สทนช. ถก 14 หน่วยงาน รับมือฤดูฝนปี 69 เตือนสภาวะเอลนีโญส่อรุนแรงกว่าปี 58 เสี่ยงฝนทิ้งช่วงยาวถึงปี 70 ยันน้ำในเขื่อนใหญ่ยังมีพอ
สทนช. ถกเครียด 14 หน่วยงาน รวบยอดมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 พร้อมรับมือสภาวะ "เอลนีโญ" ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นช่วงท้ายปี อาจหนักกว่าปี 58 และลากยาวถึงปี 2570 ย้ำชัดน้ำต้นทุนเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยายังเพียงพอ แต่ขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด
สทนช. จี้ 14 หน่วยงาน เร่งเคลียร์สิ่งกีดขวางทางน้ำ รับมือฝนปี 69
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับ 14 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมชลประทาน, กฟผ., GISTDA, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร ทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์
นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยของไทยจะต่ำกว่าค่าปกติอยู่ร้อยละ 10 แต่หลายพื้นที่ยังคงประสบ ปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำและโครงการก่อสร้างที่บดบังทิศทางการระบายน้ำ
สทนช. จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบงานก่อสร้างอย่างเข้มงวด เร่งเปิดทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และรายงานผลกลับมายัง สทนช. อย่างต่อเนื่อง
เตือนสภาวะ "เอลนีโญ" ทวีความรุนแรง อาจหนักกว่าปี 2558
กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ในที่ประชุมว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) มีแนวโน้มจะทรงพลังและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก
- ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2569 มีโอกาสพัฒนาเป็น เอลนีโญกำลังแรงมาก ซึ่งอาจรุนแรงยิ่งกว่าสภาวะเอลนีโญเมื่อปี 2558
- ผลกระทบ พื้นที่ตอนบนของประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับ ภาวะฝนทิ้งช่วง
- แนวโน้มระยะยาว แม้จะเริ่มอ่อนกำลังลงในเวลาต่อมา แต่คาดว่าสภาวะเอลนีโญนี้จะลากยาวส่งผลกระทบไปจนถึง กลางปี 2570
กักเก็บน้ำต้นทุนย้อนหลัง ยันลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ
แม้ปริมาณฝนในปีนี้จะน้อยลง ส่งผลให้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลดลง แต่จากการวางแผนกักเก็บน้ำต้นทุนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงฤดูฝนปี 2568 ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักยังอยู่ในเกณฑ์น่าพึงพอใจ
เปรียบเทียบปริมาณน้ำใช้การใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
(เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)
- 1 พฤศจิกายน 2558 (ปีที่วิกฤต) ปริมาณน้ำใช้การ 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร
- 1 พฤศจิกายน 2568 (ปีที่ผ่านมา) ปริมาณน้ำใช้การ 17,245 ล้านลูกบาศก์เมตร
- 1 พฤศจิกายน 2569 (คาดการณ์) ปริมาณน้ำใช้การ 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับบริหารจัดการในปีนี้ยังมีเพียงพอ และสูงกว่าปี 2558 อย่างชัดเจน
สทนช. เตือนอย่าประมาท วอนเกษตรกร-ประชาชน ร่วมมือประหยัดน้ำ
รองเลขาธิการ สทนช. เน้นย้ำว่า แม้น้ำต้นทุนในเขื่อนใหญ่จะมีพอ แต่เนื่องจากสภาวะเอลนีโญมีแนวโน้มลากยาวจนถึงปี 2570 จึงต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท โดยเฉพาะ พื้นที่นอกเขตชลประทาน
- ขอความร่วมมือเกษตรกร ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเพาะปลูกตามแผนที่ภาครัฐกำหนดเพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย
- ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด
สทนช. พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดรับกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง


