การเงิน

KBANK - ซื้อ (22 ก.ค.64)

ผลประกอบการ 2Q64: กลยุทธ์การโตดูสวนทางกับมุมมองเศรษฐกิจ

Event

ประกอบการ 2Q64 และประชุมนักวิเคราะห์

lmpact

ผลประกอบการ 2Q64 ดีกว่าที่เราคาดไว้ แต่ตํ่ากว่า consensus

กำไรสุทธิของ KBANK ใน 2Q64 อยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท (-16% QoQ, +308% YoY) ดีกว่าประมาณการของเรา 10% แต่ต่ำกว่า consensus 4% เนื่องจาก NII สูงเกินคาด และ NIM ดีขึ้น ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H64 อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท (+104%) คิดเป็น 56% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา

สินเชื่อขยายตัว และ NIM ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม

สินเชื่อขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง 4% QoQ, 6% YTD และ 12% YoY โดยธนาคารบอกว่าประมาณครึ่งหนึ่งของสินเชื่อที่ขยายตัว YTD มาจากสินเชื่อรวมในโครงการผ่อนผันหนี้ทุกมาตรการ ทั้งที่มีการพักชำระหนี้, ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระ, soft loan ฯลฯ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อ
กลุ่มอื่น ๆ นอกจากนี้ NIM ยังดีขึ้นอีก 6bps ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม ต่างจากธนาคารอื่น ๆ ที่ NIM มีแนวโน้มลดลง

การประชุมนักวิเคราะห์ส่งสัญญาณเป็นลบ

ในขณะที่ KBANK มีมุมมองเป็นลบกับการเติบโตเศรษฐกิจ แต่การสินเชื่อขยายอย่างแข็งแกร่งดูขัดแย้งกับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจของทางธนาคาร และเป็นความเสี่ยงกับหนี้เสียในอนาคต นอกจากนี้ตัวเลขหนี้เสียที่เห็นว่าบริหารจัดการการอาจจะไม่ได้ดีจริง เพราะลูกหนี้ที่มีปัญหาส่วนใหญ่ถูกจัดเป็นหนี้ปกติการจัดการเช่นนี้ทำให้อาจจะต้องใช้เวลาแก้ปัญหานานยิ่งขึ้น

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2564-65 ลง 5%/13% และปรับลดราคาเหมาะสมที่ 150 บาท(P/BV ที่ 0.75x)

การปรับลดประมาณการของเราสะท้อนถึง 1.) การปรับเพิ่ม credit cost ปี 2564/65 เป็น 185bps/185bps (จากเดิมปีละ 160bps) 2.) การปรับลดอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเป็น 3%/3% (จากเดิม 3%/8%) 3.) การปรับลดเบี้ยประกันรับสุทธิเหลือ 300 ล้านบาท/400 ล้านบาท (จากเดิม 500 ล้านบาท/2 พันล้านบาท) นอกจากนี้ เรายังปรับลด P/BV ลงเหลือ 0.75x (จากเดิม 0.9x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2565F ใหม่ที่ 150 บาท (จากเดิม 182 บาท) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

Risks

NPL และ credit cost เพิ่มขึ้น, ผลขาดทุนจาก FVTPL, และอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม