ราคาทองคำวันนี้ 11 ก.ค.69 เปิดตลาด ทองขึ้นแล้ว 200 บาท ใครรอจังหวะกำไรอยู่ ถึงเวลาตัดสินใจ ช้อนซื้อ หรือ เทขายดี? โดย ทองรูปพรรณ ขายบาทละ 65,800 ส่วน ทองแท่ง ขายออก 65,000
เปิดตลาดมาแล้ว ราคาทองคำวันนี้ (11 ก.ค.69) ทองขึ้น 200 บาท ใครรอจังหวะกำไรอยู่ ถึงเวลาตัดสินใจ ช้อนซื้อ - เทขาย? โดย ทองรูปพรรณ ขายบาทละ 65,800 ส่วน ทองแท่ง ขายออก 65,000
วันนี้ 11 กรกฎาคม 2569 สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ราคาทองวันนี้ ดีดกลับขึ้นทันที 200 บาท ดันทองรูปพรรณพุ่งแตะ 65,800 บาท ท่ามกลางกระแสสงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ หลังอิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ทำช่องแคบฮอร์มุซระอุ ดันความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
ล่าสุด ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง HSBC ขยับเป้าหมายราคาทองคำขึ้นเป็น 4,864 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย นักลงทุนแห่เก็งกำไรคึกคัก เสาร์นี้ควร "ตั้งรับช้อนซื้อ" หรือ "รีบเทขายทำกำไร"?
ส่องป้ายราคาวันเสาร์ ทองไทยฟื้นตัวบวก 200 บาท ดันทองแท่งแตะ 65,000
หลังจากที่นักลงทุนต้องลุ้นตัวโก่งกับความผันผวนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ก.ค. 69) ที่มีการปรับราคาในประเทศแบบมาราธอนถึง 9 ครั้ง และปิดตลาดในแดนลบไป -200 บาท
ล่าสุด เช้าวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานสถานการณ์ราคาทองคำไทย (ความบริสุทธิ์ 96.5%) ประกาศเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.00 น. มีการดีดกลับขึ้นมาทันที 200 บาท ส่งผลให้ราคาขยับดังนี้
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
- รับซื้อ: 64,800 บาท
- ขายออก: 65,000 บาท
ราคาทองรูปพรรณ 96.5%
- รับซื้อ: 63,505.24 บาท
- ขายออก: 65,800 บาท
การขยับขึ้นครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญในหมู่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปว่า จังหวะนี้คือการ "เด้งเพื่อลงต่อ" หรือเป็น "จุดสตาร์ตของขาขึ้นรอบใหม่" ที่ต้องรีบเข้าไปช้อนซื้อก่อนราคาจะพุ่ง?
ตะวันออกกลางระอุ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เสี่ยง ดันน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่งพยุงราคาทอง
เบื้องลึกที่ทำให้ราคาทองคำโลก (Gold Spot) และทองไทยฟื้นตัวกลับมาได้ แม้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) จะยังคงทรงตัวแข็งค่าอยู่ เป็นผลมาจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ยักษ์ใหญ่ร้านทองอย่าง "ฮั่วเซ่งเฮง" ชี้ให้เห็นถึงชนวนเหตุสำคัญหลังจากกองกำลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ประคองมานานกว่า 3 สัปดาห์ต้องพังทลายลงทันที และทำให้ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นวิกฤต
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่โดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) หรือคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาด ในมุมของสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ทองคำจึงยังคงได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่งในฐานะเกราะป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและสงคราม
HSBC ขยับเป้าทองโลกสู่ 4,864 ดอลลาร์ สัญญาณใหญ่ที่นักลงทุนห้ามมองข้าม
อีกหนึ่งหมัดเด็ดที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับฝั่งขาซื้อ คือการเคลื่อนไหวของธนาคารระดับโลกอย่าง HSBC ที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนมุมมองนโยบายการเงินและทิศทางค่าเงินดอลลาร์ในอนาคต พร้อมทั้งประกาศ ปรับเป้าหมาย ราคาทอง เฉลี่ยขึ้นจากเดิม 4,560 ดอลลาร์ พุ่งสู่ระดับ 4,864 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การปรับเป้าหมายที่สูงขึ้นเกือบ 300 ดอลลาร์จากสถาบันการเงินชั้นนำ สะท้อนให้เห็นว่าในระยะยาว ทิศทางของทองคำยังมีศักยภาพในการเติบโตและทำลายสถิติเดิมได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีแรงเทขายทำกำไรหรือการย่อตัวสลับออกมาบ้างก็ตาม
อ้างอิง : สมาคมค้าทองคำ , ฮั่วเซ่งเฮง





