'สปสช.' ประสาน 'เยียวยา' หญิง 46 ปี 'เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19'

'สปสช.' ประสาน 'เยียวยา' หญิง 46 ปี 'เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19'
9 มิถุนายน 2564
1,025

อนุทิน แสดงความเสียใจต่อครอบครัวหญิงกทม.วัย 46 ปี ที่ 'เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19' ด้าน 'สปสช.' ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดต่อประสานช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น เผยตอนนี้จ่ายเงิน'เยียวยา'ไปแล้วทั่วประเทศ 262 ราย เป็นกรณีเสียชีวิต 5 ราย

วันนี้ (9 มิ.ย. 64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวหญิงชาว กทม. วัย 46 ปี 'เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19' แอสตราเซนิกา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้สั่งการให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ('สปสช.') เร่งดำเนินการช่วยเหลือ 'เยียวยา' เบื้องต้นให้เร็วที่สุดแล้ว ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ขอเวลาให้ผู้เชี่ยวชาญทำการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นเพราะอะไร ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกับอาการข้างเคียงหรืออาการแพ้วัคซีนอย่างไรบ้าง


ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ทันทีเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิต ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน 'สปสช.' เขต 13 ลงไปในพื้นที่เพื่อติดตามประสานงานในเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ 'สปสช.' แล้ว เมื่อมีผู้ได้รับความเสียหายหลังจากฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นอาการเล็กน้อยไปจนกระทั่งกรณีเสียชีวิต

'สปสช.' จะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้ก่อน ซึ่งคำว่าเบื้องต้นนี้ ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์ถูกผิดว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แต่เป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยเมื่อใดที่ฉีดวัคซีนแล้วเกิดผลกระทบก็จะพิจารณาจ่ายให้โดยเร็วที่สุด แม้ว่าต่อมาในภายหลังจะมีการพิสูจน์ว่าสาเหตุของผลกระทบไม่ได้เกิดจากวัคซีน ก็จะไม่มีการเรียกเงินคืนแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

"ในกรณีของผู้เสียชีวิตรายนี้ ปกติใช้สิทธิรักษาพยาบาลของสวัสดิการข้าราชการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการเยียวยาผลกระทบหลังฉีดวัคซีน 'สปสช.' ซึ่งดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทอง จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ประชาชนทุกสิทธิ ทั้งสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม ไม่จำกัดว่าจะดูแลแต่สิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียว" นพ.จเด็จ กล่าว

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ มีอาการป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท

ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบหลังฉีดวัคซีนสามารถยื่นเรื่องได้ 3 จุด คือ โรงพยาบาลที่ไปรับการฉีด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ 'สปสช.' เขตต่างๆ 13 เขตทั่วประเทศ โดยแต่ละเขตจะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ทำการพิจารณาคำร้องให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน ซึ่ง ณ วันที่ 7 มิ.ย. 2564 มีผู้ยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว 386 ราย จ่าย'เยียวยา'แล้ว 262 ราย โดยกรณีเสียชีวิตจ่าย'เยียวยา'ไปแล้ว 5 ราย ยังไม่รวมกรณีของหญิงวัย 46 ปีที่เพิ่งเสียชีวิต

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง