โอกาส 'ข้าวไทย' ไปฟิลิปปินส์ & COFCO กลับมาแล้ว

โอกาส 'ข้าวไทย' ไปฟิลิปปินส์ & COFCO กลับมาแล้ว
2 มิถุนายน 2564 | โดย สกล หาญสุทธิวารินทร์ | คอลัมน์ค้าๆ ขายๆ กับกฎหมายธุรกิจ
625

จับตาโอกาส "ข้าวไทย" ในตลาดฟิลิปปินส์ ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทย ยังมีโอกาสแค่ไหน? แล้วตลาดจีน ซึ่งเป็นประเทศปลูกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีผู้ส่งออกไทยติดต่อค้าขายส่งออกข้าวให้กับผู้นำเข้าชาวจีน มีโอกาสอยู่ไหน?

ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2564 ไทยส่งออกข้าวลดลงประมาณ 21-22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ต้องหาทางแก้ไข ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น การเยี่ยมเยียนลูกค้า การจัดหาและส่งมอบข้าวตามความต้องการและเงื่อนไขขอลูกค้า โดยมีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมแล้วคือ

  • ประเทศฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์เป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทย บัดนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์เปลี่ยนนโยบายยกเลิกการจำกัดการนำเข้า และอนุญาตให้เอกชนสามารถนำเข้าข้าวได้โดยเสรี เมื่อวันที่19 พ.ค.2564 กรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ จัดประชุมหารือผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและตัวแทน ผู้กระจายสินค้า เพื่อกระชับความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย

ในเรื่องราคาข้าว ทางไทยแจ้งกับฝ่ายกับฟิลิปปินส์ว่าปีนี้ผลผลิตข้าวไทยจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีน้ำพียงพอต่อการปลูกข้าว ราคาข้าวไทยคงลดลงในระดับที่แข่งขันได้ สำหรับข้าวนุ่มชาวฟิลิปปินส์นิยมบริโภคนั้น ฝ่ายไทยแจ้งแก่ฝ่ายฟิลิปปินส์ว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังพัฒนาพันธ์ข้าวนุ่มหลายพันธ์ และกำลังยกร่างมาตรฐานข้าวนุ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคุณภาพข้าวนุ่มที่ส่งออกต่อไป

หมายเหตุ ระหว่างที่ไทยกำลังพัฒนาพันธุ์ข้าวนุ่มและยกร่างมาตรฐานข้าวนุ่มซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ในความเป็นจริง ประเทศไทยก็ปลูกและผลิตข้าวนุ่มนอกเหนือจากข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทยอกมาในปริมาณที่ส่งออกในเชิงพาณิชย์ได้ และถ้าสามารถบริหารจัดการคัดแยกข้าวพื้นนุ่มไว้ต่างหากจากข้าวขาวทั่วไป ในขั้นตอนการสีแปร และส่งมอบให้ผู้ส่งออกโดยไม่ต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ แต่ใช้ปริมาณอมิโลสที่ตรวจสอบได้ไม่ยากเป็นเกณฑ์ ก็สามารถส่งออกเป็นข้าวนุ่มเป็นการเฉพาะได้

  • ประเทศจีน

จีนเป็นประเทศปลูกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่มีปริมาณให้ประชากรทั้งประเทศบริโภคอย่างพอเพียง และเหลือส่งออกได้บ้างแต่จีนก็นำเข้าข้าว โดยอนุญาตให้เอกชนนำเข้าได้บางส่วน ซึ่งก็มีผู้ส่งออกไทยติดต่อค้าขายส่งออกข้าวให้กับผู้นำเข้าชาวจีนอยู่บางส่วน

ส่วนข้าวที่จีนต้องนำเข้า ตามพันธกรณีต้องเปิดตลาดหรือนำเข้าเพื่อเสริมความมั่นคงด้านสต็อก เพื่อการค้าต่างตอบแทน หรือเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประเทศจีนได้มอบหมายให้ China Oil and Foodstuffs Corporation : COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนเป็นผู้นำเข้า

  • การซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับ COFCO

ในช่วงที่ผ่านมา COFCO ได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กับกรมการค้าต่างประเทศและนำเข้าข้าวจากไทย ดังนี้

ปี 2558-2562 นำเข้า 404,300.00/335,950.00/300,000.00/276,850.00/24,500.00 ตัน ตามลำดับ ส่วนปี 2563 ไม่มีการนำเข้า ปีปัจจุบัน 2564 กำลังมีการเจรจาระหว่างกรมการค้าต่างประเทศกับ COFCO ในรายละเอียดบางประการ คาดได้ว่าปีนี้ COFCO คงนำเข้าข้าวจากไทยอีก

  • การจัดหาและส่งมอบข้าวให้ COFCO

เมื่อกรมการค้าต่างประเทศลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ กับ COFCO แล้ว ไม่ว่าจะมีข้าวในสต็อกของรัฐหรือไม่ ก็จำเป็นต้องจัดหาข้าวใหม่อายุไม่เกิน 4 เดือนเพื่อดำเนินการส่งออกให้ COFCO ต่อไป แม้จะเป็นข้าวใหม่ที่เพิ่งรับมาจากโรงสี ใช่ว่าจะใช้ข้าวนั้นส่งออกได้เลย ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องมีการปรับปรุงข้าวนั้นให้เป็นไปตามมาตรฐานข้าว 5 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการที่เรียกกันว่า sortex คือการคัดสิ่งเจือปน เมล็ดดำออก ขัดมันสองครั้งที่เรียกว่า Double Polish บรรจุข้าวลงกระสอบ 50 กิโลกรัม โดยต้องเผื่อน้ำหนักป้องกันปัญหาน้ำหนักขาดไว้ด้วย พิมพ์ข้อความที่กระสอบและการบรรจุข้าวใส่ตู้คอนเทนเนอร์ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขรักษาความสะอาดที่ COFCO กำหนดด้วย

ตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น กรมการค้าต่างประเทศไม่สามารถดำเนินการได้เอง ก็จำเป็นต้องมอบหมายให้ผู้ส่งออกข้าวซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการส่งออกข้าวเป็นผู้ดำเนินการแทน แต่เนื่องจากมีผู้ประกอบการส่งออกข้าวที่จดทะเบียนไว้เกือบ 200 ราย และ COFCO กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ส่งออกที่จะเป็นผู้จัดหาข้าวส่งมอบให้ COFCO ต้องมีไม่มากเกินไป ไม่เคยมีประวัติเสียหาย โกดังที่เป็นสถานที่บรรจุข้าวต้องเป็นโกดังที่ผ่านการตรวจสอบระบบ AQSIQ ของจีน

จากเงื่อนไขข้างต้น จึงจำเป็นต้องมีการคัดกรองผู้ส่งออกและควบคุมดูแลให้เป็นไปตามเงื่อนไขของ COFCO ทางปฏิบัติที่ผ่านมาจึงใช้วิธีมอบหมายให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาข้าว โดยไปจัดสรรให้ผู้ส่งออกที่มีคุณสมบัติและเป็นไปตามเงื่อนไขที่ COFCO กำหนด และทางสมาคมจะรับประกันการส่งมอบข้าวเป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนด

หากมีข้อผิดพลาดเสียหาย สมาคมจะรับผิดชอบ ซึ่งก็ชอบด้วยเหตุผลที่กรมการค้าต่างประเทศไม่ต้องไปกำกับดูแลผู้ส่งออกแต่ละราย แต่กำกับควบคุมดูแลสมาคมจุดเดียว และสมาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล ในลักษณะเอกชนควบคุมกำกับดูแลกันเอง

การส่งมอบข้าวที่ผ่านมาหากมีปัญหาในเรื่องคุณภาพ หรือมีข้อขัดข้องด้านปฏิบัติอื่นใด ทางสมาคมจะรับผิดชอบแก้ไขปัญหา เช่น กรณีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อผู้ค้าปลีกที่ซื้อข้าวจาก COFCO ไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่งร้องเรียนว่าข้าวที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์สองตู้มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ก็มีการตรวจสอบ สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่สีข้าวแล้วบรรจุลงกระสอบทันที ไม่ปล่อยให้คลายความร้อนก่อน ข้าวที่อยู่ระหว่างการขนส่งในเรือใหญ่คลายเหงื่อจึงเกิดปฏิกิริยาเหม็นเปรี้ยว ซึ่งก็เป็นบทเรียนในการป้องกันปัญหาต่อไป สำหรับข้าวที่มีปัญหาผู้ส่งออกได้ส่งข้าวไปให้ใหม่สองตู้

การดำเนินการต่างๆ ในการจัดหาและบริหารจัดการในการส่งมอบข้าวให้ COFCO ดังกล่าวข้างต้น ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งทางราชการไม่จ่ายให้แน่ จึงเป็นการชอบด้วยเหตุผลที่ทางสมาคมจะกำหนดให้ผู้ส่งออกที่ได้รับการจัดสรรให้ส่งมอบข้าวให้ COFCO มีส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามจำนวนตันที่จัดหาและส่งมอบในอัตราที่กำหนด

  • การรักษาตลาดข้าวจีน

ข้าวที่ COFCO นำเข้าแต่ละปีมีปริมาณมากพอที่ผลต่อราคาข้าวในประเทศและนำรายได้เข้าประเทศค่อนข้างมาก จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันรักษาตลาดนี้ไว้ให้มั่น นั่นคือส่งออกข้าวตามคุณภาพและเงื่อนไขที่ COFCO ต้องการอย่างเคร่งครัด

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง