ลองขับ ก่อนเปิดราคา ‘ฮาวาล เอช 6 ไฮบริด’

ลองขับ ก่อนเปิดราคา ‘ฮาวาล เอช 6 ไฮบริด’
18 มิถุนายน 2564 | โดย สินธุ์ชัย ภมรพล [email protected]
1,692

เกรทวอลล์ มีกำหนดเปิดราคา "ฮาวาล เอช 6 ไฮบริด" วันที่ 28 มิถุนายน แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เรามีเรื่องราวการลองขับจริงมาเล่าสู่กันฟังว่ารถคันนี้ มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

เกรทวอลล์ เปิดรับจองสิทธิ์รถรุ่นแรกที่จะทำตลาดในไทย “ฮาวาล เอช 6 ไฮบริด” ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกับอัดแคมเปญข้อเสนอทั้งแพคเกจการเงิน การบริการ และการบริการหลังการขายรวมแล้วกว่า 2 แสนบาท สำหรับผู้ที่จองไปจนถึงวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

แต่ถ้าถามว่า จองสิทธิ์แล้ว พอราคามาจริงๆ ไม่เอาดีกว่าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ก็ยกเลิกไป เพราะจองสิทธิ์ไม่ต้องวางเงินอยู่แล้วเท่านั้นเอง

ราคารถยังไม่มา แต่วันนี้ เรามีเรื่องของการลองขับมาเล่าสู่กันฟังก่อน ว่าเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน เหมาะกับใคร

แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่า ฮาวาล เอช 6 ไฮบริด นี้ ใส่ออปปชั่นมาเต็มๆ จริงๆ เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด มีอะไรบ้างเราไปดูกัน

อย่างเช่น

  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า หรือ Head Up Display (HUD)
  • จอแสดงข้อมูลรถ Multi Information Display ขนาด 10นิ้ว
  • จอทัชสกรีน 10 นิ้ว (รุ่นPRO) และขนาด 12 นิ้วในรุ่น ULTRA
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ขนาด 2 ตารางเมตร
  • เบาะคู่หน้าสามารถปรับได้ 6 ทิศทางพร้อมระบบดันหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า
  • การระบายอากาศที่เบาะหน้าสามารถปรับระดับได้

162400584750

162400584739

  • แอมเบียนท์ไลท์ สีแดง ในห้องโดยสาร
  • ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ AQS ด้วยเครื่องกรองอากาศ CN95
  • เครื่องกำเนิดไอออนลบ ลดปริมาณฝุ่น 5
  •  การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์ ควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่ต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆ
  • ระบบการตอบโต้ด้วยเสียง ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence)
  • ระบบสั่งการและควบคุมรถจากระยะไกล ควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่น เช่น ระบบปรับอากาศ การล็อคและปลดล็อคประตู การค้นหารถยนต์ การปิดหน้าต่าง และการควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ
  • เชื่อมต่อกับ Apple Car Playด้วย SIRI (เริ่มใช้ได้เดือน ตุลาคม)
  • เชื่อมต่อกับAndroid Auto ด้วย Google Assistant (เริ่มใช้ได้เดือน ตุลาคม)
  • เชื่อมต่อกับระบบ CLOUD เพื่อความบันเทิงต่างๆ ทั้งการฟังเพลงออนไลน์และรายการวิทยุ การตรวจเช็คสภาพอากาศ และการดูข้อมูลเกี่ยวกับการนำทางและจุดหมายปลายทาง

162400584636

162400584816

ด้านระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย เกรทวอลล์ระบุว่าเป็นระบบขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ2+ (level 2+) มีระบบนสำคัญๆ เช่น

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) เป็นไฮไลท์ของ L 2+ จาการตรวจจับคนเดินถนนและทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก
  • การเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลังโดยใช้เรดาร์ด้านหน้าและหลังเพื่อพิจารณาระยะทางทิศทางและความเร็วของรถคันอื่น
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากพบรถแล่นมาหรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่งระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
  • การควบคุมความเร็วในโค้ง เมื่อเปิดใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC โดยกล้องจะตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติ

162400584881

  • ระบบตรวจจับและตีความหมายป้ายจราจร (TSR)
  • ระบบควบคุุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC)
  • ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยการเบรกอัตโนมัติ (AVH) เมื่อหยุดรถบนทางลาด
  • ระบบเสริมแรงเบรก (HBA)
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS)
  • ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP) ทั้งจอดเข้าซอง จอดขนาน และจอดแนวเฉียงหรือแบบก้างปลา
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอัยสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงรถจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) ตรวจสอบและแจ้งเตือนวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว หากพบการเปิดประตูรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ
  • ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)
  • ถุงลม 6 ตำแหน่ง

จะเห็นได้ว่าใส่มาให้เยอะมากจริงๆ ครับ ซึ่งทำให้น่าสนใจว่าการเปิดราคาของ เอช 6 คงจะไม่ต่ำมาก จนกลายเป็นเรื่องของการใช้กลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งอาจจะมีปัญหาในระยะยาวได้ หากต้องการยกระดับตลาดขึ้นมา

เดาเอาครับ ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะเกาะกลุ่ม แต่ใช้จุดเด่นคืออปชั่น บวกกับแคมเปญต่างๆ ในการเจาะตลาด

ทีนี้มาดูตัวจริงของรถกันครับ

เมื่อเจอตัวจริง สิ่งแรกที่ต้องบอกคือ มันเป็นรถเอสยูวี ในตลาด ซี-เซ็กเมนต์ ที่ใหญ่กว่าคู่แข่ง ซึ่งอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าไม่น้อย

162400850368

ส่วนขุมพลังนั้น ระบบไฮบริด เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีแหล่งสำรองพลังคือแบตเตอรีลิเธียม ไออน ขนาด 1.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งติดตั้งไว้ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระ ร่วมกับแบเตอรี 12 โวลต์

162400850346

162400584753

162400584785

หลักการทำงานระบบไฮบริดของเอช 6 หากขับขี่ที่ความเร็วต่ำๆ ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. จะพยายามทำงานในรูปแบบซีรีส์ ไฮบริด มากที่สุด พูดง่ายๆ คือ พยายามใช้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้ว่าเครื่องยนต์จะติด ก็จะทำหน้าที่ในการปั่นไฟ  ยกเว้นกรณีที่กระแทกคันเร่งหนักๆ เพื่อเรียกำลัง เช่น จะเร่งแซง หรือเร่งออกจากปากซอย ทางร่วมทางแยก เครื่องยนต์ก็จะส่งกำลังไปขับเคลื่อนโดยตรงด้วย หรือทำงานแบบ พาราเรล ไฮบริด

แต่หลักๆ คือพยายามให้มอเตอร์ทำงานอย่างเดียวมากที่สุด 

ช่วงความเร็ว 60-130 กม./ชม. การทำงานเป็นไปได้ทั้ง ซีรีส์ พาราเรล หรือ เครื่องยนต์อย่างเดียว ตามความเหมาะสม แต่หลักๆ เน้น พาราเรล

ส่วนที่ความเร็วเกิน 130 กม./ชม. จะเป็นทำงานโดยเครื่องยนต์เป็นหลัก

ด้านการขับขี่ ผมให้เรื่องของสมรรถนะเป็นพระเอกหลัก ตอบสนองรวดเร็วทันใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว การเร่งแซง เรียกกำลังมาได้เร็ว และสามารถไล่ความเร็วขึ้นไปสูงๆ จนถึงสูงมากได้ไม่ยาก 

ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แมคเฟอร์สัน สตรัท เหล็กกันโคลง ด้านหลัง มัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนล้อในรุ่นท็อป อัลตร้า” ที่ผมขับอยู่นี้ใช้ขนาด 225/55 R19 

ช่วงล่างมีความนุ่มนวล นั่งสบาย ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ถนนคอนกรีตที่มีความกระด้าง และช่วงทางขรุขระ เก็บแรงสั่นสะเทือนได้เนียนดีครับ ใครชอบนั่งสบายๆ น่าจะชอบ 

แต่สำหรับการขับขี่ที่ความเร็วสูงๆ มีอาการกระพือเล็กน้อย การขับขี่ในทางโค้ง มีอการโยนตัวของถังอยู่บ้าง แต่ถ้าขับขี่ในการเดินทางทั่วไป ไม่เกิน 120 กม./ชม. ผมว่ามันก็เป็นรถที่ขับได้สบายๆ ง่ายๆ คุมไม่ยาก

หรือหากขับในทางโค้ง ด้วยความเร็วปกติเหมือนผู้คนส่วนใหญ่ขับกัน การยึดเกาะถนนก็ทำได้ดี แม่นยำ แต่การให้ตัวของตัวถังก็มีให้รู้สึกได้ แต่ก็ไม่มีผลกับการควบคุมรถ 

จุดเด่นอีกอย่าง คือ ความโปร่งโล่งของห้องโดยสาร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด และมองเห็นเส้นทาง มองเห็นเพื่อนร่วมทางที่ชัดเจน ช่วยให้ประเมินสถานการณ์ และวางแผนการขับได้ดี 

162400584897

162400584715

162400584823

162400584847

ส่วนตัวช่วยการขับขี่ที่มีมากมายหลายสิ่ง แต่สิ่งที่ผมชอบคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันและยังมีระบบร่วมคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ทำงานได้แม่นยำนุ่มนวล ทั้งการปรับเปลี่ยนความเร็วตามคันหน้า การรักษาระยะห่าง การชะลอไปจนถึงหยุดนิ่ง และออกตัวใหม่ถ้าหากหยุดไม่เกิน 3 วินาที แต่ถ้านานกว่านั้น ระบบจะเตือนทั้งเสียง และข้อความถ้าหากว่าคันหน้าเคลื่อนตัว เพื่อให้เราแตะคันเร่ง เริ่มต้นการทำงานอีกครั้ง 

เป็นระบบที่ใช้งานได้ดีทั้งบนทางหลวง ความเร็วสูงๆ หรือว่าการขับขี่ซอกแซกเข้าไปในเมือง

162400584810

โดยรวม เอช 6 เป็นรถที่ขับง่ายๆ เครื่องยนต์ตอบสนองดี ช่วงล่างนุ่มๆ เหมาะกับผู้ที่ชอบรถที่ขับที่นั่ง และความรู้สึกสบายๆ บวกกับความใหญ่ของห้องโดยสาร สายครอบครัวน่าจะชอบ ส่วนคอสปอร์ต อาจจะรู้สึกว่าขาดๆ อะไรไปสักนิดครับ

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง