วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ปรับเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ทบทวนสิทธิ

บัตรคนจนล่าสุด ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ใหม่ “คน-รถ” ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 พร้อมเปิดศูนย์ One Stop Service ช่วยตรวจสอบสิทธิ โดยไม่ต้องอุทธรณ์ เริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน 1 ต.ค.นี้

อัปเดตบัตรคนจนล่าสุด ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ใหม่ “คน-รถ” ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 พร้อมเปิดศูนย์ One Stop Service ช่วยตรวจสอบสิทธิ โดยไม่ต้องอุทธรณ์ เริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน 1 ต.ค.นี้


ปรับเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ทบทวนสิทธิ

 

ครม. เห็นชอบปรับปรุงฐานข้อมูลและเกณฑ์ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเกณฑ์การถือครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หุ้น ตราสารหนี้ และสถานะนักเรียน-นักศึกษา พร้อมตั้งศูนย์ One Stop Service ระดับจังหวัดและอำเภอ ช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนตรวจสอบและทบทวนสิทธิ ขณะที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการเดิมยังได้รับสิทธิต่อเนื่องถึง 30 กันยายน 2569 และผู้ผ่านเกณฑ์โครงการใหม่จะเริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคม 2569

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบความคืบหน้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และเห็นชอบให้ผู้ได้รับสิทธิทุกคนเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

พร้อมกันนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมตามโครงการปี 2565 ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อไม่ให้ประชาชนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและทบทวนสิทธิได้รับผลกระทบ

ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 โดยไม่ต้องรอยื่นอุทธรณ์

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติในระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้ามายื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนก่อน ดังนี้

1) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ กรณีนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมนักเรียนหรือนักศึกษาในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท หรือผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการเรียนรู้
2) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวม

2.1) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

2.2) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร

3) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ TSD ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมากตามที่ TSD กำหนด

 

4) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของ ธปท. ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำมากตามที่ ธปท. กำหนด

5) เกณฑ์รถ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็ก รับจ้าง รถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวม

5.1) รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน ครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูง หรือรถจักรยานยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

5.2) รถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูง หรือรถยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

เปิดศูนย์ One Stop Service ทุกจังหวัดและอำเภอ ช่วยตรวจสอบ-ทบทวนสิทธิ

รัฐบาลยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้ง ศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) รวมถึงผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และต้องการขอทบทวนสิทธิ

ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ประสานงานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสอบสิทธิ ขณะที่กระทรวงการคลังจะเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลระบุว่า การปรับปรุงฐานข้อมูลและหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะช่วยให้การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการของรัฐมีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นธรรมมากขึ้น ทำให้การใช้งบประมาณของภาครัฐเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์อย่างแท้จริง