นับถอยหลัง เงินเข้าบัญชี ปรับวันโอนเร็วขึ้น ก.ค.69 โอนบำนาญชราภาพ 3,500-7,437 บาท ให้ผู้สูงอายุตลอดชีพ สำนักงานประกันสังคม กางสูตรคำนวณเงินก้อน vs รายเดือนตลอดชีวิต
จับตาเงินโอนรอบใหม่ผู้ประกันตน นับถอยหลัง 2 วัน เงินเข้าบัญชี ปรับวันโอนเร็วขึ้น ก.ค.69 หลังติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โอนบำนาญชราภาพ 3,500-7,437 บาท ให้ผู้สูงอายุตลอดชีพ สำนักงานประกันสังคม กางสูตรคำนวณเงินก้อน vs รายเดือนตลอดชีวิตล่าสุด เตือนผู้ประกันตนอายุ 55 ปีขึ้นไป เช็กด่วนก่อนพลาดสิทธิ
นับถอยหลัง 2 วัน เคาะเลื่อนวันโอนเงินชราภาพ ก.ค.69 เข้าบัญชีเร็วขึ้น
ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนวัยเกษียณที่กำลังรอคอยเงินชราภาพประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงปฏิทินการโอนเงิน โดยปกติระบบจะทำการโอนเงินบำนาญชราภาพเข้าบัญชีในทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน
ทว่าในเดือนกรกฎาคม 2569 วันที่ 25 ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงิน และหน่วยงานราชการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่อง และการใช้จ่ายของผู้สูงอายุ ทางสำนักงานประกันสังคมจึงได้เลื่อนวันจ่ายเงินให้เร็วขึ้นเป็น วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569
หมายความว่าเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้น ผู้ประกันตนที่มีสิทธิตามเงื่อนไขก็สามารถเตรียมนำสมุดบัญชีหรือบัตร ATM ไปกดเงินออกมาใช้จ่ายได้ทันที
วัดใจวัยเกษียณ เลือกแบบไหนคุ้มกว่า "บำเหน็จเงินก้อน" VS "บำนาญตลอดชีวิต"
สำหรับผู้ประกันตนที่อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และมีการแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ออกจากงาน) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินใจเลือกรับสิทธิประโยชน์ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของประกันสังคมจะถูกแบ่งตาม "จำนวนงวดการส่งเงินสมทบ" ดังนี้
1. เงินบำเหน็จชราภาพ (รับเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียวจบ)
- ส่งสมทบไม่ถึง 12 เดือน: จะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนที่ตนเองจ่ายสะสมไว้เท่านั้น
- ส่งสมทบตั้งแต่ 12 - 179 เดือน (ไม่ถึง 15 ปี): จะได้รับเงินสมทบส่วนของตนเอง + เงินสมทบส่วนของนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกผลสะสม) รวมเป็นเงินก้อนจ่ายครั้งเดียว
2. เงินบำนาญชราภาพ (โอนเข้าบัญชีทุกเดือนตลอดชีวิต)
- ส่งสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป: เปลี่ยนสถานะมารับเงินบำนาญรายเดือนโอนตรงเข้าบัญชีไปจนเสียชีวิต
- ข้อคุ้มครองพิเศษ (ประกันความเสี่ยงทายาท): ในกรณีที่ผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายในช่วงเวลา 5 ปี (60 เดือน) นับตั้งแต่เริ่มรับเงิน ทายาทตามกฎหมายจะได้รับ "เงินบำเหน็จก้อนสุดท้าย" เท่ากับจำนวนเงินบำนาญที่เหลือจนครบ 60 เดือนทันที เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับครอบครัว
เปิดสูตรคำนวณขั้นเทพ! ยิ่งส่งนาน ยิ่งได้เยอะ
ปัจจัยหลักที่จะกำหนดว่าผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่ส่งเงินสมทบสะสมเข้ามาในระบบประกันสังคม โดยมีอัตราการคำนวณโดยประมาณดังนี้
- ส่งสะสมครบ 15 ปี (180 งวด): รับเงินบำนาญประมาณ 3,500 บาท/เดือน
- ส่งสะสมครบ 20 ปี (240 งวด): รับเงินบำนาญประมาณ 4,812 บาท/เดือน
- ส่งสะสมครบ 25 ปี (300 งวด): รับเงินบำนาญประมาณ 6,125 บาท/เดือน
- ส่งสะสมครบ 30 ปี (360 งวดขึ้นไป): รับเงินบำนาญสูงสุดถึง 7,437 บาท/เดือน
3 เคล็ดลับยื่นขอรับเงินชราภาพให้ไว เงินเข้าตรงเวลา ไม่ต้องรอนาน
หากคุณเป็นผู้ประกันตนที่เข้าเกณฑ์อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และลาออกจากงานแล้ว เพื่อให้ขั้นตอนการอนุมัติ และโอนเงินเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปราศจากปัญหาติดขัด แนะนำให้ดำเนินการตาม 3 ข้อสำคัญนี้
- ยื่นเรื่องก่อนวันที่ 7 ของเดือน: การยื่นเอกสารก่อนวันที่ 7 จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง และอนุมัติเรื่องได้ทันรอบการตัดจ่ายเงินในเดือนนั้นๆ
- ผูกพร้อมเพย์ด้วย "เลขบัตรประชาชน": ข้อนี้สำคัญที่สุด! การผูกบัญชีธนาคารเข้ากับเลขประจำตัวประชาชนจะช่วยลดข้อผิดพลาดในระบบโอนเงิน และแก้ปัญหาเงินโอนล่าช้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ติดตามสถานะผ่านแอป SSO Plus: สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus เพื่อเช็กยอดเงินสะสมทั้งหมด และติดตามสถานะอนุมัติโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ช่องทางติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ชราภาพ สามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 กด 1 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเดินทางไปติดต่อ ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางออนไลน์ sso.go.th
อ้างอิง-ภาพ : สำนักงานประกันสังคม
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


