พม. กางเกณฑ์หนุน ‘สถานรับเลี้ยงเด็กขนาดเล็ก’ และบ้านรับเลี้ยงเด็กต่ำกว่า 6 คน เข้าฐานข้อมูลรัฐ มุ่งติวเข้มผู้ดูแล ยกระดับสุขอนามัยและโภชนาการให้สมวัย
พม. กางแผนขับเคลื่อนการศีกษาและดูแลเด็กปฐมวัย เล็งยกระดับ "สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน" ทั่วประเทศ เผยข้อเสนอ 2 แนวทางหลัก มุ่งแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน หนุนระบบดูแลเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ปี และดัน "บ้านรับเลี้ยงเด็ก" เข้าสู่ระบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า เด็กปฐมวัย (แรกเกิด - 6 ปี) คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าที่สุดและเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว ปัจจุบันกระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.) กำลังเร่งกำกับดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนให้เป็นไปตามมาตรฐานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
จากข้อมูลล่าสุด (พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยมีสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนทั่วประเทศจำนวน 1,108 แห่ง ดูแลเด็กจำนวน 33,161 คน และมีครูผู้ดูแล 5,531 คน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน เช่น จำนวนเด็กที่ลดลง ต้นทุนที่สูงขึ้น และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
เปิด 2 แนวทางขับเคลื่อน พม. ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัย
เพื่อแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดของสถานรับเลี้ยงเด็กภาคเอกชน กระทรวง พม. จึงได้เสนอ 2 แนวทางสำคัญ ดังนี้
1. แนวทางจัดการ "สถานดูแลเด็กขนาดเล็ก" (เด็กต่ำกว่า 6 คน)
มุ่งเน้นไปที่สถานดูแลเด็กขนาดเล็กหรือ "บ้านรับเลี้ยงเด็ก" เพื่อดึงเข้าสู่ระบบและสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียม ผ่าน 3 ขับเคลื่อนย่อย
- ส่งเสริมการจดแจ้ง สนับสนุนให้บ้านรับเลี้ยงเด็กที่มีเด็กต่ำกว่า 6 คน เข้าสู่ฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อสร้างเครือข่ายและการสนับสนุนองค์ความรู้
- เสริมสร้างองค์ความรู้ ติวเข้มผู้ดูแลเด็กในเรื่องสุขอนามัย โภชนาการตามวัยเพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการ และการจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการ
- บูรณาการสอดส่องดูแล ให้หน่วยงานในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามผล เป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำมาตรฐานความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
2. แนวพัฒนาระบบดูแลทารกและเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 2 ปี)
เนื่องจากเด็กกลุ่มอายุ 0 - 2 ปี เป็นช่วงวัยที่ต้องการความละเอียดอ่อนและปลอดภัยสูงสุด พม. จึงกำหนด 3 กิจกรรมหลัก
- ขยายบริการรับเด็ก 0 - 2 ปี ส่งเสริมให้เอกชนขยายการรองรับเด็กกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
- อัดฉีดงบประมาณกำกับดูแล สนับสนุนงบประมาณให้ สนง.พมจ. ทั้ง 76 จังหวัด ลงตรวจเยี่ยมและกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
- อัปสเกลทักษะผู้ปฏิบัติงาน จัดฝึกอบรมครูและพี่เลี้ยงเด็ก เน้นความรู้ด้านพัฒนาการทางสมอง การคัดกรองพัฒนาการล่าช้า และโภชนาการที่ถูกสุขอนามัย
การปรับตัวของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนภายใต้การสนับสนุนของกระทรวง พม. ในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ปกครองในภาคแรงงาน โดยเฉพาะในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ มั่นใจได้ว่าบุตรหลานจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ถูกหลักอนามัย และมีพัฒนาการที่ดีสมวัย แม้ในสภาวะที่ธุรกิจสถานรับเลี้ยงเด็กกำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนก็ตาม





