ตลาดทุนปรับตัวร่วงลงอย่างหนักเพราะกระแสวิตกกังวลของเหล่านักลงทุนในตลาดที่พากันมองว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกอาจสะดุดเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ที่หวนกลับมาอีกระลอกทั้งในสหราชอาณาจักร ในสหรัฐและหลายประเทศในเอเชีย ติดตามรายละเอียดได้จากรายงาน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มกลับมารุนแรงขึ้นในบางประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร สหรัฐ และบางประเทศในเอเชีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโควิดกลายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายได้ง่าย ติดได้หลายคน และสังเกตอาการได้ยาก เพราะมีอาการคล้ายหวัดธรรมดา
กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์(19ก.ค.)ว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 39,950 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ที่ 5,473,477 รายส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 19 ราย สู่ระดับ 128,727 ราย
ทั่วโลกจับตาอังกฤษในวันนี้ หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งขึ้นก็ตาม โดยสื่อในอังกฤษต่างเรียกวันนี้ว่าเป็น “วันแห่งเสรีภาพ” (Freedom Day) เพราะรัฐบาลยกเลิกมาตรการคุมเข้มที่มีการบังคับใช้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม
นายจิม รีด นักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ กล่าวว่า ทั่วโลกกำลังจับตาการดำเนินการของรัฐบาลอังกฤษ เนื่องจากอาจจะเป็นการปูทางให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ หรืออาจจะกลายเป็นการเตือนให้เห็นว่าประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในอัตราสูงยังคงเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดต่อไปอีกนาน
ยอดติดเชื้อเดลตาลามทั่วโลก
ข้อมูลของสตาติสตา นับจนถึงวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาเริ่มจากอังกฤษมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาจำนวน139,627 คน ,สหรัฐมีจำนวน15,606 คน , อินเดีย 12,939 8o เดนมาร์กมีจำนวน4,312 คน , เยอรมนี 3,559 คน โปรตุเกสมีจำนวน 2,495 คน,แคนาดามีจำนวน 2,365 คน,สวีเดนมีจำนวน2,336 คน ,อิตาลีมีจำนวน 2,168 คน ,สเปน มีจำนวน2,164 คน,ฝรั่งเศสมีจำนวน 1,871
ส่วนในสหรัฐ มียอดผู้ติดเชื้อโควิด สายพันธุ์เดลตาตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 มิ.ย.-3 ก.ค.คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 58% ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย อินโดนีเซีย มียอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตามากที่สุดคือ 94% บังกลาเทศ 92% ปากีสถาน 92% อัฟกานิสถาน 60% ไทย 62.6%
“WHO”เตือนแนวโน้มนิวไฮ
เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า แม้ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงครองสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตคิดเป็น 40% ของทั้งโลก
แพทย์หญิงมาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคการรับมือโควิด-19 ของ WHO กล่าวระหว่างไลฟ์สดว่า มีรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกือบหนึ่งล้านรายในทวีปอเมริกาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยบราซิลตรวจพบผู้ติดเชื้อเกือบ 300,000 ราย และสหรัฐตรวจพบมากกว่า 200,000 ราย จึงได้ออกประกาศเตือนการแพร่ระบาดว่ามีแนวโน้มแตะจุดสูงสุด หากผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง
ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 11.5% ในสัปดาห์ก่อน โดยทวีปยุโรปและแปซิฟิกตะวันตกได้รับผลกระทบมากที่สุด
แพทย์หญิงเคอร์โคฟกล่าวอีกว่า ภูมิภาคอเมริกามีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปานกลางที่ 0.5% แต่บางประเทศได้รับผลกระทบรุนแรงมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากเชื้อไวรัส ชนิดกลายพันธุ์
จนท.“WHO”บอกถ้าโชคดีปีหน้าคุมโควิดได้
แม้โควิด-19 สายพันธุ์เดลตาจะระบาดไปทั่วโลก แต่“ไมค์ ไรอัน” ผู้อำนวยการบริหารโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ)ก็กล่าวว่า โลกอาจจะคุมโควิดได้ภายในปีหน้า “ถ้าเราโชคดีจริงๆ”
“ผมอยากจะพูดว่ามันจะจบปีนี้ แต่ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเราโชคดีจริงๆ เราจะคุมโรคนี้ได้ในปีหน้า” ไรอัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไรอัน กล่าวเพิ่มเติมว่าการระบาดอาจจะจบลงเร็วๆ นี้ถ้านานาประเทศรับรองว่าวัคซีนได้รับการกระจายไปให้ประเทศยากจนอย่างเป็นธรรม มีการรักษาระยะห่างต่อกัน และโรงพยาบาลมีทุนเพียงพอ
ฉุดหุ้นทั่วโลกทรุดหนัก
ความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดที่กลัวว่า การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ทำให้มีผู้ติดเชื่้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจะทำให้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกสะดุด จึงทำให้หุ้นในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย พร้อมใจกันปิดตลาดในแดนลบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์(19 ก.ค.)ปรับตัวลง 725.81 จุด หรือ 2.09% ปิเที่ 33,962.04 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 68.67 จุด หรือ 1.59% ปิดที่ 4,258.49 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ 152.25 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 14,274.98 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา อาจชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ตลาดหุ้นยุโรป ร่วงลงมากกว่า 2% เป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 เดือน โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ 444.29 จุด ร่วงลง 10.45 จุด หรือ -2.30%ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,295.97 จุด ร่วงลง 164.11 จุด หรือ -2.54%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,133.20 จุด ร่วงลง 407.11 จุด หรือ -2.62% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,844.39 จุด ร่วงลง 163.70 จุด หรือ -2.34%
ดัชนีนิกเกอิปิดที่ 27,388.16 จุด ลดลง 264.58 จุด หรือ -0.96% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปิดที่ 7,252.20 จุด ลดลง 33.80 จุด หรือ -0.46% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 7,525.80 จุด ลดลง 33.90 จุด หรือ -0.45%
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 3,232.7 จุด ลดลง 11.34 จุด หรือ 0.35% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,536.79 จุด ลดลง 2.33 จุด หรือ -0.066%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 27,259.25 จุด ลดลง 230.53 จุด หรือ -0.84%
น้ำมันดิบตลาดโลกดิ่ง7.51%
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ดิ่งลง 7.51% หลุดระดับ 66 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส บรรลุข้อตกลงเพิ่มกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ดิ่งลง 7.51 % ปิดที่ราคา 66.42 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 6.75% ปิดที่ราคา 68.62 ดอลลาร์/บาร์เรล





