วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ไทยเบฟ คิกออฟขาย 'รวงข้าวพร้อมดื่ม' ยกระดับสุราขาวไทยเทียบชั้น white spirit โลก

ไทยเบฟ คิกออฟขาย 'รวงข้าวพร้อมดื่ม' ยกระดับสุราขาวไทยเทียบชั้น white spirit โลก

"รวงข้าวป๊อก" เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม(RTD) รับเทรนด์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่ชงเหล้าไม่เป็น "ไทยเบฟ" จึงเสนอทางเลือก "ชงให้" จาก "หงส์ทอง" พร้อมดื่มสู่สินค้าใหม่ต่อยอดไอเดีย "ป๊อก" ของ White Spirit

มาแล้ว แอลกอฮอล์พร้อมดื่ม (RTD: Ready to Drink) จากยักษ์ใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) เดินหน้าเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ

โดยล่าสุด ส่งสินค้าใหม่ "รวงข้าวป๊อก" ออกสู่ตลาด ประเดิมขาย 26 ธันวาคม 2568 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จากก่อนหน้านี้ชิมลางลองตลาดผ่านรถเร่หรือ cash van ของบริษัทเพียงบางพื้นที่เท่านั้น

สำหรับ “รวงข้าวป๊อก” หากพิจารณาการตีโจทย์ที่ผู้บริหารบริษัทเคยให้ข้อมูลไว้ในการแถลงแผนธุรกิจประจำปี คือความมุ่งมั่นในการ “ยกระดับ” เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยให้มีความทันสมัยหรือโมเดิร์นมากขึ้น เพื่อทัดเทียมกับ “สุราขาว” หรือ White spirit ของต่างประเทศ อีกด้านยังตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการชงเหล้าเอง หรือชงไม่เป็นแล้ว "ไทยเบฟ" จึงนำเสนอทางเลือกด้วยการ "ชงให้"

ทั้งนี้ สินค้าใหม่จึงหยิบ Insight ของผู้บริโภคที่ชื่นชอบเครื่องดื่มผสมแบบต่างๆผสานกับความเป็นอินเตอร์ จึงกลายเป็น รวงข้าว GREEN หรือมะนาวป๊อก , รวงข้าว RED หรือแดงในตำนาน และรวงข้าว BLUE หรือป๊อกการิต้า

โดยรวงข้าวป๊อก มาในรูปแบบกระป๋องขนาด 490 มิลลิลิตร(มล.) และมีปริมาณแอลกอฮอล์ 5%

สำหรับแบรนด์รวงข้าว ถือเป็นสุราขาวสัญชาติไทยอายุร้อยปี หรือราว 240 ปี ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1786 ในมิติด้านยอดขายเชิงปริมาณ(Volume)ถือว่าอันดับ 3 ของโลก โจทย์การสร้างแบรนด์คือ ต้อง educate สินค้าอันดับ 1 ให้ผู้บริโภคชาวไทยยอมรับมากขึ้น ไม่ใช่แค่ภาพจำเป็นเหล้าขาว 35 หรือ 40 ดีกรีเท่านั้น

จุดแข็งของ "รวงข้าว" คือเป็นสุราขาว “เบอร์ 1” ของไทยยืนหนึ่งในตลาดมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมา จากสินค้าจับตลาดทั่วไป(Mass) ไทยเบฟ พยายามขยับเข้าสู่เซ็กเมนต์พรีเมียมมากขึ้น ทั้งการออก “รวงข้าวซิลเวอร์”

ในการแถลงแผนประจำปี 2568 “ทรงวิทย์ ศรีธรรม”  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจสุรา ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) เคยให้ข้อมูลว่า พฤติกรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันมีการอยู่กับตัวเอง มีความ individual มากขึ้น โอกาสสังสรรค์น้อยลงหลังพ้นโควิด-19 ระบาด วัฒนธรรมการ “ก๊ง” หรือแม้กระทั่งชงเหล้าให้พ่อแม่ไม่มีแล้ว

บริษัทจึงต้องพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่มมาตอบสนองเทรนด์ตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำรวจพอร์ตโฟลิโอคร่าวๆ ของไทยเบฟที่ลุย RTD ได้แก่ “ซาโต้”(ZATO) หรือสาโท white rice wine ช่วงเปิดตัวขายดิบขายดีเกือบ 6 ล้านกระป๋อง ตามด้วย “สุราสี” บิ๊กแบรนด์ “หงส์ทอง” ที่นำร่องทำตลาดไปแล้วเช่นกัน จนถึงคิวล่าสุด "รวงข้าวป๊อก" เสิร์ฟผู้บริโภครับเทศกาลเฉลิมฉลอง

สำหรับธุรกิจสุราไทยเบฟ มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่สุราแช่พญานาค ราคา 27 บาท ไปจนถึงซิงเกิลมอลต์เกือบ 2 หมื่นบาท และสุราเป็นเสาหลักธุรกิจที่สำคัญของบริษัทอย่างมาก อย่างไรก็ตาม "ไทยเบฟ" เป็นอาณาจักเครื่องดื่มรายใหญ่ของอาเซียน โดยผลประกอบการปี 2568 (ปีงบประมาณ ต.ค.67-ก.ย.68) มีรายได้จากการขาย 333,286 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 31,153 ล้านบาท ขณะที่โครงสร้างรายได้บริษัทกลุ่มสุรามีสัดส่วน 35.6% เบียร์ 37% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 19.4% อาหาร 6.6% และอื่นๆ 1.5% ส่วนกำไรสุทธิกลุ่มสุรามีสัดส่วน 63.8% เบียร์ 20.9% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 16.5% อาหาร “ติดลบ 0.4%” อื่นๆ ติดลบ 0.8%