วันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ จากความกังวลที่เฟด จะปรับลด QE ภายในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง
ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และมีคาดการณ์ MSCI Rebalance ไทยถูกลดน้ำหนัก เป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,544.28 จุด -7.59 จุด -0.49% มูลค่าการซื้อขาย 78,154 ลบ. ต่างชาติ +515.70 ลบ. TFEX -5,450 สัญญา ตราสารหนี้ -1,518.69 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 348,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน และต่ำสุดในรอบ 17 เดือน
+ จีนเปิดเผยว่ารายได้ด้านการคลังของจีนในช่วงเดือนม.ค.-ก.ค.ปีนี้ เพิ่มขึ้น 20% YoY
+ รพ.ศิริราชเปิดเผยผลงานวิจัยวัคซีนโควิดว่าการฉีดวัคซีนแบบเข็มสลับ ซิโนแวคก่อนแล้วตามด้วยแอสตร้าเซเนก้าใน 3-4 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูงเฉลี่ย 1,355 หน่วย ใกล้เคียงกับการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มที่มีภูมิขึ้นเฉลี่ย 1,900 หน่วย
+ ททท.สนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 เปิดโครงการ “Unseen New Series” จัดโปรโมชั่น “น้ำใจไทยช่วยไทย” ซื้อก่อนเที่ยวทีหลัง ช่วยเสริมสภาพคล่องธุรกิจ
+ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ต่ำกว่า 2 หมื่นราย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 19,851 ราย มีผู้เสียชีวิต 240ราย เริ่มชะลอตัวลง รักษาหาย 20,478 ราย
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 66.57 จุด -0.19% แรงกดดันจากการที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดวงเงิน QE ภายในปีนี้ และกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ล่าสุดโกลด์แมน แซคส์ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของสหรัฐใน 3Q64 เหลือเพียง 5.5% จากเดิม 9%
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.77 ดอลลาร์ -2.7% ปิด 63.69 ดอลลาร์/บาร์เรลแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อคืนนี้ โดยปิดลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 6 นลท.กังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์
- FOMC เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค. ระบุว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าเฟดควรจะเริ่มปรับลดวงเงิน QE ในปีนี้ เมื่อพิจารณาจากเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นวงกว้างตามที่เฟดคาดการณ์ไว้
- อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐชี้อัฟกานิสถานอาจกลายเป็นฐานกลุ่มก่อการร้ายอีกครั้ง
- การชุมนุมทางการเมืองส่อเค้ารุนแรงขึ้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กนัดหมายการชุมนุม CAR MOB CALL OUT ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 สิงหาคม
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศที่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,537-1,557 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• Defensive Stock : ADVANC TTW EASTW BGRIM
• หุ้น Reopening Play : กลุ่มโรงแรม - MINT ERW CENTEL AWC SHR กลุ่มขนส่ง - BEM BTS กลุ่มห้างสรรพสินค้า - CPN CRC MBK กลุ่มร้านอาหาร - AU M ZEN SPA
หุ้นรายงานพิเศษ
ECL – “มุมมองบวกต่อผลประกอบการปีนี้”
(Bloomberg Consensus 2.80 บาท)
•(+) 2Q64 มีกำไร 33 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 10.47 ล้านบาทในงวด แม้พอร์ตสินเชื่อใหม่ปลายมิ.ย. ลดลง 36%YoY เหลือ 650 ล้านบาทแต่ NIM ปรับดีขึ้นเป็น 6.75% จาก 6.32% ใน 2Q63 %NPL ลดเหลือ 8.07% จาก 9.11% ณ ปลายมิ.ย.63 ส่งผลให้คชจ.ลดลงจากการตั้งสำรองด้อยค่ารถยึดลดลง ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการกู้ยืมเพื่อปล่อยสินเชื่อลดลง ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยมี D/E ratio ลดเหลือ 2.05 เท่าจากระดับ 3.11 เท่า ณ ปลายมิ.ย. 63 2Q63 งวด 1H64 มีกำไร 89 ล้านบาทเติบโตก้าวกระโดดจากกำไร 0.75 ล้านบาทในงวด 1H63
•(+) ผู้บริหารตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 64 ใกล้เคียงกับปี 63 ที่ราว 1,500 ล้านบาท ปี 65 คาดจะเริ่มปล่อยสินเชื่อ car for cash ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาตโดยได้ know how ในการจัดเก็บและพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่มีความแม่นยำสูงจากผู้ถือหุ้นใหญ่ 25.4% เป็นชาวญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญ
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการปีนี้ที่มีโอกาสเติบโตสูงเมื่อเทียบกับฐานต่ำในปี 63 ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 64 เฉลี่ย 152 ล้านบาท +146%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคชจ. ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 1.05 เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 3.5 เท่า
หุ้นมีข่าว
(+) CPALL ( ฺBloomberg Consensus 68.00 บาท) กางแผนครึ่งปีหลัง 2564 ชูกลยุทธ์ O2O ดันยอดขายสินค้าอาหารพร้อมทาน และเครื่องดื่มเติบโตสูงโดยเฉพาะบริการ 7-Eleven Delivery ส่งผลให้สัดส่วนยอดขาย โดยรวมเกิน 10% ขณะที่สินค้าด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำลงทุนโลตัสเป็นการสร้างผลตอบแทนและหนุนฐานธุรกิจ CPALL ให้แข็งแกร่งในอนาคต ส่วนแผนเปิดสาขาในกัมพูชา คาดว่าจะชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ ที่มา ทันหุ้น)
(+) OR ( ฺBloomberg Consensus 26.00 บาท) OR รับเจรจาดีล M&A และ JV ไม่ต่ำกว่า 10 โครงการทั้ง F&B, Non-F&B รวมถึงธุรกิจดิจิทัล และค้าปลีกขนาดเล็กชี้ยิลด์สูงกว่าปั๊ม อัดงบ 7.46 หมื่นล้านบาท ขยายธุรกิจในและ ต่างประเทศ มั่นใจสัดส่วน EBITDA ธุรกิจ Non-Oil จะเพิ่มเป็น 35% ปี 68 รับโควิดกดดันปริมาณขายน้ำมัน มองใกล้พ้นจุดต่ำ Q4 ฟื้น การเงินแกร่งกระแสเงินสด 4 หมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) JWD ( ฺBloomberg Consensus 19.50 บาท) “JWD” คงเป้ารายได้ปีนี้โต 20% ลั่นผลงานไตรมาส 3/64 แจ่ม! หลังยานยนต์-คลังสินค้าเคมีฟื้นจากปีก่อน รับอานิสงส์จากล็อกดาวน์หนุนอัตราการเช่าใช้ Storage พุ่ง 80-90% จ่อบุ๊กส่วนแบ่งกำไร “อีสเทิร์นซี แหลมฉบัง เทอร์มินัล (ESCO)” เข้ามาตั้งแต่ต.ค.นี้ เล็งยกระดับบริการ Cold Chain Logistics (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) RBF ( ฺBloomberg Consensus 19.60 บาท) “RBF” คาดผลงานครึ่งปีหลังฟื้นดีกว่าครึ่งปีแรก รับออเดอร์พุ่ง-ต้นทุนลด-ไร้ภาระขาดทุนโรงแรม ลั่นรายได้ปีนี้โต 10-12% เล็งปิดดีลสัญญาลูกค้าสั่งซื้อกัญชงเพิ่ม เดินหน้าสร้างโรงงานเฟส 2 ที่อินโดนีเซีย มูลค่าลงทุน 200-250 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
18-20 ส.ค. สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ2-3
สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
24 ส.ค. ส.อ.ท. แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่ 5 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
25-27 ส.ค. ตลท.เตรียมจัดงานไทยแลนด์โฟกัส
29 ส.ค. คาร์ม็อบทั่วประเทศ
31 ส.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
ต่างประเทศ
20 ส.ค. ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR
23 ส.ค. อียูและสหรัฐ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.จากมาร์กิต
สหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค.
24 ส.ค. สหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.
25 ส.ค. สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
26 ส.ค. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
26-28 ส.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จัดการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง






