ทีมนักวิจัย มมส เปิดตัว "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" ค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดคองูชนิดใหม่ของโลก ที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ในช่วงยุคจูแรสซิกตอนปลาย 150 ล้านปีก่อน
นักบรรพชีวินวิทยาไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่! ทีมนักวิจัย มมส ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัว "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" (Uragasaurus kalasinensis) ค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดตระกูล "คองู" ชนิดใหม่ของโลก ณ แหล่งฟอสซิลภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ เผยโครงสร้างกระดูกสุดพิศวงคล้ายรวงผึ้ง ย้อนเวลากลับไปไกลถึงยุคจูแรสซิกตอนปลาย 150 ล้านปีก่อน ยืนยันไทยคือจุดยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก
จากดินแดนไดโนเสาร์สู่เวทีโลก
ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ใต้ผืนดินอีสานยังซ่อนสมบัติล้ำค่าระดับโลกเอาไว้ ล่าสุดทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (PRC MSU) ได้จุดพลุแวดวงวิทยาศาสตร์โลก ด้วยการเปิดตัวไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) หรือกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ สกุลและชนิดใหม่ของโลกอย่างเป็นทางการ
เจ้าแห่งความยาวนี้มีนามว่า “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” (Uragasaurus kalasinensis)
การค้นพบนี้เกิดขึ้นที่ "แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย" ตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยฟอสซิลนี้ฝังตัวอยู่ในหมวดหินภูกระดึง มีอายุอานามเก่าแก่ถึงช่วงยุคจูแรสซิกตอนปลาย (Late Jurassic) หรือประมาณ 150 ล้านปีก่อน และนี่คือไดโนเสาร์ในวงศ์มาเมนชิซอริดี (Mamenchisauridae) ชนิดแรกของประเทศไทยที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ
ถอดรหัสความหมายชื่อสุดลึกซึ้ง ของ"อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส"
- อุรคาซอรัส (Uragasaurus): มาจากคำว่า “อุรค” ในภาษาบาลี-สันสกฤต ที่แปลว่า “งู” สื่อถึงลักษณะเด่นของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ที่มีลำคอยาวมากเป็นพิเศษจนดูคล้ายงูยักษ์ ผสมกับคำว่า “ซอรัส” (Saurus) ในภาษากรีกที่แปลว่า กิ้งก่าหรือสัตว์เลื้อยคลาน
- กาฬสินธุ์เอนซิส (kalasinensis): ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและบันทึกประวัติศาสตร์ให้กับจังหวัด "กาฬสินธุ์" แหล่งค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์ที่สุด
เจาะลึกฟอสซิลต้นแบบ ‘PRC 460’ กับโครงสร้างรวงผึ้งสุดพิศวง
การประกาศความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการศึกษารายละเอียดอย่างประณีตจากชิ้นตัวอย่างต้นแบบ (Holotype) รหัส PRC 460 ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังช่วงลำตัวส่วนหน้าที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด โดยปัจจุบันถูกอนุรักษ์และจัดแสดงอยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สิ่งที่ทำให้นักวิจัยทั่วโลกต้องหันมามองคือ 3 อัตลักษณ์พิเศษ ที่ไม่เคยพบในไดโนเสาร์ชนิดใดมาก่อน
- โพรงอากาศเด่นชัด (Fossa): พบบริเวณส่วนปลายของส่วนยื่นที่เชื่อมกับกระดูกซี่โครง
- แผ่นกระดูกรูปตัว Y (Y-shaped lamina): โครงสร้างพิเศษที่เชื่อมระหว่างจุดเชื่อมกระดูกสันหลังส่วนหน้า (Prezygapophysis) กับด้านบนของช่องกระดูกสันหลัง (Neural canal)
- โครงสร้างภายในแบบรวงผึ้ง (Camellate internal structure): เมื่อทีมนักวิจัยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง CT scan เอกซเรย์ทะลุเข้าไปในเนื้อกระดูก กลับพบโพรงอากาศขนาดเล็กซ้อนกันเป็นระเบียบคล้ายรวงผึ้ง ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดในการลดน้ำหนักโครงสร้างร่างกายของไดโนเสาร์ตระกูลมาเมนชิซอริด เพื่อให้สามารถชูคอที่ยาวดั่งงูยักษ์ได้อย่างคล่องตัว
พลิกหน้าประวัติศาสตร์เอเชีย ทำไม "อุรคาซอรัส" ถึงสำคัญระดับโลก?
ในอดีต ไดโนเสาร์ในวงศ์มาเมนชิซอริดี (Mamenchisauridae) มักจะถูกค้นพบและศึกษาในประเทศจีนเป็นหลัก ทำให้เกิดช่องว่างทางข้อมูลว่าไดโนเสาร์กลุ่มนี้มีการกระจายพันธุ์อย่างไรในภูมิภาคอื่น
การค้นพบ อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส ในประเทศไทยครั้งนี้ จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มแผนที่ประวัติศาสตร์โลก มันช่วยยืนยันว่า
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โดยเฉพาะประเทศไทย) เคยเป็นผืนป่าโบราณที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากในยุคจูแรสซิก
ช่วยสนับสนุนข้อสังเกตและใช้เปรียบเทียบอายุของชั้นหิน (หมวดหินภูกระดึง) ในไทยให้มีความแม่นยำในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจถอดรหัสงานวิจัยฉบับเต็มที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก สามารถติดตามอ่านลิงก์งานวิจัยอย่างละเอียดบนวารสาร Scientific Reports ได้ที่นี่ (คลิก)
อ้างอิง-ภาพ : Nilpanapan, A., Manitkoon, S., and Suteethorn, V. A new mamenchisaurid sauropod from the Lower Phu Kradung Formation, Upper Jurassic of northeastern Thailand. Sci Rep 16, 21205 (2026) , ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม PRC MSU , www.nature.com


