ป่วยเป็น'หวัด' จะใช้สมุนไพรให้ถูกวิธี ต้องเลือกอย่างไร  

ป่วยเป็น'หวัด' จะใช้สมุนไพรให้ถูกวิธี ต้องเลือกอย่างไร   

ถ้าป่วยเป็น'หวัด' รักษาเองได้ แต่ถ้าเป็นโควิดต้องหมอรักษา สมุนไพรในครัวเรือน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ แต่สมุนไพรไม่ใช่ฮีโร่เหมือนยาต้านไวรัส ต้องเลือกใช้ให้ถูกวิธี

เมื่อใดก็ตามเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ มันก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการป่วย เมื่อมีอาการไข้และรู้สึกอ่อนเพลีย คุณอาจป่วยเป็นไข้หวัด ซึ่งมีทั้งที่มีอาการปวดหัวเป็นไข้ และโรคหวัดในระบบทางเดินหายใจ แล้วแต่ว่าเราได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ประเภทไหน

อย่างไรก็ตามมีหลากหลายวิธีในการสร้างภูมิคุ้มกันและวิธีการป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่ไปสู่คนอื่น โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการแพร่เผยข้อมูลบางส่วนทั้งเรื่องการใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เพราะเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ติดเชื้อหวัด และเชื้อนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เนื่องจากพฤติกรรมง่ายๆ ในเรื่องการขยี้ตาและแคะจมูก

หากยังไม่ป่วยหรือป่วยเป็นหวัดแล้วก็ตาม มาเรียนรู้การดูแลตัวเองง่ายๆ โดยใช้วิธีการธรรมชาติบำบัดและสมุนไพร  ข้อสำคัญถ้ามีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ควรไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

   162537924063

สุดยอดสมุนไพรไทย                 

สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันหวัด

 ถ้าอยากสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคแบบง่ายๆ ด้วยอาหารและการป้องกันด้วยการใช้สมุนไพร  ซึ่งตอนนี้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรก็ออกมาให้ความรู้

สุภาภรณ์ ปิติพร โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ต้นฉบับสมุนไพรรักษาโรค ให้ข้อมูลไว้ว่า การทำงานเรื่องการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ไมต้องรอวัคซีน ก่อนอื่นคนไทยต้องรู้จักการดูแลสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายตัวเองก่อน

"ต้องบอกว่า มากกว่า 90 % มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน อีกอย่างคือ ยาแผนใหม่ที่ใช้กันอยู่ก็เป็นแค่การยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ ข้อสำคัญเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายก่อน"

ข้อสำคัญคือ ต้องดูแลป้องกันโรคภัยไข้เจ็บแบบองค์รวม ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกายและการใช้ชีวิต เพราะตามปกติแล้วคนไทยเวลาไม่ป่วยจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

 นอกจากการดูแลไม่ให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสจากคนอื่นแล้ว ยังสามารถดูแลร่างกายตัวเองด้วยอาหารจากสมุนไพรไทยๆ ที่หาซื้อได้ง่าย พวกฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า มะกรูด กระเทียม กระเจี๊ยบแดง มะขามป้อม และผลไม้รสเปรี้ยว ฯลฯ

 

ข้อควรรู้การใช้ฟ้าทะลายโจร 

 แม้ช่วงนี้สมุนไพร ฟ้าทะลายโจร กำลังมาแรง เป็นที่ต้องการของประชาชน แต่ก็มีกระแสข่าวแง่ลบอยู่บ้าง อาทิ ฟ้าทะลายโจรรับประทานมากเกินไปไม่ดี เพราะเป็นยาเย็น อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

เรื่องนี้เภสัชกรสุภาภรณ์ เคยตอบข้อสงสัยไว้ว่า ตามแนวทางการแพทย์แผนไทยและแผนจีน ฟ้าทะลายโจรเป็นยาเย็น เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลง จึงนำมาใช้เป็นยาลดไข้

"แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นยาเย็นไม่ควรรับประทานมากๆ จะเป็นอันตราย แต่ต้องดูก่อนว่า โดยปกติในชีวิตประจำวันของคนไทย เรากินอาหารที่หลากหลาย บางครั้งเราก็กินพวกขิง ข่า พริก ซึ่งมีฤทธิ์ของยาร้อนอยู่ในตัว จึงมีความสมดุล เหมือนเวลาเรากินทุเรียนมากๆ เราก็ต้องกินมังคุดตาม" 

หากถามว่า การรับประทานฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นยาเย็นติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดภาะวะความดันโลหิตต่ำ แขนขาชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือความเข้มข้นของเลือดลดลง อาการเหล่านี้ เภสัชกรคนเดิมบอกว่า สามารถกลับสู่ปกติได้เมื่อหยุดรับประทานยาเย็น จากรายงานการวิจัยต่างๆ ฟ้าทะลายโจรยังไม่พบผลข้างเคียงดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ากินเพื่อป้องกันโรคหวัดควรรับประทานเพียงวันละ 1-2 แคปซูล และรับประทานติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน

 ภาระกิจสำคัญของคนทำงานด้านสมุนไพรคือ การให้ความรู้ความเข้าใจ หากใครมีข้อมูลวิจัยเพื่อยืนยันความถูกต้องของฟ้าทะลายโจร สามารถนำออกมาโต้แย้งเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องสมุนไพร 

162537878779

ฟ้าทะลายโจร ถ้าต้องการใช้เมื่อมีอาการหวัด ไม่ว่าจะเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือมีน้ำมูก หากเป็นอาการเจ็บคอควรรับประทานครั้งละ 3-6 กรัมวันละ 4 ครั้ง ส่วนการบรรเทาหวัดอื่นๆ ควรรับประทานครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้งและแนะนำว่า ควรรับประทานติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน

หากถามว่า ฟ้าทะลายโจร ป้องกันหวัดได้จริงไหม เรื่องนี้เธอให้ข้อมูลไว้ว่า ในประเทศจีนมีการใช้มายาวนาน และมีรายงานการวิจัยว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทั้งแบบการสร้างแอนตี้บอดี้ (Antibody) เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย และภูมิคุ้มกันแบบไม่เฉพาะเจาะจงในรูปแบบการกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโคฟาจสามารถจับกินเชื้อโรคได้ดี

ข้อมูลการวิจัยในต่างประเทศ มีการทดลองให้นักเรียน 107 คนกินฟ้าทะลายโจรที่ควบคุมสารสำคัญคือ แอนโดรกราฟโฟไลด์ให้มีความเข้มข้น 4 % ต่อวันในฤดูหนาวนาน 3 เดือน และพบว่ามีอัตราการเกิดหวัดน้อยกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (30%) เทียบกับ 62%ในกลุ่มยาหลอก จึงมีข้อแนะนำว่า สามารถรับประทานสมุนไพรตัวนี้ได้ เพราะมีสารสำคัญคือ แอนโดรกราฟโฟไลด์ประมาณ 8% ต่อวันหรือประมาณ 1-2 แคปซูลต่อวัน

นอกจากสมุนไพรตัวเอกเช่นฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังมีสมุนไพรในครัวเรือนอีกหลายชนิด อาทิ ข่า ขิง ใบมะกรูด กระเทียม กระเ

ในกระเจี๊ยบ มะขามป้อม ก็มีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งการกินอาหารไทยที่เป็นยาแบบนี้ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ ซึ่งในยาแผนปัจจุบันไม่มีตรงนี้ ถ้าอยากป้องกันหวัดควรรับประทานกระเทียมวันละ 6 กลีบ ถ้าเป็นหอมใหญ่วันละ 1 ใน 4 ส่วน ถ้าอยากรับประทานกระเทียมดองต้องวันละ 3 หัว 

ในส่วนของการสร้างภูมิคุ้มกันหวัด มีข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานไว้ว่า ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก ถั่วงอก มะนาว ส้มทุกชนิด โดยเฉพาะฝรั่ง

ข้อสำคัญต้องรับประทานสดๆ ไม่ทิ้งไว้นาน และควรเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ หากจะรับประทานวิตามินซี อย่างต่ำวันละ 100-150 มิลลิกรัม แต่บางคนอาจรับประทานวันละ 250-1,000 มิลลิกรัมแล้วแต่สภาพร่างกาย แต่ถ้ารับประทานมากไปก็อาจทำให้ท้องเดินได้

 

บำบัดหวัดแบบง่ายๆ

สารพัดเคล็ดในการดูแลร่างกายเมื่อป่วยเป็นหวัด บางอย่างใช้สมุนไพรในครัวเรือน บางอย่างใช้วิธีธรรมชาติบำบัด

-ถ้ามีพื้นที่ปลูกฟ้าทะลายโจร ก็เด็ดใบมาเคี้ยวสดๆ แต่ไม่ต้องมากเกินไป เพียงไม่กี่ยอด

-ถ้าเจ็บคอ ไอ ไม่ควรกินของหวาน เย็น ไม่บริโภคแป้งขาว และงดของทอด

 -ถ้ามีน้ำมูก อยากจะใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ก็ใช้เกลือทะเลเศษ 1 ส่วน 4 ช้อนชาผสมน้ำอุ่นครึ่งแก้ว ใช้หลอดบีบน้ำเกลือเข้าจมูกข้างหนึ่งออกอีกข้างทำสักสามรอบ

-ดื่มน้ำขิงร้อนๆ (สูตรไม่ใส่น้ำตาล) หรือน้ำอุ่นบีบมะนาวใส่น้ำผึ้ง

 -ดื่มน้ำกระเจี๊ยบร้อน และชาสมุนไพร

                    ฯลฯ