มติ ครม. ล่าสุดสั่ง "ตรึงอัตรากำลัง-เบรกจัดสรรตำแหน่งใหม่" พร้อมเปิดโผ กระทบใครบ้าง? ยุบตำแหน่ง 11 สายงาน เมื่อเกษียณอายุ ด้านสำนักงาน ก.พ. เร่งสปีดคลอดมาตรการ "เกษียณอายุก่อนกำหนด เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (เออร์ลี่รีไทร์)" และ "ชะลอการเลื่อนตำแหน่งสูง" หวังผ่าตัดระบบราชการเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ
วิกฤตคลังดันปฏิรูป! รัฐบาลอุ้มไม่ไหว "งบคน" กินเงินแผ่นดิน 70%
ปัญหาการคลังภาครัฐเข้าขั้น "ตึงตัว" หลังงบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศถดถอยไปกับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสูงถึง 70% ของงบทั้งหมด ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างก่อนที่ภาระทางการคลังจะเกินรับมือ
ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอมาตรการคุมเข้มขนาดกำลังคนภาครัฐ โดยมีหัวใจสำคัญคือการ "ตรึงอัตรากำลัง" ห้ามขอจัดสรรข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี และเร่งเคลียร์ตำแหน่งว่างที่ไม่จำเป็นทันที
เปิดโผ "11 สายงานเสี่ยง" เกษียณปุ๊บ ยุบตำแหน่งปั๊บ!
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างแรงกระเลื่อมทั่ววงการราชการ คือการกำหนด 11 สายงานสนับสนุน ที่ไม่ต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภท "ข้าราชการ" อีกต่อไป โดยเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิม เกษียณอายุราชการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ตำแหน่งดังกล่าวจะถูก "ยุบเลิกทันที" แล้วเปลี่ยนไปใช้การจ้างงานรูปแบบอื่นแทน (เช่น การจ้างเหมาบริการ หรือ พนักงานราชการ)
เช็กเลย! 11 สายงานสนับสนุนที่ถูกเล็งยุบตำแหน่ง
- เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง)
- เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
- เจ้าพนักงานสื่อสาร
- เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
- เจ้าพนักงานห้องสมุด
- นายช่างขุดลอก
- นายช่างพิมพ์
- นายช่างภาพ
- นายช่างศิลป์
- บรรณารักษ์ (ยกเว้น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม)
- ผู้ประกาศและรายงานข่าว
นอกจากแผนยุบตำแหน่งสายงานสนับสนุนแล้ว สำนักงาน ก.พ. ยังได้รับมอบหมายให้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายระดับเข้มข้น เพื่อลดจำนวนคนและชะลอการเติบโตทางตำแหน่ง ได้แก่
- มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire): ผลักดันแพ็กเกจจูงใจให้ข้าราชการสมัครใจลาออกก่อนกำหนด เพื่อคืนกรอบอัตรากำลังและลดภาระงบประมาณระยะยาว
- มาตรการชะลอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น: ชะลอการปรับเลื่อนระดับชั้น เพื่อคุมขนาดโครงสร้างผู้บริหารไม่ให้เทอะทะ
- ปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ: ปรับปรุงโครงสร้างสวัสดิการหลังเกษียณให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
ตัดงบตำแหน่งว่าง-ยกเว้นกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ
สำหรับตำแหน่งข้าราชการทั่วไปประเภทวิชาการและประเภททั่วไปที่ ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จะถูกสั่งยุบเลิกทันที (เว้นแต่จะมีการประกาศรับสมัครขึ้นบัญชีไว้แล้ว)
นอกจากนี้ อัตราว่างที่เกิดจากการเกษียณอายุในปี 2570 ที่เดิมเคยทดแทนด้วยพนักงานราชการ จะถูก "ยกเลิกการทดแทน" ในช่วงปี 2571–2575 เพื่อลดขนาดองค์กรอย่างแท้จริง โดยเว้นว่างไว้เพียง สายงานแพทย์/ทันตแพทย์ (สธ.) และ ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ เท่านั้น
เปลี่ยนผ่านสู่ "Digital Government" จ้างเหมาบริการทดแทน
การปฏิรูปรอบนี้ไม่ใช่แค่งานตัดงบ แต่คือการ Disrupt ระบบราชการไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทำงานแทนคน (Automation & AI) ควบคู่กับการใช้มาตรการ Outsource / จ้างเหมาบริการ ในงานเอกสารและงานสนับสนุนทั่วไป เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
อ้างอิง-ภาพ : รัฐบาลไทย , สำนักงาน ก.พ. (OCSC)



