การเงิน

กองทุน มองบวกรีทบายแบ็ค‘ลีสโฮลด์’ ช่วยพยุงราคารีทในตลาด

"ก.ล.ต." เปิดทาง"รีทบายแบ็ค"ลงทุนสิทธิการเช่าได้ เพิ่มความยืดหยุ่น จากเดิมลงทุนฟรีโฮลด์เท่านั้น หนุนกิจการขาดสภาพคล่องจากโควิด-19 เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ด้าน บลจ.ทิสโก้ มองบวกคาดช่วยพยุงราคารีทในระยะข้างหน้าจากปัจจุบันยังฟื้นช้า 

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. มุ่งหวังให้ตลาดทุนมีส่วนช่วยเหลือกิจการที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพผ่าน REIT buy-back 

 ก.ล.ต. จึงได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงการลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) โดยคู่สัญญาระหว่างเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แบบถือครองสิทธิการเช่า (ในฐานะผู้ให้เช่า) กับ REIT (ในฐานะผู้เช่า) สามารถทำข้อตกลงให้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการบอกเลิกสัญญาภายในวันเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และให้ REIT มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อ มีการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตามเงื่อนไข

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ REIT buy-back ที่ลงทุนใน leasehold จะเป็นไปในแนวทางเดียวกับการลงทุนใน freehold ได้แก่ การจัดตั้ง REIT buy-back รูปแบบของข้อตกลงต่าง ๆ ข้อกำหนดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และการจัดหาผลประโยชน์ และการเปิดเผยข้อมูล โดยหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงแล้วจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป 

จากก่อนหน้านี้ ได้เปิดให้ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (freehold) ที่มีข้อตกลงที่จะซื้อทรัพย์สินคืนเพื่อรักษา ความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นได้ โดยมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

    

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ทิสโก้ กล่าวว่า การปรับเพิ่มหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19มีทางเลือกเข้าถึงแหล่งลงทุนในได้มากขึ้น และหากมีกองทุนรูปแบบนี้เข้ามาเพิ่มขึ้น  มองว่าส่งผลดีต่อตลาดกองรีทในไทยภาพนรวมน่าจะช่วยพยุงราคารีทไม่ปรับตัวลงไปมากกว่าปัจจุบันที่ราคารีทยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากมีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีได้รับผลกระทบจากโควิด เช่น โรงแรม อยู่เป็นส่วนใหญ่