ตื่นมารับทรัพย์ เงินเข้าแล้ว 1,000 บาทวันนี้ 1 ส.ค.69 รัฐจ่ายเต็มจำนวน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ใช้ได้ บัตรคนจน ผ่านบัตรประชาชน + ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สแกนสิทธิ เป๋าตัง
สะพัดทั่วไทย เงินเข้าแล้ววันนี้ 1 ส.ค.69 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม 2569 ทั้ง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" และโครงการบิ๊กโปรเจกต์ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" รัฐจ่ายเต็มจำนวน วงเงินสูงสุด 1,000 บาทต่อคน มุ่งเป้ากระตุ้นกำลังซื้อฐานรากและบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
พร้อมยกระดับมาตรการรองรับฟู้ดเดลิเวอรี 4 ค่ายใหญ่ Grab, LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood สั่งอาหารออนไลน์ ง่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง เจาะลึกรายละเอียดทั้งหมด วันเงินเข้าถึงวันไหน? สูตรคำนวณเงินสมทบล่าสุด และเงื่อนไขสำคัญที่ผู้มีสิทธิไม่ควรพลาด!
เจาะลึกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการอุดหนุนค่าครองชีพจากภาครัฐ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งถือเป็นงวดสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้ดีเดย์โอนวงเงินสนับสนุนให้กับผู้ได้รับสิทธิตามกำหนดการเรียบร้อยแล้ว
โดยภาพรวมในเดือนนี้แบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ สวัสดิการพื้นฐานผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ มาตรการกระตุ้นการบริโภค "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40"
1. อัปเดตตารางเงินเข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิงหาคม 2569 ได้สิทธิอะไรบ้าง?
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยยืนยันว่า สำหรับผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (ปี 2565) ยังคงได้รับสิทธิต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยระบบจะทำการต่ออายุและโอนสิทธิให้อัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยรายละเอียดวงเงินในเดือนสิงหาคม มีดังนี้
วงเงินเข้าวันที่ 1 สิงหาคม 2569 (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
- วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค: 1,000 บาท/คน/เดือน (ระยะเวลาโครงการพิเศษ มิ.ย. - ก.ย. 69) สำหรับใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน
- ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม: 80 บาท/คน/ 3 เดือน (ใช้ได้ตั้งแต่ กรกฎาคม - กันยายน 2569)
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ: 750 บาท/คน/เดือน ครอบคลุมการเดินทางทั้ง บขส., รถไฟ, ขสมก., รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วม
วงเงินเข้าวันที่ 20 สิงหาคม 2569 (เงินเพิ่มพิเศษเฉพาะกลุ่ม)
เงินเบี้ยความพิการเพิ่มเติม: 200 บาท/คน/เดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการพื้นฐาน 800 บาท/เดือนอยู่แล้ว
ช่องทางการโอน โอนตรงเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีที่ใช้รับเบี้ยความพิการเดิม
2. เจาะลึก "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" บิ๊กโปรเจกต์ดึงเงินสะพัดผ่าน G-Wallet
นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐานแล้ว ตื่นมารับทรัพย์ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ได้ทำการโอนเงินงวดที่ 3 จำนวน 1,000 บาท เข้าสู่ G-Wallet ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ของประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย
โครงการนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลในการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยให้วงเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 4,000 บาทต่อคน (แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569)
เชื่อมต่อ 4 ค่าย "ฟู้ดเดลิเวอรี" ดันเศรษฐกิจดิจิทัล
ความพิเศษของโครงการในรอบนี้ คือการเชื่อมโยงระบบชำระเงินดิจิทัลเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยการดึง 4 แอปพลิเคชันส่งอาหารยักษ์ใหญ่ เข้าร่วม ได้แก่
- GrabFood
- LINE MAN
- ShopeeFood
- Robinhood
ประชาชนสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแอปเดลิเวอรีที่ต้องการ แล้วเลือกชำระเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยระบบจะตัดวงเงินสิทธิที่รัฐช่วยจ่ายให้อย่างสะดวก ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน ยิงยาวจนถึงจบโครงการ 30 กันยายน 2569
3. เปิดสูตรคำนวณเงิน 60/40: ใช้จ่ายอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดต่อวัน?
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง หลักการของ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คือ "รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายสมทบ 40%" โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ รัฐจะช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
สูตรคำนวณการใช้สิทธิ์ให้คุ้มเพดานสูงสุดต่อวัน
- รัฐบาลสนับสนุน (60%): 200 บาท
- ประชาชนจ่ายสมทบ (40%): 133 บาท
- ยอดรวมการซื้อสินค้า/อาหารที่คุ้มที่สุดต่อวัน: 333 บาท
(หมายเหตุ: หากซื้อสินค้าเกิน 333 บาท ส่วนที่เกินประชาชนจะต้องเป็นผู้ชำระเองทั้งหมด)
ข้อควรระวังและช่องทางติดต่อสอบถาม
กรมบัญชีกลางเน้นย้ำให้ประชาชนระวังการแอบอ้างและการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ โดยวงเงินสวัสดิการทั้งหมดไม่มีนโยบายให้แลกเป็นเงินสด และไม่มีการส่ง SMS ให้กดลิงก์เพื่อยืนยันตัวตนใดๆ ทั้งสิ้น
หากมีข้อสงสัยหรือพบปัญหาการใช้งาน สามารถติดต่อช่องทางทางการได้ที่
- Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: โทร. 0 2109 2345
- Call Center กรมบัญชีกลาง: โทร. 0 2270 6400
อ้างอิง-ภาพ : รัฐบาลไทย , กรมบัญชีกลาง , กระทรวงการคลัง



