กรมบัญชีกลาง เคลียร์ชัด "ข้าราชการขอย้ายเอง" ไม่มีบ้านพัก ตกลงแล้ว เบิกค่าเช่าบ้านได้ไหม? กางกฎหมายมาตรา 7 เงื่อนไขเคสตัวอย่าง บทเรียนคนอยากย้ายกลับบ้าน
เคลียร์ปมร้อนที่คนในเครื่องแบบถามกันเข้ามามากที่สุด “ข้าราชการขอย้ายเอง” ไปทำงานต่างพื้นที่ แต่พอไปถึงแล้วกลับเจอแจ็กพอตไม่มีบ้านพักสวัสดิการให้ แถมตัวเองก็ ไม่มีบ้านส่วนตัว ในจังหวัดนั้นอีก
ตกลงแล้วกรณีแบบนี้จะยังสามารถเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้อยู่ไหม? ล่าสุด กรมบัญชีกลาง กางกฎหมายมาตรา 7 ชี้ขาดเคสตัวอย่างแบบชัดๆ ชนิดที่ข้าราชการสายอยากย้ายกลับบ้านอ่านแล้วมีจุก ใครกำลังจะยื่นเรื่องย้าย...อ่านด่วน ก่อนจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเองจนอ่วม
เปิดเคสเตือนสติ บทเรียนราคาแพงของคนอยากย้ายกลับบ้าน
กรมบัญชีกลาง ได้ออกมาเคลียร์ชัด ข้าราชการ "ขอย้ายเอง" เบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่? โดยหลายคนเข้าใจว่า ถ้าย้ายไปทำงานต่างพื้นที่ แล้วที่ทำงานไม่มีบ้านพักให้ แถมเราก็ไม่มีบ้านของตัวเอง "เบิกค่าเช่าบ้านได้ชัวร์ๆ ลองมาดูกรณีศึกษานี้กัน"
กรณีศึกษา เคสนางสาว C ทำเรื่อง "ขอย้ายตามความประสงค์ของตนเอง" ที่ทำงานใหม่ ไม่มีบ้านพักสวัสดิการให้ และนางสาว C ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองในจังหวัดนั้น
เคสนีเบิกค่าเช่าบ้านได้ไหม?
ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7
ข้าราชการที่ถูกสั่งย้ายไปต่างพื้นที่จะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ แต่ มีข้อยกเว้น ดังนี้
1. หน่วยงานมีที่พักจัดไว้ให้แล้ว
2. มีบ้านของตัวเองหรือคู่สมรสที่ผ่อนหมดแล้วในพื้นที่นั้น
3. ได้รับคำสั่งย้ายตาม "คำร้องขอของตัวเอง"
สรุปใจความสำคัญ การเซ็นชื่อขอย้ายด้วยความสมัครใจ จะไปตรงกับ ข้อยกเว้นข้อที่ 3 ของกฎหมายทันที ซึ่งส่งผลให้สิทธิ์ในการเบิกสะดุดและ "หมดสิทธิ์เบิกค่าเช่าบ้าน" ไปโดยปริยาย
โดยที่หน่วยงานไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ต่างจากการถูก "สั่งย้ายตามความจำเป็นของทางราชการ" ที่รัฐจะเป็นผู้ซัพพอร์ตให้
ดังนั้น ข้าราชการท่านใดที่กำลังวางแผนจะย้ายสับเปลี่ยนย้ายกลับภูมิลำเนา ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ดี เพราะหากเป็นกรณี "ขอย้ายเอง" คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านเองทั้งหมดตลอดอายุการทำงานในพื้นที่นั้น
อ้างอิง : กรมบัญชีกลาง





