เตรียมลงทะเบียนเป๋าตัง ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 แจกเงิน 3,000 บาท รัฐจ่ายคนละครึ่ง ค่าที่พัก ตั๋วเดินทาง ประชาชนได้รับ 5 แสนสิทธิ์ทั่วถึง + สนับสนุนคูปองเงินดิจิทัล 500 บาท
สายเที่ยวต้องได้เที่ยว กรอ. ท่องเที่ยวฯ เคาะมาตรการปลุกชีพเศรษฐกิจสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ส่ง “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” อัดฉีดงบกลางก้อนโตสะพัดกว่า 32,000 ล้านบาท ชูระบบ Co-payment รัฐช่วยจ่าย 50% แจกเงิน 3,000 บาทสูงสุด
เตรียมลงทะเบียนเป๋าตัง กดรับสิทธิ์ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" รัฐจ่ายคนละครึ่ง ค่าที่พัก ตั๋วเดินทาง ประชาชนได้รับ 5 แสนสิทธิ์ทั่วถึง ไปเที่ยวได้ไกล 77 จังหวัด ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง ใช้ได้หมดทั้งวันธรรมดา วันหยุด ครบจบ คุณเลือกเองได้ แถมสนับสนุนคูปองเงินดิจิทัล มูลค่า 500 บาท ครอบคลุมการซื้อของ ช้อปปิ้ง ทัวร์แบบ One Day Trip ร้านอาหาร รถเช่า
เจาะลึกบิ๊กโปรเจกต์ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" ปลุกชีพการท่องเที่ยวไทย
หลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยราคาน้ำมันและสภาวะสงคราม ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ประจำกระทรวงฯ ครั้งแรก ซึ่งเป็นเวทีระดมสมองร่วมกับสมาคมและสมาพันธ์ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศ
มติในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ในการผลักดันโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในรูปแบบ Co-payment (ร่วมจ่ายคนละครึ่ง) เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดต่างชาติ และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการไทยอย่างทั่วถึง
ส่องเงื่อนไขทอง! รัฐจ่าย 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อคน
ความน่าสนใจของโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" 2569 ครั้งนี้ ถือเป็นการอัปเกรดระบบเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ประชาชนต้องรู้ ดังนี้
- สิทธิ์สนับสนุนค่าที่พัก/เดินทาง รัฐบาลสนับสนุนเงิน 50% (ประชาชนจ่ายเอง 50%) สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์
- โควตาจำกัด เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 500,000 สิทธิ์ทั่วประเทศ
- โควตาส่วนบุคคล นักท่องเที่ยวหนึ่งคนสามารถรับสิทธิ์สนับสนุนได้สูงสุดถึง 5 สิทธิ์ต่อคน
- ปักหมุดเที่ยวได้ทุกที่ รองรับการเดินทางท่องเที่ยวครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย เลือกได้ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องวันธรรมดาหรือวันหยุด สะดวกวันไหน แพ็กกระเป๋าเดินทางได้ทันที!
แจกเพิ่มคูปองเงินดิจิทัล 500 บาท ครั้งแรกที่ "ครอบคลุมสายช้อป-สายทริป"
นอกเหนือจากส่วนลดค่าที่พักและการเดินทางแล้ว รัฐบาลยังเตรียมอัดฉีด คูปองดิจิทัล (E-Voucher) มูลค่า 500 บาทต่อสิทธิ์ เข้าแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งความพรีเมียมของโครงการเวอร์ชัน "พลัส" ครั้งนี้คือการปลดล็อกเงื่อนไขเดิมๆ โดยคูปองนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้ออาหารอีกต่อไป แต่ครอบคลุมไปถึง
- บริการด้านการเดินทาง และการเช่ารถ
- บริการท่องเที่ยว เช่น ทัวร์แบบ One Day Trip
- การช้อปปิ้งซื้อสินค้าท้องถิ่น
- ร้านอาหารและคาเฟ่ยอดฮิต
การปลดล็อกครั้งนี้มุ่งหวังให้เม็ดเงินกระจายตัวเข้าสู่กระเป๋าผู้ประกอบการรายย่อยในวงกว้างอย่างแท้จริง
ทำไมต้อง "แอปฯ เป๋าตัง" แพลตฟอร์มหลักที่คุ้นเคย?
ที่ประชุม กรอ. มีมติเห็นชอบร่วมกันให้ใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (กรุงไทยดูแลระบบหลังบ้าน) เป็นแพลตฟอร์มหลักในการจองสิทธิ์และใช้จ่าย เนื่องจากเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีความเสถียรสูง ประชาชนและผู้ประกอบการเกือบทั้งประเทศมีความคุ้นเคยและเข้าถึงง่ายอยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหา "ระบบล่ม" หรือความสับสนในการใช้งานอย่างแน่นอน
กางไทม์ไลน์อนุมัติ และมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 3.2 หมื่นล้าน
สำหรับขั้นตอนถัดไป หลังจาก กรอ. ท่องเที่ยวฯ ได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว เตรียมจะนำเสนอโครงการเข้าสู่ คณะอนุกรรมการชุดที่มี รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธ์ เป็นประธาน ก่อนจะส่งไม้ต่อเข้าที่ประชุม กรอ. ชุดใหญ่ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเพื่อพิจารณาอนุมัติขั้นสุดท้าย
งบประมาณที่ใช้
- คาดว่าจะใช้วงเงินงบกลางประมาณ 1,750 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะสามารถดึงงบกลางปี 2569 มาใช้ได้ทันทีหรือไม่ หากไม่ทันจะถูกเสนอเข้าแผนงบกลางปี 2570 ต่อไป
เป้าหมายวันเริ่มโครงการ
- ตั้งเป้าผลักดันให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์และออกเดินทางได้ตั้งแต่ ช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป
ในส่วนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยสูงถึง 32,046 ล้านบาท และสร้างรายได้กลับคืนสู่รัฐในรูปแบบภาษีอีกกว่า 1,660 ล้านบาท
หากคุณไม่อยากพลาดสิทธิ์ท่องเที่ยวสุดคุ้มนี้ กดติดตามข่าวสารและเตรียมเปิดแอปฯ "เป๋าตัง" รอไว้ได้เลย "กรุงเทพธุรกิจ" จะเกาะติดสถานการณ์และนำขั้นตอนการลงทะเบียนอย่างละเอียดมารายงานให้ทราบทันทีที่ปุ่มลงทะเบียนเปิดใช้งาน
อ้างอิง : การกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา


