ปรับตัวขึ้น (26 ส.ค.64)

ปรับตัวขึ้น (26 ส.ค.64)

เก็งกำไร BCPG DOHOME III

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ปรับตัวขึ้น แนวรับ 1595 / 1585 แนวต้าน 1615 / 1630 แนะนำ เก็งกำไร BCPG DOHOME III ทางเทคนิค ดัชนีฯ ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบแนวต้านถัดไป หลังจากฟอร์มตัวในรูปแบบ Tipple Bottom และมีการทำ Breakaway Gap ทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 1575 จุด ในวันทำการก่อนหน้า

+ปัจจัยบวก 1) การประชุมศบค. ที่มีการเสนอผ่อนคลายร้านอาหารและห้างให้กลับไปใช้บริการได้ หลังจากจำนวนผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาหายกลับบ้านเริ่มสูงขึ้นกว่าผู้ติดเชื้อ รายใหม่และมีอัตราการตรวจพบผู้ติดเชื้อลดลง มีโอกาสที่รัฐบาลจะออกมาตรการคลาย ล็อกดาวน์ 2) ตัวเลขผู้ติดเชื้อประเทศจีน ซึ่งรายงานออกมาเป็น 0 ราย เป็นปัจจัยบวกต่อราคา commodities ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มเดินเรือ กลุ่มปิโตรเคมี 3) ตลาดได้มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ส่งสัญญาณเกี่ยวกับรายละเอียกการทำ Tapering เพิ่มเติมในงานสัมมนา Jackson Hole ที่เริ่มต้นวันนี้ จากสองวันทำการ 4) งาน Thailand Focus ผู้ลงทุนสถาบันทั้งหมด 192 ราย จาก 105 สถาบันทั่วโลก และมีผู้ลงทุนรายบุคคลจากต่างประเทศ มีจำนวน 110 ราย มากกว่าปีก่อนที่มี 88 ราย เป็นสัญญาณเกี่ยวกับความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในสายนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมีอยู่

-ปัจจัยลบ 1) การประชุม Jackson Hole ที่จะมีขึ้นในวันนี้ หากมีการแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการ Tapering เพิ่มเติม ซึ่งผิดไปจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะเป็นลบกับตลาด 2) แรงขายระยะสั้นที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น จากการขายทำกำไร เพื่อรอการเข้าซื้อรอบใหม่เมื่อตลาดย่อตัว

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตามวันนี้

       - Opportunity Day ได้แก่ SPCG SHR GUNKUL FTE SYNEX SSP HUMAN

       - การประชุมศบค. ชุดเล็ก เพื่อหารือทบทวนมาตรการและเรื่องการกำหนดมาตรการ ผ่อนคลาย

       - สุนทรพจน์ของประธานเฟด ในประเด็น "แนวโน้มเศรษฐกิจ" ในการประชุมสัมมนา Jackson Hole เริ่มต้นวันนี้ เวลา 21.00 น.

       - ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะออกมาดีกว่าที่คาด

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวก: ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกตลอดทั้งวันระหว่าง 1589 –1596จุด ก่อนจะดีดตัวในช่วงบ่ายปิดที่ 1600.49 จุด +13.51 จุด วอลุ่มการซื้อขาย 9.2 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ +1.28% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +1.25% เทคโนโลยีสารสนเทศ +1.22% พลังงานและสาธารณูปโภค และธนาคาร +1.11% หุ้นบวก >4% 7UP EA TTA UKEM MEGA JMT III SNNP AIT ITEL AMANAH NSL DIMET หุ้นลบ >4% APURE EFORL IT VPO

+/- หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ส่วนหุ้นยุโรปปิดคละ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกต่อเนื่อง DJIA +0.11% (+39.24 จุด) ส่วน S&P500 +0.22% และ NASDAQ +0.15% ทำ All Time High เป็นผลจาก FDA อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ CAC40 +0.18% DAX -0.28% FTSE +0.34% โดยตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวลดลง จากดัชนี Ifo Business Climate หดตัวเป็นเดือนที่ 2 ส่วนอังกฤษ นำบวกโดยหุ้นกลุ่ม Entertainment และธนาคาร

+/- ราคาน้ำมันปิดบวก แต่ทองคำปิดลบ: WTI +82 เซนต์ ปิดที่ USD68.36/บาร์เรล Brent +USD1.20 ปิดที่ USD72.25/บาร์เรล ได้รับแรงหนุนจากการที่เม็กซิโกลดการผลิตน้ำมันมากกว่า 4 แสนบาร์เรล/วัน หลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นน้ำมัน แห่งหนึ่ง และคาดว่าจะสามารถกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งในวันที่ 30 ส.ค. ส่วนราคาทองคำปิด -USD17.50 ปิดที่ USD1,791.00/ออนซ์ จากการแข็งค่าของ USD

ประเด็นสำคัญ

+ Oil: EIA เผยสต็อกน้ำมันเบนซินลดลงสูงกว่าคาด 2.2 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล

- USA: ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง -0.1% ในเดือน ก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น +0.8% ในเดือน มิ.ย. จากผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานและการพุ่งขึ้นของราคาวัตถุดิบ ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย +0.7%

- ASEAN: บรรดานักเศรษฐศาสตร์ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ ASEAN หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้า โดยมาเลเซียได้ถูกปรับลดมากที่สุด โดยมีกรอบการขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ระหว่าง 1.4%-4.3% ขณะเดียวกันคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง +1.2% ลดลงจากเดือน พ.ค. ที่ +2.4% และยังคงคาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอัตราต่ำที่สุดต่อไป

+ Thailand: ยอดส่งออกรถยนต์เดือน ก.ค. 70,590 คัน +42.42% YoY จากฐานต่ำปีก่อน และ -14.97% MoM เพราะส่งออกลดลงในบางทวีป อาทิ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศคู่ค้าลดลง คาดว่าเดือน ส.ค. จะมียอดส่งออกเครื่องยนต์และชิ้นส่วนดีขึ้น เพราะประเทศคู่ค้าได้เปิดโรงงานรถยนต์เกือบปกติแล้ว

แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: KTC AMATA ILM

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: BCPG DOHOME III

Derivatives: แนะเปิด Long S50U21 เมื่ออ่อนตัว (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)

แท็กที่เกี่ยวข้องการเงินหุ้นปรับตัวขึ้นstock