วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กทม. ปรับระเบียบใหม่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รับ 3 เดือน อุ้มคนทำงาน

กทม. จ่อคลอดระเบียบใหม่ปี 69 พลิกโฉมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รับเลี้ยงทารกวัย 3 เดือน และขยายเวลาเปิด-ปิด หวังลดภาระพ่อแม่วัยทำงาน พร้อมยกระดับห้องเรียนปลอดฝุ่น

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมพลิกโฉมการดูแลเด็กปฐมวัย ครั้งใหญ่ เร่งฟังเสียงครูผู้ดูแลเด็กเพื่อปรับปรุงร่างระเบียบศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนฉบับใหม่ มุ่งขยายโอกาสรับเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 3 เดือน พร้อมขยายเวลาให้บริการ ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานออฟฟิศและแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบพัฒนาการ

วิกฤตเด็กปฐมวัย กทม. เกิดลดลง แต่ยังขาดศูนย์ดูแลที่มีคุณภาพ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีเด็กปฐมวัย (อายุ 0-6 ปี) จำนวน 239,413 คน ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทว่าปัญหาใหญ่คือ เด็กช่วงอายุ 0-3 ปี จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงระบบการดูแลที่มีคุณภาพ เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และขาดแคลนสถานที่รองรับเด็กเล็ก ส่งผลให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยแรกเริ่ม

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. …. ณ สำนักงานเขตดินแดง โดยย้ำว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุยังน้อย หากรอจนถึง 4-5 ปี อาจสายเกินไป

"ร่างระเบียบฉบับใหม่นี้จัดขึ้นเพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็ก ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริงได้ร่วมออกแบบ ไม่ใช่ข้อบังคับที่รัฐคิดฝ่ายเดียว เพื่อให้ตอบโจทย์สังคมเมืองอย่างแท้จริง"  นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม.

3 ไฮไลต์เด่น ร่างระเบียบศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนฉบับใหม่

กทม. โดยสำนักพัฒนาสังคม ได้ร่างระเบียบฯ นี้ขึ้นตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. 2569 ซึ่งมี 3 ด้านหลักที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ปรับเกณฑ์อายุ รับเด็กเล็กสุด 3 เดือน

  • เดิม กำหนดรับเด็กอายุ 2-6 ปี
  • ใหม่ ขยายโอกาสรับเด็กได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน พร้อมปรับอัตราส่วนผู้ดูแลให้เหมาะสมกับการดูแลทารกและเด็กเล็ก

2. ขยายเวลาให้บริการ ยืดหยุ่นตามวิถีคนเมือง

  • สนับสนุนการขยายเวลาเปิด-ปิดของศูนย์ฯ เพื่อรองรับผู้ปกครองที่ต้องทำงานนอกเวลาราชการ
  • เตรียมระบบค่าตอบแทน (OT) สำหรัผู้ดูแลเด็กที่ปฏิบัติงานนอกเวลาอย่างเหมาะสม

3. ยกระดับงบประมาณและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก

  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์งบประมาณให้ครอบคลุม ทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าบริหารจัดการ และค่าตอบแทน
  • จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ
  • เพิ่มบริการตรวจและคัดกรองพัฒนาการเด็กเชิงรุก
  • ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครู และสนับสนุนทุนเรียนต่อเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ

เร่งปลดล็อกที่ดิน พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก 258 แห่งทั่วกรุง

อีกหนึ่งความท้าทายคือ ปัจจุบัน กทม. มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทั้งหมด 258 แห่ง แต่มีเพียง 39 แห่ง เท่านั้นที่สามารถใช้งบประมาณ กทม. ในการปรับปรุงอาคารได้โดยตรง เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านสิทธิการใช้ที่ดิน

ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างการเร่งประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ทั้ง วัด กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ และภาคเอกชน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย และเดินหน้าปรับปรุงสภาพแวดล้อม รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น การเล่นอิสระ การอ่าน และบริการยืมของเล่น เพื่อสร้างรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืนต่อไป