'คนละครึ่งเฟส 3' ลงทะเบียน ใช้ได้วันไหน และเงินเข้าวันไหน

'คนละครึ่งเฟส 3' ลงทะเบียน ใช้ได้วันไหน และเงินเข้าวันไหน
15 มิถุนายน 2564
38,531

เช็คไว้ก่อน "คนละครึ่งเฟส 3" ลงทะเบียน ใช้ได้วันไหน และเงินเข้าวันไหน

โครงการ "แจกเงิน" ตามมาตรการเงินเยียวยาโควิด อย่าง "คนละครึ่งเฟส 3" เปิดให้ลงทะเบียนเพียงวันเดียว www.คนละครึ่ง.com  มีประชาชนสนใจลงทะเบียนแล้วล่าสุด ราว 25 ล้านสิทธิ์ (เวลา 8.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2564) จากทั้งหมดที่เปิดให้ 31 ล้านสิทธิ์

ดังนั้น คนไทยกว่า 25 ล้านคน กำลังรอความคืบหน้า ซึ่งดีเดย์ 1 ก.ค. 2564 สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งและเงินเข้า โดยขั้นตอนต่อไปของ คนละครึ่งเฟส 3 สรุปง่ายๆ ดังนี้

1. ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน www.คนละครึ่ง.com เรียบร้อยแล้ว
2. รอรับ SMS ยืนยันหลังจากลงทะเบียน (SMS ยืนยันภายใน 3 วัน)
3. ดาวน์โหลด ติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง ผูก G-Wallet เพื่อรับสิทธิตามโครงการ
4. ยืนยันตัวตนก่อนการใช้สิทธิโดยการ Dipchip บัตรประชาชน ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาของธนาคารกรุงไทย
(กรณีที่เคยยืนยันตัวตนผ่านสาขา หรือตู้ ATM แล้ว สามารถใช้สิทธิได้ทันที)
5. เริ่มต้นใช้สิทธิ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 หรือหลังจากได้รับสิทธิ
6. เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ และใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
7. ใช้สิทธิกับร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการระหว่างเวลา 06.00 - 23.00 น.

"คนละครึ่งเฟส 3" ลงทะเบียน ใช้ได้วันไหน และเงินเข้าวันไหน

รอบที่ 1 : 1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2564 จำนวน 1,500 บาท
รอบที่ 2 : 1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2564 จำนวน 1,500 บาท
สิทธิในโครงการคนละครึ่ง สามารถสะสมใช้ได้

กรณีเป็นประชาชนที่เคยเข้าร่วมมาตรการ โครงการของรัฐที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com  และถ้าไม่เคย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564

การใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยฯ ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “KrungthaiNext” ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนกับธนาคารกรุงไทยฯ แล้ว

รัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินร่วมจ่ายแก่ประชาชนในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการ กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาสินค้าและหรือบริการดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐจะชำระเงินให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) ประชาชนต้องชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g- Wallet) บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

(2) ต้องมีการซื้อ-ขายสินค้าและ/หรือบริการกันจริง

(3) การซื้อ-ขายสินค้าและ/หรือบริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) และไม่มีกระบวนการใด ๆ ในการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด และไม่ให้ทำซ้ำ ส่งต่อ หรือวิธีการอื่นใดกับ QR Code ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบพบหน้าดังกล่าว

(4) จำนวนเงินที่รัฐสนับสนุนวงเงินร่วมจ่ายให้ต่อหนึ่งหมายเลขประจำตัวประชาชนจะไม่เกินกว่า 150 บาทต่อวัน โดยไม่เกิน 1,500 บาทต่อคน ในแต่ละรอบ รอบละ 3 เดือน และไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการฯทั้งนี้ สามารถสะสมมูลค่าคงเหลือ ณ สิ้นเดือนสุดท้ายของช่วงสามเดือนแรกไปใช้ต่อ จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564 ได้ โดยสามารถตรวจสอบระยะเวลาการใช้จ่ายตามที่กระทรวงการคลังกำหนดได้ที่ www.คนละครึ่ง.com

(5) ค่าสินค้าและ/หรือบริการที่รัฐสนับสนุนวงเงินร่วมจ่าย ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาสูบที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น โดยการกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสินค้าและ/หรือบริการของโครงการฯ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยสามารถตรวจสอบรายการประเภทสินค้าและบริการได้ที่ www.คนละครึ่ง.com

(6) แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จะสามารถใช้งานได้ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง