อธิบดีกรมป่าไม้สั่ง “พยัคฆ์ไพร” ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทเอกชนใน จ.สงขลา หลังมีผู้ร้องเรียนกรณีใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 103 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง 27 รายการ เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงและตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้ชุดปฏิบัติการพิเศษและหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสว่าบริษัทดำเนินกิจการอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนเขาวัง ป่าคลองต่อ และป่าเทือกเขาแก้ว โดยให้ตรวจสอบว่าการใช้พื้นที่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่
การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างจริงจัง
ภารกิจตรวจสอบนำโดยสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) พร้อมบูรณาการกำลังกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจป่าไม้ ตำรวจ สภ.ฉลุง เทศบาลตำบลทุ่งตำเสา ผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่รวม 103 ไร่ 52 ตารางวาและพบสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่ 27 รายการ
ขณะเดียวกัน การยางแห่งประเทศไทยได้ส่งมอบเอกสารสัญญาเช่าช่วงอาคารโรงงานยางแท่ง ซึ่งระบุวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางแท่ง การกำหนดมาตรฐาน และการตรวจสอบมาตรฐานยางแท่งในเชิงธุรกิจ อย่างไรก็ตาม คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเห็นว่ายังมีเอกสารสำคัญบางส่วนไม่ครบถ้วน จึงมอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) รายงานผลกลับมายังกรมป่าไม้ เพื่อประสานให้การยางแห่งประเทศไทยจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ใช้ประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
อธิบดีกรมป่าไม้ยืนยันว่า กรมป่าไม้จะประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด รอบคอบ และตรงไปตรงมา โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป





