ปรับราคาทองคำวันนี้ 18 ก.ค.69 เปิดตลาดวันเสาร์ ทองขึ้น 350 บาท อัปเดตล่าสุด ทองรูปพรรณ ขายออก 64,850 ส่วน ทองแท่ง ขายบาทละ 64,050 ใครมีเงินเย็น จะซื้อไว้รีบตัดสินใจด่วน
ตลาดทองคำระอุรับเช้าวันเสาร์! สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ปรับราคาทองวันนี้ 18 ก.ค. 69 ทองขึ้นพรวดเดียว 350 บาท ดันราคาทองคำแท่ง ทะลุบาทละ 64,050 บาททันที หลังจากที่เมื่อวานนี้ตลาดผันผวนหนักปรับขึ้นลงถึง 25 ครั้ง ใครมีเงินเย็นและกำลังตัดสินใจจะซื้อ รีบเลย
เปิดตัวเลขสมาคมค้าทองคำ เช็กราคาทองคำวันนี้ 18 ก.ค. 69 ล่าสุด
"ราคาทองคำวันนี้ 18 ก.ค. 69" สมาคมค้าทองคำ ได้ออกประกาศ ราคาทองคำครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.02 น. ซึ่งตามธรรมเนียมของตลาดวันเสาร์จะไม่มีการปรับเปลี่ยนราคาอีกตลอดทั้งวัน ทำให้ราคานี้เป็นราคาซื้อขายหลักที่นักลงทุนต้องใช้จับตา โดยมีรายละเอียดดังนี้
ราคาทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ 63,850 บาทต่อบาททองคำ
- ขายออก 64,050 บาทต่อบาททองคำ
ราคาทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ 62,580.48 บาทต่อบาททองคำ
- ขายออก 64,850.00 บาทต่อบาททองคำ
ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ตลาดทองคำไทยเผชิญภาวะ "รถไฟเหาะ" ผันผวนรุนแรงระหว่างวันมีการปรับราคามากถึง 25 ครั้ง ก่อนจะปิดตลาดทองด้วยการร่วงลงไปแรงถึง -400 บาท แต่เพียงแค่ข้ามคืน ราคากลับดีดสะท้อนขึ้นมาทันที 350 บาท สะท้อนให้เห็นถึงแรงเก็งกำไรและกระแสข่าวโลกที่บีบคั้นอย่างหนัก
เจาะลึกชนวนเหตุ ทำไม "ทองโลกพุ่ง" สวนทางสถิติเดิม?
หากมองลึกลงไปในปัจจัยมหภาค ปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นในตลาดโลกเกิดจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวร่วงลงหลุดระดับ 4.60% ซึ่งปกติแล้วเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรลดลง นักลงทุนจะย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยและไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่าง "ทองคำ" แทน
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังได้จุดชนวน สงครามการค้า ครั้งใหม่ ด้วยการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลเพิ่มขึ้นอีก 25% ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมหลัก เช่น เฟอร์นิเจอร์, เอทานอล, เครื่องจักร, รองเท้า, น้ำตาล, กระดาษ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณเตือนว่า คู่ค้ารายใหญ่อย่าง จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป (EU) อาจโดนมาตรการกำแพงภาษีนี้เป็นรายต่อไป ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจนี้จึงเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกวิ่งเข้าหาทองคำ
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา วิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน ชนวนระเบิดเวลาของราคาทองคำ
แม้ว่าในภาพรวมทองคำจะได้อานิสงส์จากความขัดแย้งข้างต้น แต่สิ่งที่เป็น "ระเบิดเวลา" และเป็นปัจจัยลบแฝงที่นักลงทุนมองข้ามไม่ได้คือ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
สรุปสถานการณ์ความขัดแย้ง
อิหร่าน ได้ประกาศกร้าวว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางทันที หากประธานาธิบดีทรัมป์ทำตามคำขู่ที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานหลักของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังสั่งการให้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนเตรียมพร้อมปิด "ช่องแคบบับเอลมันเดบ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ผลกระทบทางอ้อมต่อราคาทองคำที่ต้องระวัง
- ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น การปิดช่องแคบจะทำให้ซัพพลายน้ำมันสะดุดทันที
- เงินเฟ้อกลับมาดีดตัว เมื่อต้นทุนพลังงานแพงขึ้น เงินเฟ้อทั่วโลกจะขยับตาม
- ดอกเบี้ยเฟดผันผวน เงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งการคาดการณ์ดอกเบี้ยในลักษณะนี้มักจะเป็น ปัจจัยลบกดดันราคาทองคำ ในระยะถัดไป
"ซื้อทองช่วงไหนดี" มีเงินเย็นตอนนี้ควรลุยหรือควรถอย?
ควรตัดสินใจซื้อเก็บไว้ด่วนเลยหรือไม่?
ต้องแบ่งเงินเป็นก้อนและใช้วิธีทยอยสะสม (DCA) เนื่องจากการปรับขึ้น 350 บาทในวันเสาร์นี้เป็นการสะท้อนข่าวกำแพงภาษีและบอนด์ยีลด์ไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ในสัปดาห์หน้า ตลาดจะเริ่มหันไปโฟกัสเรื่องความเสี่ยงจากดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์น้ำมันในตะวันออกกลาง
หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุจน ราคาน้ำมันพุ่ง ราคาทองคำอาจมีการปรับฐาน (ย่อตัวลง) ระยะสั้นจากแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยเฟด ซึ่งนั่นจะเป็น "โอกาสทอง" ในการเข้าซื้อรอบใหม่ที่ต้นทุนต่ำกว่า ปัจจุบันราคาเหนือ 64,000 บาท ถือเป็นจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรทุ่มซื้อหมดหน้าตักในคราวเดียว


