สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จับมือพันธมิตรนานาชาติ พัฒนาความร่วมมือองค์กรสวัสดิการสังคมด้านภัยพิบัติ พร้อมขับเคลื่อนสวัสดิการกลุ่มเปราะบางสู่มาตราฐานสากล
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์นำโดย ร.ต.ท.ดร.มนัสโนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯและคณะผู้บริหารและฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมกับ Philippine Association of Social Workers, Incorporated (PASWI) เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายงานองค์กรสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์สู่ระดับสากล
พิธีลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทย กับฟิลิปปินส์ เพื่อมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมการบริการสังคมกับกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน สตรีและครอบครัว คนพิการ และผู้สูงอายุโดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานองค์กรสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบการเข้าถึงบริการสังคมด้านภัยพิบัติสำหรับกลุ่มเปราะบาง
ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มิได้เป็นเพียงการตกลงร่วมกันในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่คือการสร้างหมุดหมายในการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสวัสดิการสังคมไทยที่มีองค์กรสมาชิกจำนวน 981 องค์กรที่ปฏิบัติงานใน 77 จังหวัดกับประเทศฟิลิปปินส์ให้มีความแข็งแกร่ง เรามุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้ระดับสากลมาปรับใช้เพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและการดูแลกลุ่มเปราะบางในประเทศไทย และการนำผลิตภัณฑ์ของคนพิการ คนในชุมชนไปจำหน่ายในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเชื่อมมิตรภาพระหว่างคนไทยกับคนฟิลิปปินส์ในกรอบความร่วมมือการคุ้มครองทางสังคมอาเซียนด้วย
ขอบเขตของความร่วมมือที่ตกลงกันครอบคลุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่:
-การพัฒนาศักยภาพองค์กรสวัสดิการสังคม: พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานสวัสดิการสังคมกับกลุ่มเปราะบางเพื่อให้สอดรับกับความท้าทายในระดับสากล
-การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมร่วมกันคิดค้นแนวทางและนวัตกรรมการบริการสังคม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงระบบการคุ้มครองทางสังคมของกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการนำ้พระทัยพระราชทาน
-การยกระดับเครือข่ายความร่วมมือ: เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรสวัสดิการสังคมในระดับอาเซียน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) และสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืน
ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงบทบาทผู้นำของสภาสังคมสงเคราะห์ฯในเวทีระดับภูมิภาค แต่ยังถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการสังคมไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เพื่อประโยชน์สุขสูงสุดของประชาชนและกลุ่มเปราะบางในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม


