“จตุพร บุรุษพัฒน์”เงาปลัดฉิ่ง ตัวเต็ง"ปลัดมท."-โควตา “3 ป.”

แม้“จตุพร”จะไม่ใช่ลูกหม้อมหาดไทย แต่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “สิงห์ดำ” เป็นรุ่นน้องของ“บิ๊กมหาดไทย”หลายคน รวมไปถึง “ฉัตรชัย” ที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับจตุพร แถมไว้เนื้อเชื่อใจกันมากกว่าลูกหม้อมหาดไทยที่มาจากสายสิงห์ดำด้วยซ้ำ

แม้คณะรัฐมนตรียังไม่ได้มีมติแต่งตั้งปลัดมหาดไทยคนใหม่ แทนที่ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ 

แต่ชื่อของ “ตัวเต็ง” ตามหน้าสื่อที่มาแรงสุด คือ “บิ๊กตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยมีกระแสข่าวว่าจะย้ายข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทย ทำเอาบิ๊กข้าราชการแถวคลองหลอด จ้องก่อคลื่นใต้น้ำ เพื่อสกัด เนื่องจากมี "บิ๊กคลองหลอด" หลายคนรอคิวขึ้นแทน “ฉัตรชัย”

โปรไฟล์ “จตุพร” จบรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง ทั้งปริญาตรี-ปริญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยรับราชการสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยมาก่อน แต่หลังจากปฏิรูประบบราชการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ขึ้นใหม่ในปี 2545 “จตุพร” จึงย้ายสังกัดมาปักหลักที่ ทส.

จตุพรนั่งเก้าอี้อธิบดีมาเกือบครบทุกกรม ยกเว้นกรมป่าไม้ ทั้งตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ รองปลัด ทส. อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ก่อนขึ้นเป็นปลัด ทส.เมื่อปี 2562

แม้“จตุพร”จะไม่ใช่ลูกหม้อมหาดไทย แต่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “สิงห์ดำ” เป็นรุ่นน้องของ“บิ๊กมหาดไทย”หลายคน รวมไปถึง “ฉัตรชัย” ที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับจตุพร แถมไว้เนื้อเชื่อใจกันมากกว่าลูกหม้อมหาดไทยที่มาจากสายสิงห์ดำด้วยซ้ำ

จึงไม่แปลกที่ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะโอเคกับชื่อของ “จตุพร” ที่ว่ากันว่าปลัดฉิ่งเป็นคนชงให้พิจารณาแต่งตั้งมาช่วยสานงานต่อ เพราะแม้จะเป็นคนนอก แต่รู้ไส้ใน-รู้งานของกระทรวงคลองหลอดเป็นอย่างดี

ที่สำคัญหาก “3 ป.” ต้องการจัดทำบัญชีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อแทนบุคคลที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ “จตุพร” พร้อมตอบสนองได้ทันควัน โดยมีฉัตรชัยคอยเป็นพี่เลี้ยง

อีกหนึ่งตัวละครที่เชื่อมโยง “จตุพร-ฉัตรชัย” คือ “วิชัย ธรรมชอบ” อดีตผู้ว่าฯยโสธร และอดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย ซึ่งทั้ง “จตุพร-ฉัตรชัย” เคยทำงานหน้าห้องของ “วิชัย” มาก่อน

นอกจากภารกิจจัดทัพ-ขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทยแล้ว หาก “3 ป.” เลือก “จตุพร” มานั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทย ออฟชั่นพิเศษที่จะได้เพิ่มขึ้นคือ การจัดทัพพรรคการเมืองของ “ฉัตรชัย” ในนาม "พรรคเศรษฐกิจไทย" ซึ่งอยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติการขอจดทะเบียนพรรคการเมือง

ว่ากันว่า ที่ผ่านมา “ฉัตรชัย” รับหน้าที่ฉากหน้าที่คอยเป็นคนขับเคลื่อนการจัดตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย แต่ฉากหลังปรากฏชื่อของ “จตุพร” ที่คอยประสานกับนักการเมือง ทั้งระดับบิ๊กเนม-โนเนม เพื่อเปิดดีลให้เข้ามาช่วยงานพรรคเศรษฐกิจไทย

จตุพรมีคอนเนคชันทางการเมืองหลากหลาย คบหากับทุกพรรครักกันดีกับทุกคน ชื่อของเขาที่ถูกเปิดมาในโผปลัดมหาดไทยแทบไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวว่ามี “นักการเมือง” คนไหนขวาง แม้คนในคลองหลอดจะไม่แฮปปี้ โดยมีบางคนไปขอให้นักการเมืองช่วยออกแรงต้าน แต่กลับถูกปฏิเสธ

จะว่าไปแล้ว บุคลิกของจตุพรค่อนข้างจัดอยู่ในข่าย “ลูกทุ่ง” ไม่ติดภาพ “ข้าราชการไฮโซ” จึงเป็นที่รักของลูกน้อง

ขณะเดียวกัน “ลูกหม้อมหาดไทย” ที่มีโอกาสขึ้นมาท้าชิงเก้าอี้ปลัดมหาดไทยกับ “จตุพร” ประกอบด้วย “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน “ธนาคม จงจิระ” อธิบดีกรมการปกครอง “นิสิต จันทรสมวงศ์” อธิบดีกรมที่ดิน

ก่อนหน้านี้ชื่อของ “สุทธิพงศ์” ได้รับการการคาดหมายว่าจะมานั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทยต่อจาก “ฉัตรชัย” โดยเป็นผู้คิดโครงการโคกหนองนา จนเป็นยอมรับ และเป็นแบบอย่างการบริหารท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง

แต่ไลฟ์สไตล์ของ “สุทธิพงศ์” เป็นคนพูดจาโผงผาง ไม่แคร์-ไม่เอาใจฝ่ายการเมือง เคยงัดกับฝ่ายการเมืองที่มีแนวคิดจะนำเงินสะสมของท้องถิ่นหมื่นกว่าล้านบาทไปใช้ จนนำถูกโยกพ้นเก้าอี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมาแล้ว

ด้าน “ธนาคม” เพื่อนร่วมรุ่นของ “ฉัตรชัย” ถูกมองว่า เป็นคนที่รับคำสั่งฝ่ายการเมืองได้ แต่ในสถานการณ์ที่อาจจะมีการพลิกผัน “ธนาคม” อาจจะไม่สามารถรับมือต่อแรงเสียดทานทางการเมืองได้

ส่วน “นิสิต” มีจุดเด่นที่สามารถทำงานตอบสนอง “ฝ่ายการเมือง” ได้ดี แต่จุดอ่อนอยู่ที่ความไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งอาจจะมีปัญหาในการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาล

ทั้ง “สุทธิพงศ์-ธนาคม-นิสิต” เป็นกลุ่มสิงห์ดำ รัฐศาสตร์จุฬาฯ เป็นรุ่นน้องของ “ฉัตรชัย” เป็นลูกหม้อของกระทรวงมหาดไทย แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมืองที่อาจจะต้องอาศัยลูกล่อ-ลูกชนมากยิ่งขึ้น คุณสมบัติจึงไม่โดนใจ “3 ป.”

จึงทำให้ชื่อของจตุพร ที่ครั้งหนึ่งเคยทำงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีคอนเนคชันที่ดีกับ “นักการเมือง” มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “3 ป.” มีลูกล่อลูกชนสไตล์ข้าราชการมหาดไทย จึงมีคุณสมบัติที่โดดเด่นเข้าตา “3 ป.” มากกว่า

ว่ากันว่า สาเหตุที่ “ปลัดฉิ่ง” รีบแต่งตั้งปลัดมหาดไทยคนใหม่ ทั้งที่เหลือเวลาอีก 3 เดือน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่มีความแน่นอน จึงต้องรีบจัดวางคน-จัดวางกำลัง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง

ต้องจับตาการประชุม ครม.หลังจากนี้ โอกาสที่ชื่อของ “บิ๊กตุ๋ม จตุพร” จะเข้าสู่การพิจารณา เป็นไปได้ทุกเมื่อ