วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ด่วน! ฝนตกหนัก 12 จังหวัดภาคใต้ ศปช. สั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือภัยพิบัติ

ด่วน! ศปช. ออกประกาศเตือน 12 จังหวัดภาคใต้ ฝนหนักวันนี้ สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อมหากเกิดภัยพิบัติ ยืนยันฝนท้ายฤดู ไม่เกี่ยวพายุ "หม่านหยี่" ที่กำลังสลายตัว

วันนี้ (20 พ.ย. 67) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช.  เปิดเผยว่า ตามที่ ศปช. ได้เคยประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ย.ไปแล้วก่อนหน้านี้ 

ล่าสุด ที่ประชุม ศปช. ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะมีพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออกบริเวณอ่าวไทย จะมีฝนตกหนักและมีพื้นที่เสี่ยงสูง 8 จังหวัด ได้แก่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ในขณะที่ 4 จังหวัดฝั่งอันดามันจะมีฝนกระจายตัว บริเวณที่จังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล 

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศปช. สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนสะสมสูงสุด ได้สั่งเตรียมพร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มทั้ง 11 อำเภอ

"ฝนที่เกิดขึ้นในภาคใต้เกิดจากมรสุมที่พาดผ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับ พายุโซนร้อน“หม่านหยี่“(MAN-YI) ที่ขณะนี้เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในวันนี้ (20 พ.ย.) ซึ่งเป็นไปตามที่ ศปช.เคยเน้นย้ำว่าพายุดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด"

ส่วนความคืบหน้ากรณีน้ำผุด ที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนเป็นวงกว้างแม้ว่าจะเกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ แต่ก็ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1 (ลำปาง) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ไปศึกษาแนวทางการกักเก็บน้ำเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งจะมีการลงพื้นที่ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย. นี้ ทั้งนี้ให้มีการรายงานความคืบหน้ากลับมายัง ศปช. เพื่อพิจารณาการกำหนดแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างรอบด้านต่อไป