วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สทนช. เตือน ‘เอลนีโญ’ ปลายปี 69 หนักกว่าปี 58 เสี่ยงฝนทิ้งช่วงยาว

สทนช. ถก 14 หน่วยงาน รับมือฤดูฝนปี 69 เตือนสภาวะเอลนีโญส่อรุนแรงกว่าปี 58 เสี่ยงฝนทิ้งช่วงยาวถึงปี 70 ยันน้ำในเขื่อนใหญ่ยังมีพอ

สทนช. ถกเครียด 14 หน่วยงาน รวบยอดมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 พร้อมรับมือสภาวะ "เอลนีโญ" ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นช่วงท้ายปี อาจหนักกว่าปี 58 และลากยาวถึงปี 2570 ย้ำชัดน้ำต้นทุนเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยายังเพียงพอ แต่ขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

สทนช. จี้ 14 หน่วยงาน เร่งเคลียร์สิ่งกีดขวางทางน้ำ รับมือฝนปี 69

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับ 14 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมชลประทาน, กฟผ., GISTDA, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร ทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์

นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยของไทยจะต่ำกว่าค่าปกติอยู่ร้อยละ 10 แต่หลายพื้นที่ยังคงประสบ ปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำและโครงการก่อสร้างที่บดบังทิศทางการระบายน้ำ

สทนช. จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบงานก่อสร้างอย่างเข้มงวด เร่งเปิดทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และรายงานผลกลับมายัง สทนช. อย่างต่อเนื่อง

เตือนสภาวะ "เอลนีโญ" ทวีความรุนแรง อาจหนักกว่าปี 2558

กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ในที่ประชุมว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) มีแนวโน้มจะทรงพลังและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก

  • ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2569 มีโอกาสพัฒนาเป็น เอลนีโญกำลังแรงมาก ซึ่งอาจรุนแรงยิ่งกว่าสภาวะเอลนีโญเมื่อปี 2558
  • ผลกระทบ พื้นที่ตอนบนของประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับ ภาวะฝนทิ้งช่วง
  • แนวโน้มระยะยาว แม้จะเริ่มอ่อนกำลังลงในเวลาต่อมา แต่คาดว่าสภาวะเอลนีโญนี้จะลากยาวส่งผลกระทบไปจนถึง กลางปี 2570

กักเก็บน้ำต้นทุนย้อนหลัง ยันลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ

แม้ปริมาณฝนในปีนี้จะน้อยลง ส่งผลให้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลดลง แต่จากการวางแผนกักเก็บน้ำต้นทุนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงฤดูฝนปี 2568 ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักยังอยู่ในเกณฑ์น่าพึงพอใจ

เปรียบเทียบปริมาณน้ำใช้การใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

(เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)

  • 1 พฤศจิกายน 2558 (ปีที่วิกฤต) ปริมาณน้ำใช้การ 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • 1 พฤศจิกายน 2568 (ปีที่ผ่านมา) ปริมาณน้ำใช้การ 17,245 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • 1 พฤศจิกายน 2569 (คาดการณ์) ปริมาณน้ำใช้การ 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับบริหารจัดการในปีนี้ยังมีเพียงพอ และสูงกว่าปี 2558 อย่างชัดเจน

สทนช. เตือนอย่าประมาท วอนเกษตรกร-ประชาชน ร่วมมือประหยัดน้ำ

รองเลขาธิการ สทนช. เน้นย้ำว่า แม้น้ำต้นทุนในเขื่อนใหญ่จะมีพอ แต่เนื่องจากสภาวะเอลนีโญมีแนวโน้มลากยาวจนถึงปี 2570 จึงต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท โดยเฉพาะ พื้นที่นอกเขตชลประทาน

  1. ขอความร่วมมือเกษตรกร ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเพาะปลูกตามแผนที่ภาครัฐกำหนดเพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย
  2. ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด

สทนช. พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดรับกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง