วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จับสัญญาณลมเปลี่ยนทิศ’ สหรัฐเริ่มคุยตรงรัฐบาลเมียนมา

นับตั้งแต่ผันตัวจากผู้นำรัฐบาลทหารมาเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้ง มิน อองไลง์เดินสายไปเยือนต่างประเทศมากขึ้น แม้แต่สหรัฐเองก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป

KEY POINTS

  • รัฐบาลสหรัฐได้เปลี่ยนนโยบายจากการโดดเดี่ยวรัฐบาลทหารเมียนมา มาเป็นการเจรจาพูดคุยโดยตรง
  • ไมเคิล แวนซ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เป็นผู้นำในการเจรจา โดยได้เข้าพบกับ มิน อองไลง์ เพื่อหารือเรื่องการปล่อยตัวนักธุรกิจชาวอเมริกัน
  • การเจรจาได้ขยายผลไปสู่ประเด็นผลประโยชน์ของสหรัฐ เช่น การปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ และการเข้าถึงแหล่งแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา

นับตั้งแต่ผันตัวจากผู้นำรัฐบาลทหารมาเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้ง มิน อองไลง์เดินสายไปเยือนต่างประเทศมากขึ้น แม้แต่สหรัฐเองก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป 

เจ้าหน้าที่สหรัฐและแหล่งข่าววงในเผยว่า  รัฐบาลทรัมป์เริ่มคุยตรงกับรัฐบาลเมียนมาที่ทหารแต่งตั้ง เป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างรุนแรงจากที่วอชิงตันเคยโดดเดี่ยวเหล่านายพลหลังการยึดอำนาจปี 2021

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวอดีตเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ปัจจุบัน และบุคคลวงในผู้รู้การเปลี่ยนแปลงนโยบายเจ็ดรายเผยว่า ไมเคิล แวนซ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายข่าวกรองและวิจัย มีบทบาทนำในการติดต่อกับรัฐบาลเมียนมา เน้นที่การปิดศูนย์สแกมที่พุ่งเป้าชาวอเมริกันแต่อาจนำไปสู่การมีปฏิสัมพันธ์ในวงกว้างขึ้น เช่น แหล่งแร่แรร์เอิร์ธของเมียนมา

แหล่งข่าวสี่รายในกลุ่มนี้เล่าว่า แวนซ์ร่วมคุยกับมิน อองไลง์ ที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย วัตถุประสงค์เพื่อให้เมียนมาปล่อยตัว อดัม คาสติลโญ นักธุรกิจอเมริกัน แต่การคุยครั้งนั้นก็เปิดโอกาสสำหรับการติดต่อกันเพิ่มเติมด้วย

การพบกันเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเป็นการติดต่อกันระดับสูงสุดนับตั้งแต่รัฐประหาร ตอกย้ำภาพการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์จากการส่งเสริมประชาธิปไตยไปสู่การติดต่อแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

การปรากฏตัวของแวนซ์ ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นเจ้าหน้าที่สูงสุดฝ่ายข่าวกรองของกระทรวงการต่างประเทศในเดือน ส.ค. และบทบาทอันต่อเนื่องของเขาในนโยบายของสหรัฐต่อเมียนมายังไม่เคยมีรายงานข่าวมาก่อน

มิน อองไลง์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ยังคงถูกสหรัฐคว่ำบาตรโทษฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การสังหารหมู่และขับไล่ชาวโรฮิงญาหลายแสนคนเมื่อปี 2016-2017 ที่รัฐบาลวอชิงตันประกาศว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ไม่ถึงสองสัปดาห์หลังการเยือนของแวนซ์ กองทัพเมียนมาได้โจมตีทางอากาศต่อตลาดที่ประชาชนหนาแน่นแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ คร่าชีวิตกว่า 50 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

  •  ปากคำกระทรวงต่างประเทศ

กระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า ติดต่อกับทุกกลุ่มในเมียนมาในเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ และยกประเด็นความจำเป็นที่ต้องยุติความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษการเมือง

“คุณแก้ปัญหาด้วยการเพิกเฉยไม่ได้ คุณต้องจัดการปัญหาด้วยการแก้ไข” ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลง

โฆษกรัฐบาลเมียนมาที่มีทหารหนุนหลังไม่ได้ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ ส่วนมิน อองไลง์ ที่อ้างการโกงเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร และตราหน้าฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ขณะนี้กำลังหาความชอบธรรมจากนานาชาติให้กับรัฐบาลพลเรือนของเขา

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐทั้งในปัจจุบันและอดีตเจ้าหน้าที่กล่าวว่า แวนซ์ได้พบกับผู้เล่นจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งอันซับซ้อนของเมียนมา และช่วยกำหนดนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ต่อประเทศนี้ 

น่าสังเกตว่า โดยปกติแล้วหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองอย่างแวนซ์จะไม่ค่อยได้ดูแลนโยบาย ด้วยเกรงว่าจะขาดความเป็นอิสระในการวิเคราะห์

“หากคุณปล่อยให้นโยบายเป็นตัวกำหนดงานข่าวกรอง คุณย่อมไม่อาจมั่นใจได้ว่าผลการประเมินข้อเท็จจริงจะตรงไปตรงมาและเที่ยงตรง” ริชาร์ด เบตส์ นักวิชาการอาวุโสสมทบประจำสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  อดีตที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐให้ความเห็นกับรอยเตอร์

ด้านพิกอตต์ไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องบทบาทของแวนซ์ กล่าวเพียงว่า รัฐบาล “ทำงานเป็นทีมนำโดยประธานาธิบดี”

สำหรับ คาสติลโญ อดีตประธานหอการค้าอเมริกันในเมียนมา ถูกทางการเมียนมาควบคุมตัวที่สนามบินย่างกุ้งเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ด้วยข้อหาที่ผู้สนับสนุนของเขาระบุว่าเป็นข้อหาที่ถูกกุขึ้นมา รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้แสดงความเห็นว่าคาสติลโญถูกควบคุมตัวโดยมิชอบหรือไม่

แหล่งข่าววงในเผยว่า เจ้าหน้าที่จากทำเนียบขาว สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เจรจาผ่านช่องทางลับกับเจ้าหน้าที่ของเมียนมาเพื่อผลักดันให้มีการปล่อยตัวเขา แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า สิ่งที่เมียนมาต้องการเป็นการแลกเปลี่ยนมีเพียงแค่ “การหารืออย่างเป็นทางการในระดับที่เหมาะสมกับรัฐบาลสหรัฐ” เท่านั้น

คาสติลโญไม่ได้ให้ความเห็นมากไปกว่าการให้เครดิตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัว

แหล่งข่าวสี่รายกล่าวว่า การพบกันครั้งนี้ต่อยอดมาจากการพบกันระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐกับเมียนมาที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งแวนซ์เข้าร่วมด้วย คนอื่น ๆ ที่ร่วมประชุม ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง (ซึ่งรับผิดชอบเรื่องมาตรการคว่ำบาตร) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) ส่วนฝ่ายเมียนมาไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แทนพูดคุย

แวนซ์ ผู้เข้ามาเกี่ยวข้องกับนโยบายเมียนมาตั้งแต่ให้คำปรึกษากิจการเอเชียแก่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ยังพบกับฝ่ายค้านและกลุ่มชาติพันธุของเมียนมาด้วย ทั้งพบด้วยตนเองและผ่านการประชุมออนไลน์ 

ประเด็นสำคัญในการผลักดันของสหรัฐคือขอความร่วมมือจากเมียนมาในการปิดศูนย์สแกมที่หลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์และฉ้อโกงในรูปแบบต่าง ๆ จนชาวอเมริกันต้องสูญเสียเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์

 แหล่งข่าววงในสองรายเผยว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ได้ติดต่อประสานงานเรื่องการฉ้อโกงออนไลน์กับทางการเมียนมาโดยตรง

เหล่านักวิจัยระบุว่าปฏิบัติการหลอกลวงจำนวนมากมีฐานดำเนินการอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธ รายได้บางส่วนถูกส่งต่อไปยังกองทัพ จนก่อให้เกิดข้อกังขาว่าผู้นำเมียนมาจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายเพียงใด

ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าหน้าที่สหรัฐยังหารือเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งแร่หายากขนาดใหญ่ของเมียนมา ซึ่งใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม เจ้าหน้าที่สหรัฐยอมรับว่ามีอุปสรรคอยู่หลายประการ เช่น แหล่งแร่ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหารของเมียนมา และจีนซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าหลัก อาจมองว่าบทบาทใดๆ ของสหรัฐเป็นการท้าทาย

กระนั้น ด้วยความพยายามของรัฐบาลวอชิงตันที่จะสร้างห่วงโซ่อุปทานให้หลากหลายนอกเหนือจากจีน แหล่งแร่สำรองเมียนมาจึงกลายมาเป็นหัวข้อสนทนา 

  •  จากคว่ำบาตรสู่การมีปฏิสัมพันธ์

ภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้อายัดทรัพย์สินของเมียนมาที่เก็บรักษาไว้กับธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก พร้อมทั้งคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับกองทัพ

ในปี 2022 สภาคองเกรสอนุมัติการสนับสนุนที่ไม่ใช่การใช้กำลังอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน โดยจัดสรรงบประมาณสำหรับระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจากการโจมตีทางอากาศ และมาตรการจูงใจให้เจ้าหน้าที่แปรพักตร์ แต่โครงการส่วนใหญ่ถูกตัดระหว่างการยกเครื่องความช่วยเหลือต่างประเทศของทรัมป์เมื่อปีก่อน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐชี้แจงว่า การที่กระทรวงเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารนั้นไม่ได้บั่นทอนความสัมพันธ์ที่มีต่อกลุ่มอื่น ๆ สหรัฐยังคงให้ความช่วยเหลือแก่พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทัพต่อไป แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับความช่วยเหลือดังกล่าว

เกรกอรี มีคส์ ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว “ขัดต่อทั้งค่านิยมและผลประโยชน์ของเรา”

“การที่รัฐมนตรี (มาร์โก) รูบิโอ ไปติดต่อกับมิน อองไลง์ แต่ไม่ดำเนินการตามมาตรการคว่ำบาตรที่รัฐสภากำหนด และใช้เงินทุนส่งเสริมประชาธิปไตยที่จัดสรรไว้ เท่ากับยอมเสียความเป็นผู้นำของสหรัฐ และทำให้ระบอบอันโหดเหี้ยมนี้ได้รับความชอบธรรมในระดับนานาชาติมากขึ้น” มีคส์กล่าวกับรอยเตอร์

รัฐบาลเมียนมา ซึ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจจากการเลือกตั้งที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ว่าเป็นเพียงการจัดฉากก็ขยับเช่นกัน ด้วยการว่าจ้างนักล็อบบี้เพื่อผลักดันประเด็นของตนในกรุงวอชิงตัน

ตามเอกสารการจดทะเบียนตัวแทนต่างชาติ ในเดือน เม.ย. โรเจอร์ สโตน ที่ปรึกษาอย่างยาวนานของทรัมป์ เริ่มเป็นที่ปรึกษาให้กับ DCI Group ในนามของกระทรวงสารสนเทศของเมียนมา สโตนถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2019 ข้อหาขัดขวางการสอบสวนของรัฐสภาเกี่ยวกับรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2016 ซึ่งทรัมป์อภัยโทษให้เขาในเวลาต่อมา

จดหมายข่าวที่เผยแพร่โดย DCI ในเดือนมิ.ย. เตือนว่า สหรัฐ เสี่ยงที่จะถูกตัดโอกาสในการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ หากไม่เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา