นักเรียนไทยเตรียมตัวเข้าห้องสอบ ล่าสุด สอบโอเน็ต 69 สทศ. กำหนดวันมาแล้ว ป.6 ม.3 ม.6 ดูตารางสอบ วันสอบ O-NET 2569 วันประกาศผล เช็กกฎเหล็ก มาสาย 30 นาทีหมดสิทธิ์สอบทันที
สทศ. ประกาศทางการแล้ว! เด็กนักเรียนไทยเตรียมพร้อมเข้าห้องสอบ ล่าสุด สอบโอเน็ต 69 กำหนดวันมาแล้ว ป.6 ม.3 ม.6 ตารางสอบ วันสอบ O-NET 2569 วันประกาศผล เช็กกฎเหล็ก มาสาย 30 นาทีหมดสิทธิ์สอบทันที พร้อมเปิดระบบให้โรงเรียนส่งข้อมูลสิงหาคมนี้
สทศ. เคาะแล้ว! ปฏิทินสอบ O-NET 2569 เด็กไทยต้องรู้ ดีเดย์ส่งข้อมูล ส.ค. 69
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ประกาศกำหนดการจัดการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET (Ordinary National Educational Test) ปีการศึกษา 2569 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยในปีนี้เน้นย้ำกระบวนการโปร่งใสและระบบการจัดสอบที่ทันสมัย
โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่สถานศึกษาและนักเรียนกลุ่มเทียบเท่า/Home School ต้องจำให้แม่น ย้ำว่าห้ามพลาดแม้แต่วันเดียว มิฉะนั้นจะเสียสิทธิ์ในการทดสอบระดับชาติครั้งสำคัญนี้
- 1 – 31 ส.ค. 2569 : โรงเรียนส่งข้อมูลนักเรียน และข้อมูลห้องสอบ ผ่านระบบ O-NET
- 1 – 30 ก.ย. 2569 : ศูนย์สอบจัดสนามสอบและห้องสอบ
- 1 – 10 พ.ย. 2569 : เปิดรับสมัครนักเรียนเทียบเท่า ป.6, ม.3 และ Home school ที่เว็บไซต์ สทศ.
- 15 ธ.ค. 2569 : ประกาศเลขที่นั่งสอบและสนามสอบ ระดับชั้น ม.6
- 8 ม.ค. 2570 : ประกาศเลขที่นั่งสอบและสนามสอบ ระดับชั้น ป.6 และ ม.3
กฎเหล็กห้องสอบโอเน็ต 69 พลาดข้อเดียว = หมดสิทธิ์สอบ!
สิ่งที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องระวังมากที่สุดในปีนี้ คือ "ระเบียบการเข้าห้องสอบ" ที่ สทศ. กำหนดไว้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการทดสอบรูปแบบกระดาษ (Paper Pencil) หากปฏิบัติไม่ตรงตามนี้ จะถูกตัดสิทธิ์ทันที ได้แก่
- ไม่มีเลขที่นั่งสอบ = ไม่มีสิทธิ์สอบ
- ไม่มีบัตรแสดงตน (บัตรประชาชนตัวจริง/บัตรนักเรียนที่มีรูปถ่าย) = ไม่มีสิทธิ์สอบ
- ไปผิดสนามสอบ = ไม่มีสิทธิ์สอบ
- ไปสายเกิน 30 นาที = ไม่มีสิทธิ์สอบในวิชานั้นๆ
หมายเหตุ: นักเรียนต้องนั่งสอบจนกว่าจะหมดเวลา และอนุญาตให้นำเฉพาะ นาฬิกาธรรมดาที่ใช้ดูเวลาเท่านั้น เข้าห้องสอบได้ (ห้าม Smartwatch เด็ดขาด)
เจาะลึกความต่างอุปกรณ์เข้าห้องสอบ สอบกระดาษ vs สอบคอมพิวเตอร์
ในปีการศึกษา 2569 นี้ มีการแยกรูปแบบการสอบอย่างชัดเจน โดยชั้น ป.6 ยังคงสอบแบบ Paper Pencil (ใช้กระดาษ) ส่วนชั้น ม.3 และ ม.6 จะเป็นการสอบแบบ Digital Testing (ผ่านคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต) ซึ่งอุปกรณ์ที่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบมีความแตกต่างกันดังนี้
รูปแบบกระดาษ (ป.6) ต้องเตรียม
- ดินสอดำ 2B
- ยางลบ และ กบเหลาดินสอ
- ปากกา (สำหรับเซ็นชื่อ)
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือบัตรที่มีรูปถ่ายที่ราชการออกให้
รูปแบบ Digital Testing (ม.3 และ ม.6) ต้องเตรียม
- ปากกา (สำหรับเซ็นชื่อ)
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือบัตรที่มีรูปถ่ายที่ราชการออกให้ เท่านั้น! (เนื่องจากไม่ต้องใช้ดินสอฝนคำตอบ)
กางตารางสอบ O-NET 69 - 70 แยกรายชั้น ป.6, ม.3, ม.6 สอบวันไหนบ้าง?
เพื่อให้ไม่พลาดการเตรียมตัว มาเจาะลึกตารางสอบรายวิชาของแต่ละระดับชั้น ซึ่งจะลากยาวไปสอบในช่วงต้นปี 2570 ดังนี้
ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 (สอบแบบกระดาษ 30 ม.ค. 2570)
- 09.00 - 10.00 น. : วิชา คณิตศาสตร์
- 10.30 - 12.00 น. : วิชา ภาษาไทย (มีทั้งปรนัยและอัตนัย)
- 13.30 - 14.30 น. : วิชา วิทยาศาสตร์
- 15.00 - 16.00 น. : วิชา ภาษาอังกฤษ
ประกาศผลสอบ O-NET ป.6 : 11 มีนาคม 2570
ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 (สอบระบบดิจิทัล 1-8 ก.พ. 2570)
- 08.30 - 10.00 น. : วิชา คณิตศาสตร์
- 10.30 - 12.00 น. : วิชา ภาษาไทย (มีทั้งปรนัยและอัตนัย)
- 13.00 - 14.30 น. : วิชา วิทยาศาสตร์
- 15.00 - 16.30 น. : วิชา ภาษาอังกฤษ
ประกาศผลสอบ O-NET ม.3 : 19 มีนาคม 2570
ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 (สอบระบบดิจิทัล 10-13 ม.ค. 2570)
- 08.00 - 09.30 น. : วิชา คณิตศาสตร์
- 09.45 - 11.15 น. : วิชา ภาษาไทย
- 12.15 - 13.45 น. : วิชา วิทยาศาสตร์
- 14.00 - 15.30 น. : วิชา ภาษาอังกฤษ
- 15.45 - 17.15 น. : วิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ประกาศผลสอบ O-NET ม.6 : 11 กุมภาพันธ์ 2570
สอบไปทำไม? เปิดวัตถุประสงค์แท้จริงของการสอบ O-NET
หลายคนอาจมีคำถามว่า "สอบโอเน็ตไปเพื่ออะไร?" ทาง สทศ. ระบุชัดเจนว่า การสอบครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อวัดความรู้และความคิดรวบยอดของนักเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยครอบคลุม 5 กลุ่มสาระหลัก (ภาษาไทย, สังคมศึกษาฯ, ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์) รวมทั้งหมด 51 มาตรฐานการเรียนรู้
โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ
- เพื่อทดสอบความรู้ความคิดรวบยอดของนักเรียนระดับชาติ
- เพื่อนำผลไปใช้วางแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียน
- เพื่อใช้เป็นตัวประเมินผลการเรียนรู้ระดับประเทศ
- เพื่อใช้ประโยชน์ในวัตถุประสงค์อื่น เช่น การนำไปเป็นองค์ประกอบในการยื่นศึกษาต่อ หรือประเมินมาตรฐานโรงเรียน
ดังนั้น นักเรียนทุกคนจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม และติดตามประกาศจากทางโรงเรียนอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบรอบสอบของตนเองผ่านเว็บไซต์ สทศ. ต่อไป



