พม. เปิดตัวระบบ พม. CARE ช่องทางใหม่ให้กลุ่มเปราะบางยื่นขอเงินสงเคราะห์ 6 ประเภทผ่านมือถือ สะดวก โปร่งใส รู้ผลอนุมัติไวสุดใน 10 วันทำการ!
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยกระดับการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดตัว “โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ พม. CARE” ระบบ e-Service รูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้ประสบปัญหาทางสังคม สามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ ติดตามสถานะ และเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน มุ่งเป้าหมาย "คนมีสิทธิต้องไม่ตกหล่น คนไม่ควรได้ต้องไม่ซ้ำซ้อน" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความโปร่งใสในสังคม
"พม. CARE" ยกระดับความโปร่งใส แม่นยำ และรวดเร็ว
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานในพิธีเปิดเผยว่า ระบบ "พม. CARE" ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยตัวระบบมีการเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบร่วมกับ
- ระบบภายใน พม. พม. Smart และ MSO-Logbook
- แอปพลิเคชันภาครัฐ ThaiD และ ทางรัฐ
การเชื่อมโยงข้อมูลนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสิทธิได้อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และส่งเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนที่เดือดร้อนจริงได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
เปิดยื่นขอเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท นำร่อง 9 จังหวัด (มิ.ย. - ก.ค. 2569)
ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองผ่านระบบ e-Service บนสมาร์ตโฟนได้แล้ว ในช่วง เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ดังนี้
- เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน
- เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน
- เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว
- เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
- เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง
- เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก
รายชื่อ 9 จังหวัดนำร่อง นครราชสีมา, หนองคาย, เชียงใหม่, เชียงราย, แพร่, กาญจนบุรี, สมุทรปราการ, สงขลา และพัทลุง
ไม่มีสมาร์ตโฟน หรืออยู่พื้นที่ห่างไกล ทำอย่างไร?
กระทรวง พม. ยืนยันว่า "จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" โดยส่งเจ้าหน้าที่ พม. พร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกและสอนวิธีใช้งาน ส่วนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟน สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางเดิมของหน่วยงาน พม. ในพื้นที่ได้ตามปกติ
พลิกโฉม พม. จาก "ผู้ให้" สู่ "ผู้สร้างโอกาส" รู้ผลไวสุดใน 10 วัน
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวว่า ระบบนี้ขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งเป็นการปรับบทบาทครั้งสำคัญของ กระทรวง พม. จากการทำงานแยกส่วนมาเป็นการเชื่อมโยงระบบ ช่วยลดเวลาการพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลืออย่างเห็นได้ชัด
- กลุ่มเป้าหมายรายเดิม (มีข้อมูลในระบบ MSO-Logbook) ลดระยะเวลาพิจารณาเหลือ ไม่เกิน 10 วันทำการ (จากเดิมที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน)
- กลุ่มเป้าหมายรายใหม่ ใช้เวลาตรวจสอบสิทธิและพิจารณาคำขอ ไม่เกิน 15 วัน
นอกจากนี้ พม. ยังได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อค้นหาและสำรวจกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่น ให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างครอบคลุมที่สุด
ถอดรหัสแนวคิด "C-A-R-E" สู่รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน
ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้อธิบายถึงกรอบแนวคิดหลักของระบบ “พม. CARE” ไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย:
- C = Care การดูแลเอาใจใส่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- A = Access การเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างสะดวก เท่าเทียม และไร้รอยต่อ
- R = Response การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
- E = e-Service การยกระดับการให้บริการของกระทรวง พม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย
ระบบ พม. CARE จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางการยื่นเอกสารออนไลน์ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างหลักประกันทางสังคมที่ยั่งยืนให้กับประชาชนคนไทยทุกคน


