ใครได้บ้าง? เช็กสิทธิ์ เงินช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา มาตรการเยียวยาเกษตรกรภาคอีสาน รับผลกระทบ โครงการรัฐ ทั้งอ่างเก็บน้ำ-ฝายราษีไศล จ่อชง ครม. อนุมัติเม็ดเงินเร็วๆ นี้
ชาวอีสานเตรียมรับเงินชดเชยล่าสุด มีใครได้บ้าง? เช็กสิทธิ์ เงินช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา มาตรการเยียวยาเกษตรกรภาคอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต ทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำ-ฝายราษีไศล พร้อมตั้ง 10 คณะกรรมการลุยตรวจความโปร่งใส ก่อนชง ครม. อนุมัติเม็ดเงินเร็วๆ นี้ เช็กรายละเอียด-เงื่อนไข และพิกัดพื้นที่รับเงินด่วน
หลังจากการบุกยื่นหนังสือทวงความยุติธรรมของตัวแทนสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) และสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สพอ.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้ 11 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลได้ส่งสัญญาณบวกครั้งสำคัญ โดย ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ข้อสรุปแนวทางการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐในอดีตอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกข้อพิพาทครั้งประวัติศาสตร์
เปิดพิกัด 8 โครงการรัฐ เกษตรกรพื้นที่ไหน เตรียมรับเงินเยียวยา?
จากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาล่าสุด รัฐบาลได้มุ่งเน้นการเคลียร์ปมปัญหา 3 มิติหลัก คือ แง่กฎหมาย ผลกระทบเชิงสังคม และความคุ้มค่า โดยเคาะมาตรการช่วยเหลือเยียวยาใน 8 โครงการใหญ่ ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับเงินชดเชยและเม็ดเงินช่วยเหลือในล็อตนี้ ประกอบด้วย
- กลุ่มอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง เกษตรกรที่สูญเสียที่ดินจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ บ้านทำนบ, ห้วยเสนง, อำปึล และห้วยสะพงน้อย จะได้รับค่าทดแทนที่ดินตามสิทธิ์
- กลุ่มอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ เคาะจ่ายค่าขนย้ายกรณีพิเศษให้กับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
- กลุ่มแปลงอพยพ จ.สุรินทร์ การชดเชยเป็นเม็ดเงินแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ ให้แก่เกษตรกรจำนวนมหาศาลกว่า 5,353 ราย
- กลุ่มพื้นที่ลุ่มน้ำ ฝายราษีไศล แนวทางชดเชยและแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกินใน 2 จังหวัดใหญ่ คือ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ร้อยเอ็ด
การจ่ายเงินรอบนี้ไม่ใช่แค่การบรรเทาทุกข์ชั่วคราว แต่รัฐบาลตั้งเป้าให้โมเดลนี้เป็น "ต้นแบบ (Prototype)" ในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนในการพัฒนาโครงการอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต
สแกนแผนคุมเข้ม ตั้ง 10 คณะกรรมการ สกัดทุจริต-เงินตกหล่น
เพื่อป้องกันปัญหา "เงินไม่ถึงมือชาวบ้าน" หรือการสวมสิทธิ์ รัฐบาลได้วางกลไกตรวจสอบที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสั่งตั้งคณะกรรมการรวมทั้งสิ้น 10 คณะ แบ่งเป็น
- คณะอนุกรรมการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหา จำนวน 1 คณะ เพื่อดูภาพรวมเชิงนโยบาย
- คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับพื้นที่ จำนวน 9 คณะ กระจายตัวลงลึกใน 9 จังหวัดเป้าหมาย เพื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิ์และตัวตนของเกษตรกรแบบรายบุคคล
ขั้นตอนต่อไป เงินจะโอนเข้ากระเป๋าเมื่อไหร่?
ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรวบรวมและสรุปตัวเลขงบครองชีพและค่าชดเชยทั้งหมด เพื่อทำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติกรอบวงเงินอย่างเป็นทางการ คาดว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นและเริ่มทยอยโอนเงินเยียวยาได้ภายในปี 2569 นี้
เกษตรกรในพื้นที่ข้างต้นควรเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, สมุดบัญชีธนาคาร (ธ.ก.ส.) และเอกสารสิทธิ์หรือหลักฐานการได้รับผลกระทบไว้ให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการยืนยันตัวตนกับคณะทำงานในพื้นที่
อ้างอิง : รัฐบาลไทย , ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


