'มีนาทรานสปอร์ต' คาดเคาะราคาไอพีโอ 25 มิ.ย. จองซื้อปลายมิ.ย.นี้

'มีนาทรานสปอร์ต' คาดเคาะราคาไอพีโอ 25 มิ.ย. จองซื้อปลายมิ.ย.นี้

"มีนาทรานสปอร์ต" คาดเตรียมสรุปราคาขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 184 ล้านหุ้น 25 มิ.ย. พร้อมเปิดจองซื้อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิ.ย. เข้าเทรดในตลาดฯ ต้นก.ค.นี้ นำเงินขยายกองยานรถ Mixer เพื่อรองรับการเติบโต มั่นใจปี 64และปี 65 ยังโตต่อเนื่อง

นางยอดฤดี สันตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะแกนนำผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ MENA กล่าวว่า คาดกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 184 ล้านหุ้น ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิ.ย.นี้ และคาดว่าสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ต้นเดือนก.ค.นี้

สำหรับจุดเด่นของ MENA เนื่องจากมีประสบการณ์ในวงการมา 27 ปี จนถึงปัจจุบันมี fleet รถมากพอที่จะมีการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) การขยายกองยานไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายการบริหารกองยานเพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนคงที่ นอกจากนั้นก็จะเป็นกำไร ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสม่ำเสมอ พร้อมจ่ายปันผลได้ ลูกค้ามีสัญญาระยะยาว ที่จะทำให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคง สามารถเติบโตอย่างมั่นคงไปเรื่อยๆ

  

นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  MENA เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำเงินขยายกองยานรถ Mixer เพื่อรองรับการเติบโต ทำให้บริษัทมีศักยภาพ แข็งแกร่งด้านเงินทุนพร้อมขยายธุรกิจ จำนวน fleet รถมีเพียงพอ พร้อมขยายไปในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีกองยานจำนวนมากที่จะทำให้บริษัทยั่งยืนแข็งแกร่งมากขึ้น มีกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตคอนกรีตตามหัวเมือง ขยายธุรกิจเข้าไปขนส่งสินค้าประเทศอื่น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค

ปัจจุบัยบริษัทบริหารจัดการรถจำนวนมากกว่า 600 คัน ที่พร้อมรองรับงานขนส่งในโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตของลูกค้าหลักในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ชั้นนำ และการขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆ เนื่องจาก โลจิสติกส์ เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

โดยปีนี้มีแผนจะซื้อรถ Mixer 30 คัน ลงทุนไปแล้ว 10 คัน อีก 20 คันคาดว่าจะเห็นปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 จากปัจจุบันมีกองยานรถ Mixer 466 คัน

   ด้านโครงการในอนาคต มุ่งขยายกองยานรถมิกเซอร์เพื่อรองรับการเติบโตของานโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง, ขยายธุรกิจขนส่งเข้าไปในอุตสาหกรรมอื่น เช่น สินค้าควบคุมอุณหภูมิ สินค้าเฉพาะทางต่างๆ, โครงการลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโต เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผลตอบแทนและความเสี่ยงในการลงทุนค่ะ น่าจะเริ่มปลายปี2564 หรือ ต้นปี 2565

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2565 น่าจะดีขึ้นจากปี 2564 หลังปริมาณงานฟื้นตัวดีขึ้น และเป็นผลจากการเตรียมตัวขยายกองยาน ขณะที่หลังเข้าตลาดฯแล้วก็จะมีพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมงานด้วย เชื่อว่าจะเติบโตได้ในปี2565 แน่นอน โดยในปี2564 ยังคงตั้งเป้าเติบโตจากปี 2563

 นอกจากนี้ บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน เนื่องจากบริษัทได้คิดค่าขนส่งอ้างอิงตามราคาน้ำมัน ซึ่งค่าขนส่งก็จะปรับขึ้นลงตาม สามารถเจรจากับผู้ว่าจ้างได้