วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

รื้อใหญ่ ปลัด อบต. เงินเดือนแซง ปลัดกระทรวง และยุบหน่วยงานทับซ้อน

รัฐบาลเตรียมรื้อใหญ่อีก พบ ปลัดเทศบาล ปลัด อบต. ได้เงินเดือนข้าราชการและค่าตอบแทนสูงกว่า ปลัดกระทรวง พร้อม ยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ดันเออร์ลี่รีไทร์ Early Retire

เป็นเรื่องแล้ว! วิกฤตความเหลื่อมล้ำระบบราชการไทย อัปเดตล่าสุด ปลัดเทศบาล - ปลัด อบต. ได้เงินเดือนข้าราชการและค่าตอบแทนสูงลิ่วล้ำหน้า "ปลัดกระทรวง" ผู้ดูแลนโยบายคนทั้งประเทศ รัฐบาลสั่งยกเครื่องครั้งใหญ่ รื้อระบบเงินเดือนทั่วประเทศ

พร้อมเตรียมดันแผนผ่าตัด ยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ที่ทับซ้อนและผิดกฎหมาย ชูเทคโนโลยีทดแทนคน และเปิดทางรอดด้วยแพ็กเกจโอนย้าย - เข้าร่วมโครงการ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เออร์ลี่รีไทร์ (Early Retire) ตามความสมัครใจ

ความเหลื่อมล้ำสั่นคลอนระบบ! เมื่อคนดูแลท้องถิ่น รายได้แซงผู้บริหารระดับกระทรวง

กลายเป็นประเด็นร้อนแล้วเมื่อความจริงถูกเปิดเผยว่า "ปลัดเทศบาล" และ "ปลัด อบต." ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีฐานเงินเดือนบวกค่าตอบแทนรวมแล้ว สูงกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารสูงสุดของสายงานข้าราชการพลเรือนที่มีภาระรับผิดชอบนโยบายระดับประเทศ

ต้นตอของปัญหานี้เกิดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) มีอิสระในการกำหนดเกณฑ์รายได้และสวัสดิการของตนเอง โดยไม่ได้ยึดโยงกับมาตรฐานกลางของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เหมือนข้าราชการส่วนกลาง ส่งผลให้เกิดภาวะ "เหลื่อมล้ำสุดขั้ว" ในโครงสร้างค่าตอบแทนข้าราชการไทย
 

รัฐบาลจ่อลงดาบ! มอบกรมบัญชีกลางจัดทำ "ระบบบัญชีกลาง" ควบคุมงบฯ ท้องถิ่น

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับถึงข้อเท็จจริงสุดช็อกนี้ พร้อมระบุว่ารัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้ระบบบริหารงานบุคคลเกิดความเหลื่อมล้ำเช่นนี้ได้อีกต่อไป

"เป็นไปได้ยังไงที่ปลัดเทศบาลมีเงินเดือนและค่าตอบแทนเยอะกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งดูแลคนทั้งประเทศและรับผิดชอบภารกิจมหาศาล..."

มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ คือการมอบหมายให้ กรมบัญชีกลาง เร่งจัดทำ "ระบบบัญชีกลาง" เพื่อเข้ามากำหนดมาตรฐาน คุมเข้มการใช้จ่ายงบประมาณ และจัดทำโครงสร้างเงินเดือน-ค่าตอบแทนของท้องถิ่นใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับมาตรฐานกลาง ตรวจสอบได้ และมีความคุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชน

ปฏิรูปใหญ่! สั่งยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ชี้ชัด "ผิดกฎหมาย-ทำงานซ้ำซ้อน"

นอกเหนือจากเรื่องเงินเดือน อีกหนึ่งแรงกระแทกใหญ่คือการเตรียม ยุบเลิกการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางที่ไปตั้งสาขาในส่วนภูมิภาค โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ

การจัดตั้งสำนักงานสาขาในภูมิภาคที่ผ่านมา ถูกชี้ว่านอกจากจะ "ไม่มีกฎหมายรองรับ" ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาการทำงานทับซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด และสูญเสียงบประมาณแผ่นดินโดยไม่จำเป็น
 

ดันระบบดิจิทัลทดแทนสำนักงาน ฟันเฟืองป้องกันทุจริต

บอร์ด ก.พ.ร. มีมติชัดเจนให้ยกเลิกการตั้งสำนักงานสาขาในพื้นที่ แล้วเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบออนไลน์ (E-Government) เข้ามาให้บริการประชาชนแทน

การนำระบบดิจิทัลมาจัดการงานเอกสารและภารกิจต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยลดไซส์โครงสร้างองค์กรให้กระชับและประหยัดงบประมาณเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างมาตรฐานการตรวจสอบที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วประเทศ ลดช่องโหว่การใช้ดลพินิจ และ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กางแพ็กเกจทางรอดข้าราชการ โอนย้ายกลับส่วนกลาง - เข้าร่วม Early Retire

สำหรับบุคลากรและข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการยุบหน่วยงานภูมิภาคในครั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าได้เตรียม "แพ็กเกจรองรับ" ไว้อย่างเป็นธรรม โดยแบ่งออกเป็น 2 ทางเลือกตามความสมัครใจ

  • การโอนย้ายกลับหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อปฏิบัติภารกิจหลักตามโครงสร้างใหม่
  • โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retire) พร้อมเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นการยกเครื่องระบบราชการไทยครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อปรับตัวให้ทันต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนไป มุ่งเน้นองค์กรที่กะทัดรัด ทรงประสิทธิภาพ และมีความโปร่งใสสูงสุด