วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่ไทย

ทีมนักวิจัย มมส เปิดตัว "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" ค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดคองูชนิดใหม่ของโลก ที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ในช่วงยุคจูแรสซิกตอนปลาย 150 ล้านปีก่อน

นักบรรพชีวินวิทยาไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่! ทีมนักวิจัย มมส ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัว "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" (Uragasaurus kalasinensis) ค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดตระกูล "คองู" ชนิดใหม่ของโลก ณ แหล่งฟอสซิลภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ เผยโครงสร้างกระดูกสุดพิศวงคล้ายรวงผึ้ง ย้อนเวลากลับไปไกลถึงยุคจูแรสซิกตอนปลาย 150 ล้านปีก่อน ยืนยันไทยคือจุดยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่ไทย

จากดินแดนไดโนเสาร์สู่เวทีโลก

ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ใต้ผืนดินอีสานยังซ่อนสมบัติล้ำค่าระดับโลกเอาไว้ ล่าสุดทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (PRC MSU) ได้จุดพลุแวดวงวิทยาศาสตร์โลก ด้วยการเปิดตัวไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) หรือกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ สกุลและชนิดใหม่ของโลกอย่างเป็นทางการ

เจ้าแห่งความยาวนี้มีนามว่า “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” (Uragasaurus kalasinensis)

การค้นพบนี้เกิดขึ้นที่ "แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย" ตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยฟอสซิลนี้ฝังตัวอยู่ในหมวดหินภูกระดึง มีอายุอานามเก่าแก่ถึงช่วงยุคจูแรสซิกตอนปลาย (Late Jurassic) หรือประมาณ 150 ล้านปีก่อน และนี่คือไดโนเสาร์ในวงศ์มาเมนชิซอริดี (Mamenchisauridae) ชนิดแรกของประเทศไทยที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ
 

ถอดรหัสความหมายชื่อสุดลึกซึ้ง ของ"อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส"

  • อุรคาซอรัส (Uragasaurus): มาจากคำว่า “อุรค” ในภาษาบาลี-สันสกฤต ที่แปลว่า “งู” สื่อถึงลักษณะเด่นของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ที่มีลำคอยาวมากเป็นพิเศษจนดูคล้ายงูยักษ์ ผสมกับคำว่า “ซอรัส” (Saurus) ในภาษากรีกที่แปลว่า กิ้งก่าหรือสัตว์เลื้อยคลาน
  • กาฬสินธุ์เอนซิส (kalasinensis): ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและบันทึกประวัติศาสตร์ให้กับจังหวัด "กาฬสินธุ์" แหล่งค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์ที่สุด

ค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่ไทย

เจาะลึกฟอสซิลต้นแบบ ‘PRC 460’ กับโครงสร้างรวงผึ้งสุดพิศวง

การประกาศความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการศึกษารายละเอียดอย่างประณีตจากชิ้นตัวอย่างต้นแบบ (Holotype) รหัส PRC 460 ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังช่วงลำตัวส่วนหน้าที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด โดยปัจจุบันถูกอนุรักษ์และจัดแสดงอยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยทั่วโลกต้องหันมามองคือ 3 อัตลักษณ์พิเศษ ที่ไม่เคยพบในไดโนเสาร์ชนิดใดมาก่อน

  • โพรงอากาศเด่นชัด (Fossa): พบบริเวณส่วนปลายของส่วนยื่นที่เชื่อมกับกระดูกซี่โครง
  • แผ่นกระดูกรูปตัว Y (Y-shaped lamina): โครงสร้างพิเศษที่เชื่อมระหว่างจุดเชื่อมกระดูกสันหลังส่วนหน้า (Prezygapophysis) กับด้านบนของช่องกระดูกสันหลัง (Neural canal)
  • โครงสร้างภายในแบบรวงผึ้ง (Camellate internal structure): เมื่อทีมนักวิจัยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง CT scan เอกซเรย์ทะลุเข้าไปในเนื้อกระดูก กลับพบโพรงอากาศขนาดเล็กซ้อนกันเป็นระเบียบคล้ายรวงผึ้ง ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดในการลดน้ำหนักโครงสร้างร่างกายของไดโนเสาร์ตระกูลมาเมนชิซอริด เพื่อให้สามารถชูคอที่ยาวดั่งงูยักษ์ได้อย่างคล่องตัว

ค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่ไทย

ค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่ไทย
 

พลิกหน้าประวัติศาสตร์เอเชีย ทำไม "อุรคาซอรัส" ถึงสำคัญระดับโลก?

ในอดีต ไดโนเสาร์ในวงศ์มาเมนชิซอริดี (Mamenchisauridae) มักจะถูกค้นพบและศึกษาในประเทศจีนเป็นหลัก ทำให้เกิดช่องว่างทางข้อมูลว่าไดโนเสาร์กลุ่มนี้มีการกระจายพันธุ์อย่างไรในภูมิภาคอื่น

การค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ในประเทศไทยครั้งนี้ จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มแผนที่ประวัติศาสตร์โลก มันช่วยยืนยันว่า

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โดยเฉพาะประเทศไทย) เคยเป็นผืนป่าโบราณที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากในยุคจูแรสซิก

ช่วยสนับสนุนข้อสังเกตและใช้เปรียบเทียบอายุของชั้นหิน (หมวดหินภูกระดึง) ในไทยให้มีความแม่นยำในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจถอดรหัสงานวิจัยฉบับเต็มที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก สามารถติดตามอ่านลิงก์งานวิจัยอย่างละเอียดบนวารสาร Scientific Reports ได้ที่นี่ (คลิก)

อ้างอิง-ภาพ : Nilpanapan, A., Manitkoon, S., and Suteethorn, V. A new mamenchisaurid sauropod from the Lower Phu Kradung Formation, Upper Jurassic of northeastern Thailand. Sci Rep 16, 21205 (2026) , ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม PRC MSU , www.nature.com