กทม. ตอบทุกข้อสงสัย ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เอื้อนายทุน?

กทม. ตอบทุกข้อสงสัย ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เอื้อนายทุน?

ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 กทม. ตอบทุกข้อสงสัย กับ 10 คำถามที่พบบ่อย หลังถูกวิจารณ์เอื้อนายทุน

ความคืบหน้ากรณีการวางและจัดทำ ผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ในสมัยของ ผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2568 ซึ่งทาง กทม. ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนครั้งสุดท้ายในการทำผังเมืองใหม่ไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2567 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เอื้อประโยชน์นายทุน

 

 

พร้อมกันนี้ยังได้ขยายเวลาให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นหนังสือแสดงความคิดเห็น เพื่อให้มีผลเกี่ยวกับสิทธิในการยื่นคำร้องขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามมาตรา 30 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 ก.พ.2567 (จากเดิมสามารถยื่นได้ถึง 22 ม.ค.2567) ตามช่องทางดังนี้

 

  • ยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง หรือส่งทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง 45 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

 

  • ยื่นทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (คลิก)

 

  • ยื่นทางเว็บไซต์โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (คลิก) หรือโทรศัพท์ 0 2354 1275

 

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างผังเมืองรวมกทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ดังนี้

1.) สะท้อนความคิดเห็นต่อร่างผังเมืองได้อย่างไรบ้าง

กรุงเทพมหานครกําหนดให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2566 ไปจนถึง 22 มกราคม 2567 ด้วยการแสดงความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านแบบแสดงความคิดเห็น (แบบ สค.) ซึ่งสามารถยื่นผ่านระบบ Online หรือยื่นเป็นเอกสารได้ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์มาที่สํานักการวางผังและพัฒนาเมือง ทั้งนี้การยื่นแสดงความคิดเห็นตามระยะเวลาดังกล่าวจะถือว่าเป็นการสงวนสิทธิ์เพื่อให้สามารถยื่นคําร้องในช่วงการปิดประกาศ 90 วันเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการผังเมือง แต่ภายหลังการจัดกิจกรรมประชุมรับฟังความคิดเห็นวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจต่อร่างแผนผังเป็นจํานวนมาก และมีข้อคิดเห็นของประชาชนที่เสนอให้ขยายระยะเวลาการรับฟังความของประชาชนออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมยิ่งขึ้น รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล จึงได้สั่งการให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 โดยคงช่องทางการรับความเห็นไว้ทั้งช่องทาง Online และการยื่นแบบ สค. ไว้เช่นเดิม

 

2.) ร่างผังเมืองใหม่สอดคล้องกับอนาคตของกรุงเทพฯ อย่างไร

การวางและจัดทําผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) มีแนวคิดซึ่งเป็นไปตามผังโครงสร้างการพัฒนากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2580 ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นการถ่ายทอดนโยบายที่สําคัญต่าง ๆ ของชาติ ตลอดจนผังนโยบายระดับภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ที่ดําเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง) โดยมีแนวคิดที่สําคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์บริเวณพื้นที่ที่มีคุณค่าความสําคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การส่งเสริมการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจในย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมือง และศูนย์กลางรอง ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากในบริเวณพื้นที่การให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนภายในวงแหวนรัชดาภิเษก และสําหรับพื้นที่ชั้นกลางระหว่างวงแหวนรัชดาภิเษกและวงแหวนกาญจนาภิเษกที่มีการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนจะส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง และที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยในบริเวณที่ยังไม่มีการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยมีการกําหนดการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองและศูนย์พาณิชยกรรมชุมชนเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงาน และการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่ภายนอกของวงแหวนกาญจนาภิเษก ดังนั้นการกําหนดแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน จะเป็นไปตามแนวความคิดหลักตามที่กล่าวมาซึ่งมีการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และการกําหนดเพื่อชี้นําแนวทางการพัฒนาเมืองในอนาคตตามแนวความคิดที่กําหนดและสอดคล้องนโยบายระดับภาคและประเทศ

 

3.) ทําไมการพัฒนาผังเมืองโซนสีเขียวฝั่งตะวันออก-ตะวันออกจึงไม่เท่าเทียมกัน

บริเวณที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมในพื้นที่ฝั่งตะวันตก มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติของพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมชั้นดีในพื้นที่บริเวณเขตตลิ่งชันและเขตทวีวัฒนา ซึ่งแตกต่างจากที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำ ในบริเวณที่มีข้อจํากัดด้านการระบายน้ำและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในปัจจุบันสภาพพื้นที่บริเวณตลิ่งชันและทวีวัฒนา ส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรมแล้ว เนื่องจากมีแนวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีแดงและสีส้มเข้ามาในพื้นที่ เมื่อพิจารณาจากสภาพทางกายภาพ ราคาที่ดินและความต้องการที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมือง พื้นที่บริเวณนี้จึงมีความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงเป็นการพัฒนาที่เชื่อมต่อกับย่านที่อยู่อาศัยของจังหวัดนนทบุรีอีกด้วย ส่วนการปรับลดพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรมในฝั่งตะวันตก เป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาศูนย์พาณิชยกรรมชานเมืองมีนบุรี ตามศักยภาพการเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีส้มและสายสีชมพู และการพัฒนาศูนย์พาณิชยกรรมชานเมืองลาดกระบัง โดยได้คํานึงถึงประสิทธิภาพของการระบายน้ํา การบริหารจัดการน้ํา และการป้องกันน้ําท่วมในพื้นที่ด้วยแล้ว

 

4.) ทําไมไม่วางแผนทําร่างผังเมืองร่วมกับจังหวัดปริมณฑล

การวางและจัดทําผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครนั้น ในขั้นตอนการจัดทําร่างผังฯ กรุงเทพมหานครได้มีการประสานกับจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ ถึงแผนงานโครงการต่างๆ ของแต่ละจังหวัดในอนาคตให้มีความสอดคล้องกัน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อจังหวัด เช่น โครงการเชื่อมถนนต่าง ๆ การระบายน้ำ รวมการกําหนดโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่ขัดแย้งกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านผังเมืองซึ่งทุกจังหวัดใช้เป็นแนวทางในการจัดทําผังเมืองรวม ได้แก่ ผังนโยบายระดับประเทศ ผังนโยบายระดับภาค และผังนโยบายระดับจังหวัด ตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562

 

5.) เราควรได้ประโยชน์จาก FAR Bonus มากกว่านี้หรือไม่

มาตรการ FAR Bonus เป็นมาตรการจูงใจ โดยการให้สิทธิพิเศษ (Bonus) ในการเพิ่มพื้นที่อาคารมากขึ้นจากข้อกําหนด ซึ่งทุกกรณีเป็นการทําเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การเพิ่มที่ว่างและพื้นที่สีเขียวสาธารณะให้กับเมืองทั้งริมถนนและริมน้ำ การจัดหาแก้มลิงกักเก็บน้ำฝนเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม การมีอาคารประหยัดพลังงาน การเพิ่มที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย การเพิ่มที่จอดรถบริเวณชานเมืองเพื่อส่งเสริมให้รถไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่เมืองชั้นในรวมถึงการจัดหาพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการสัญจรจากรถไฟฟ้าไประบบอื่นๆ รอบสถานี การเพิ่มสถานรับเลี้ยงเด็กและผู้สูงอายุ และการจัดระเบียบทางเท้า เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์หลักในการทําผังเมืองรวม ซึ่งทุกคนล้วนได้รับประโยชน์ และเป็นมาตรการรูปธรรมที่สามารถควบคุมและตรวจสอบได้

 

6.) ทําไมร่างผังเมืองไม่สอดคล้องการคมนาคมโดยรวมของรัฐ และไม่เชื่อมตรอกซอยเพื่อแก้รถติด

การวางและจัดทําแผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่งของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) เป็นการดําเนินการที่ได้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์การรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย ฯลฯ ประกอบกับการดําเนินการให้เป็นไปตามแผนแม่บทต่าง ๆ ได้แก่ แผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนสายหลักและสายรองในกรุงเทพฯและปริมณฑล (M-MAP) แผนแม่บทขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 (M-MAP2) ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างการวางแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและการวางแผนผังการคมนาคมและขนส่งของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างไรก็ตาม การวางและจัดทําแผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่งของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาโครงข่ายถนนสายรอง (secondary road) ในพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ (super block) ซึ่งจะส่งผลต่อการลดปริมาณการจราจรในถนนสายหลัก (primary road) ได้ประมาณร้อยละ 18 (SPURT Study และ Bangkok Urban Transport Project, UNDP-ADB) จึงได้กําหนดให้มีโครงการขยายและเชื่อมต่อถนนซอย (เส้นเลือดฝอย) ให้มีความสะดวกและความปลอดภัยต่อการสัญจรของประชาชน และความสามารถในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีแนวสายทางพาดผ่านถนนสายหลักในบริเวณนั้น ๆ

 

7.) ทําไมไม่มีข้อกําหนดการใช้งานที่ดินทหาร

แปลงที่ดินที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกองทัพหรือฐานที่ตั้งของหน่วยทหารต่าง ๆ ถูกกําหนดให้เป็นพื้นที่สีขาวในแผนผังกําหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้จําแนกประเภท โดยแปลงที่ดินส่วนใหญ่ที่กําหนดไว้ในแผนผังนั้น กองทัพยังคงใช้ประโยชน์ที่ดินกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ตามภารกิจและหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงทางการทหาร ซึ่งมีหน่วยงานกํากับดูแลและกําหนดนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะ ดังนั้นการนําข้อกําหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่บังคับใช้กับพื้นที่โดยทั่วไปของกรุงเทพมหานครเพื่อบังคับใช้กับพื้นที่ทหารอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการทหารหรือภารกิจหน้าที่ของฐานที่ตั้งของหน่วยทหารนั้น

 

8.) กําหนดผังเมืองสีแดงเอื้อนายทุนจริงหรือไม่

หลักการในการกําหนดที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (พื้นที่สีแดง) กําหนดตามระดับความเข้มข้นของพื้นที่พาณิชยกรรมและสอดคล้องกับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยจําแนกเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมในเขตอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ศูนย์พาณิชยกรรมของชุมชน ศูนย์ชุมชนชานเมือง ศูนย์พาณิชยกรรมของเมือง ศูนย์พาณิชยกรรมรอง และศูนย์พาณิชยกรรมหลัก (พ.1 - พ.8) ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ศูนย์พาณิชยกรรมของชุมชน ที่กําหนดเป็นที่ดินประเภท พ.3 มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายกิจกรรมการค้าและการบริการที่อํานวยความสะดวกต่อการดํารงชีวิตประจําวันของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณชานเมือง ตัวอย่าง ศูนย์พาณิชยกรรมของชุมชนดังกล่าวเช่น บริเวณลาดกระบัง หนองจอก ดอนเมือง บริเวณบางบอน-พระราม 2 เป็นต้น ในขณะที่ ศูนย์พาณิชยกรรมรอง ที่กําหนดเป็นที่ดินประเภท พ.7 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า การบริการและนันทนาการ ในบริเวณโดยรอบเขตการให้บริการของระบบขนส่งมวลชน ตัวอย่างพื้นที่ที่กําหนดเป็นศูนย์พาณิชยกรรมรอง เช่น พื้นที่บริเวณสถานีกลางบางซื่อ บริเวณสี่แยกพระราม 9 บริเวณตามแนวถนนรัชดาภิเษก บริเวณคลองสาน-วงเวียนใหญ่ เป็นต้น

 

9.) ผังที่โล่งทําไมรวมสนามกอล์ฟด้วย

แผนผังที่โล่ง มีวัตถุประสงค์จัดทําขึ้นเพื่อประโยชน์ในการดํารงรักษาที่โล่งไว้เพื่อสาธารณประโยชน์และสภาพแวดล้อมอันจะเป็นการรักษาสภาพภูมิทัศน์ที่ดีของชุมชน ทั้งนี้ ที่โล่งนั้นไม่จําเป็นต้องเป็นที่สาธารณประโยชน์ โดยที่ในแปลงที่ดินของเอกชนเจ้าของที่ดินจะยังคงสามารถใช้สิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินข้างเคียง

 

10.) ทําไมร่างผังเมืองไม่กระจายความเจริญ เมืองโตเฉพาะกรุงเทพฯ ชั้นในเท่านั้น

การวางและจัดทําผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) มีสาระสําคัญในการกําหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ซึ่งเป็นการดําเนินการตามบทบาทหน้าที่ของภาครัฐในเขตกรุงเทพชั้นใน ชั้นกลาง มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างสมบูรณ์ การกําหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินใน กลุ่มเขตนี้ จึงเป็นการกําหนดตามศักยภาพพื้นที่สูงสุด ตามมาตรฐานทางผังเมือง ซึ่งการพัฒนากรุงเทพชั้นใน กรุงเทพชั้นกลางครั้งนี้ ได้ให้ความสําคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง ตลอดจนการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สําหรับกรุงเทพตะวันออก และกรุงเทพตะวันตก การวางและจัดทําผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ได้กําหนดให้มีการพัฒนาพัฒนาศูนย์พาณิชยกรรมชานเมือง (Suburban Center) มีนบุรี ลาดกระบัง และหนองจอกในกลุ่มกรุงเทพตะวันออก และศูนย์พาณิชยกรรม ชานเมืองตลิ่งชันในกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และศูนย์พาณิชยกรรมชานเมืองบางแค-ทวีวัฒนา ในกลุ่มเขตกรุงธนใต้เพื่อให้เป็นย่านการค้าและบริการ ตลอดจนเป็นแหล่งการจ้างงานของประชาชนในเขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร ต่อไป

 

กทม. ตอบทุกข้อสงสัย ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เอื้อนายทุน?

 

ข้อมูลจาก กรุงเทพมหานคร