วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ตร. เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” รวบแก๊ง “ปลัด พ.” สวมบัตรให้ต่างด้าว

ลุยกวาดล้างขบวนการทุจริต! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” รวบแก๊ง “ปลัด พ.” สวมบัตรให้ต่างด้าว

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาลกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน ๐)

 

พฤติกรรมของกระบวนการนี้ จะออกบัตรให้แก่กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การทำงาน หากถือครองบัตรนี้เกิน 5 ปีจะมีสิทธิเดินทางโดยอิสระในประเทศไทย และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้

ในห้วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” ทลายขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร พร้อมจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยนำบุคคลต่างด้าวซึ่งไม่ใช่เจ้าของรายการที่แท้จริงมาสวมรายการนักเรียน ซึ่งเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G เพื่อจัดทำบัตรประจำตัว บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

 

ล่าสุดวันนี้ (4 กรกฎาคม 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.,พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ เลขานุการ DOPA N.I.C.E, นายสงวนพงษ์ คำบุบผา ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนทางการเงิน 4 กองข่าวกรองทางการเงิน สำนักงาน ปปง. และนายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 สำนักงาน ป.ป.ท. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่าง ๆ ได้เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา”

การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้มีที่มาจากการที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.) ได้จับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา ในความผิดฐานช่วยเหลือซ้อนเร้นคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม และคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวชาวเมียนมา โดยพบว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีบัตรประจำตัวสองตัวตน คือ

(1) บัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา (บัตรสีชมพูเลข 00)

(2) บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) จึงทำการสืบสวนขยายผลพบว่าที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเครือข่ายนายหน้าและเจ้าหน้าที่ทะเบียนจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ให้กับชาวเมียนมา โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งบุคคลเหล่านี้บางส่วนเคยทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา

ในเบื้องต้นตรวจพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจน จำนวน 12 คน จึงได้ดำเนินการส่งเปรียบเทียบกับภาพถ่ายลายพิมพ์นิ้วมือในการทำบัตรประจำตัวบุคคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนกับบัตรประจำตัวคนต่างด้าว ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่า เป็นบุคคลคนเดียวกันทั้ง 13 คน ตรวจสอบเอกสารและสืบสวนพยานบุคคลสรุปข้อเท็จจริงได้ความว่า “นาย พ.” หรือ ปลัด พ. ขณะดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอหนึ่งทางภาคใต้) และ “นางสาว น.” อดีตลูกจ้าง ส.ย. อำเภอดอนสัก เป็นคนออกทะเบียน 0 ให้กับชาวพม่า โดยมีการเรียกรับเงินค่าดำเนินการคนละ 60,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท

จากการตรวจสอบทั้งหมดพบพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ดอนสัก จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และศาลอนุมัติหมายจับบุคคล 3 กลุ่ม ดังนี้

1.) กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 2 คน ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ, รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ และทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

2.) กลุ่มเจ้าบ้าน ผู้ยื่นคำร้องจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน จำนวน 3 คน ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อ หรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

3.) กลุ่มบุคคลต่างด้าว ผู้สวมสิทธิ จำนวน 12 คน ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำ ใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 137, 267, และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคสอง

ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 คน ดังนี้

  • นาย พ. ปลัดอำเภอ
  • นางสาว น. เจ้าหน้าที่ ส.ย. อำเภอดอนสัก
  • นางสาว บ. , นาย ป. และ นาง ค. เจ้าบ้าน ผู้ยื่นคำร้อง
  • กลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 6 คน

จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอำเภอดอนสัก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่น ๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่า ขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป

หากพบเห็นพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง