ขุนหาญ....เมื่อแรกฝน

ขุนหาญ....เมื่อแรกฝน
22 พฤษภาคม 2564 | โดย คมฉาน ตะวันฉาย / คอลัมน์ประเทศไทยใจเดียว
246

เที่ยว "ขุนหาญ" จังหวัดศรีสะเกษ ดินแดนสวยงามของอีสานล่าง ที่สวยมากเหมาะแก่การ "เที่ยวหน้าฝน"

ช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงระบาดมากในบ้านเรา รวมทั้งมีคนตายไม่เว้นวัน ช่วงที่หากยังต้องรอคิวเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันตามที่ทางการเขาวางกฎกติกาไว้ ก็ขอให้ดูแลสุขภาพกันให้ดีๆ ยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่มีการพบปะคน หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนหรือไปในที่แออัด และต้องหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ต้องประคองชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากไวรัสชนิดนี้ให้ได้ แล้วเราจะได้ออกไปเที่ยว ไปชื่นชมความสวยงามของบ้านเราด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อฝนเริ่มลงหลายๆ ครั้งแบบนี้ ทำให้นึกถึงแผ่นดินอีสาน ที่จะชุ่มฉ่ำ สวยงาม มีชีวิตชีวาที่สุด ถ้าไม่ติดว่าต้องช่วยหมอ พยาบาล ที่เลยต้องกักตัวเอง ไม่เช่นนั้นป่านนี้ผมได้ออกไปตระเวนชื่นชมความสวยงามของแผ่นดินอีสานช่วงต้นฝนกันแล้ว คราวนี้ก็มีสถานที่มาเล่าไว้เป็นข้อมูล ก่อนที่เมื่อพร้อมจะได้ไปเที่ยวอีสานกัน

ด้วยความที่บ้านเมืองของเราเดี๋ยวนี้ มีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกมาก สภาพถนนหนทางค่อนข้างดี ขับรถกินลมชมวิวข้างทางของอีสานในฤดูฝนนี่ เป็นอะไรที่มีความสุขมาก ที่หนึ่งที่ผมเคยได้ไปค้างคืนด้วยความบังเอิญ คือมาถึงมืดและง่วงนอนซะก่อนก็เลยหาที่พักนอน และตอนเช้าได้ไปเที่ยวตลาดสดของที่นี่ นอกจากบรรยากาศแบบบ้านๆ สินค้าที่มาขายในตลาดสดเป็นของที่มีทั้งคุ้นตาและแปลกตา ผักหญ้าบางอย่างจึงดูแปลกตา ที่แปลกกว่านั้นคือภาษาที่เขาพูดจากันแทบทั้งตลาดที่น่าจะเป็นภาษาส่วย ซึ่งคล้ายคลึงกับภาษาเขมร ให้บรรยากาศเหมือนไปต่างประเทศ เพราะฟังไม่รู้เรื่องเลย ฟังภาษาใต้ ภาษาเหนือ ภาษาอีสาน ภาษาเมืองเลยออกหมด มาที่นี่ งง !

เอาเป็นว่าผมชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้ ผมกำลังจะเล่าถึงอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ดินแดนสวยงามของอีสานล่างแห่งนี้

1621648395100

บรรยากาศริมทางอีสานหน้าฝน

162164863287

สารพัดเห็ดป่า ในตลาดขุนหาญ

ในเว็บไซต์ www.Khunhan.go.th และวิกิพีเดีย บอกเล่าประวัติของอำเภอขุนหาญว่าเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีชาวกุยหรือส่วย อาศัยมายาวนานจนปัจจุบัน ต่อมาก็มีชาวขอมหรือกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเขมรเข้ามารวมและตั้งบ้านเรือนจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ มีประเพณีและภาษาพูดของตัวเอง (อย่างที่ผมเจอในตลาดสด) ครั้งที่เกิดกรณีที่เราเรียกว่ากบฏเจ้าอนุวงศ์ เมื่อมีความพ่ายแพ้แก่ทัพนครราชสีมา กองทัพลาวก็แตกพ่าย แต่มีบางส่วนที่ตกค้าง โดยมีหัวหน้ากลุ่ม 4 คน คือนายหาญ นายอุด นายเอก และนายเหลือง ไม่ได้กลับลาวด้วย หากแต่นำสมัครพรรคพวก กระจายกันตั้งถิ่นฐาน อยู่ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนนายหาญ และพรรคพวกมาตั้งบ้านเรือนที่บ้านโนนแดง ในเขตที่ราชสำนักสยามเรียกว่า "เขมรป่าดง" มีเมืองขุขันธ์ กำกับดูแล โดยขึ้นกับเมืองนครราชสีมาอีกที ด้วยที่นายหาญมีบุคลิกองอาจ ห้าวหาญ เป็นผู้นำ ชาวบ้านให้ความยำเกรง พระยาขุขันธ์ภักดีลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์จึงให้ไปทำราชการด้วย จนมีบรรดาศักดิ์เป็น "ขุน" หมู่บ้านที่ท่านอยู่จึงถูกเรียกว่า บ้านขุนหาญ

ครั้นมีการจัดรูปแบบการปกครองใหม่ในรูปแบบของจังหวัดและอำเภอ เมืองขุขันธ์จึงถูกยุบเป็นอำเภอขุขันธ์ขึ้นแก่จังหวัดศรีสะเกษ ในระดับตำบล "บ้านขุนหาญ" ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่และเป็นหมู่บ้านใหญ่ จึงได้เอาชื่อ "ขุนหาญ" มาตั้งเป็นชื่อตำบล ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชากรมากขึ้น และเขตรับผิดชอบของอำเภอขุขันธ์ค่อนข้างกว้าง จึงได้ยกเอาตำบลต่างๆ ในเขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ก่อตั้งสมัยนั้นได้เลือกชัยภูมิที่เป็นเนินสูงและมีแหล่งน้ำใหญ่ (หนองสิ) อยู่ใกล้เป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสิ เดิมทีจะใช้ชื่อกิ่งอำเภอว่า "สิ" ซึ่งฟังแล้วอาจจะไม่เสนาะเท่าใด จึงมีการคิดชื่อกันใหม่ และตกลงกันว่าจะเอาชื่อหมู่บ้านที่เก่าแก่มาตั้งเป็นชื่อกิ่งอำเภอ เมื่อสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่จึงรู้ว่า "บ้านขุนหาญ" ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางทิศตะวันตกของที่ตั้งกิ่งอำเภอ เป็นชุมชนเก่าแก่ย้อนหลังไปถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงได้ยกเอาชื่อ "ขุนหาญ" มาเป็นชื่อกิ่งอำเภอ โดยที่ตั้งไม่ได้อยู่ในเขตตำบลขุนหาญแต่อย่างใด ต่อมาจึงยกฐานะขึ้นเป็นอำเภออย่างสมบูรณ์ในปัจจุบัน

อำเภอขุนหาญนี่ผมมาหลายครั้งโดยเฉพาะในหน้าฝน เพราะผมชอบธรรมชาติของที่นี่ โดยเฉพาะน้ำตก มีสองน้ำตกใหญ่ของที่นี่ที่มาทีไรก็ขอแวะไปเล่น ไปดูทุกครั้ง คือน้ำตกห้วยจันทร์และน้ำตกสำโรงเกียรติ

ที่แรกเราไป น้ำตกห้วยจันทร์ กันก่อน น้ำตกนี้อยู่ที่ตำบลห้วยจันทร์ ห่างจากตัวอำเภอขุนหาญราว 24 กิโลเมตร เห็นว่าแต่ก่อนชื่อน้ำตกกันทรอม แต่ถ้าไปเรียกเดี๋ยวนี้คงน้อยคนที่จะรู้จัก น้ำตกนี้มีที่มาจากเทือกเขาบรรทัด บริเวณเขาเสลา (ภูเสลา) แล้วไหลลงมาทางเหนือ  ตามแนวสันปันน้ำ ไหลข้าทางเขตไทย ผ่านลานหินทราย เป็นร่องธาร แอ่ง แก่ง กุมภลักษณ์   และมีเป็นชั้นน้ำตก ก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำมูลในเขตอำเภอเมือง ศรีสะเกษ ในบรรยากาศที่เป็นป่าดงดิบแล้ง ลานหินทราย ส่วนในร่องธารน้ำนั้น แน่นอนว่าเป็นที่เล่นน้ำอย่างดี ในช่วงหน้าฝน มีคนไปเล่นน้ำกับมากมาย ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ จะมีพี่น้องหอบ อุปกรณ์ตำส้มตำ เสื่อสาด หอบหิ้วกันไปปูเสื่อปิกนิกริมน้ำ เป็นที่ครึกครื้น 

162164865863

น้ำตกห้วยจันทร์

162164869780

น้ำตกห้วยจันทร์ แหล่งเล่นน้ำชั้นดี

ไม่ไกลกันจะมีน้ำตก น้ำตกสำโรงเกียรติ อยู่ในเขตตำบลบักดอง ตัวน้ำตกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก น้ำตกนี้ก็เหมือนอย่างน้ำตกห้วยจันทร์คือเกิดจากเทือกเขาพนมดงรักที่กั้นระหว่างไทยกับกัมพูชา น้ำที่ไหลลงทางกัมพูชาก็ไหลไป ส่วนน้ำที่ไหลลงทางฝั่งไทยก็มาเป็นลำห้วยต่างๆ ต้นห้วยน้ำตกนี้มาจากเขากันทุง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาบรรทัด ไหลมาในร่องหินทราย ผ่านป่าดงดิบแล้ง ลงมาจนถึงบริเวณที่ที่ตั้งหน่วย จะมีสองส่วนคือที่เป็นลานหินกว้างอยู่ด้านบน น้ำไม่ลึกนัก คนนิยมมาเล่นน้ำกัน และที่เป็นน้ำตกจริงๆ ก็อยู่บริเวณเดียวกัน ถ้าจะลงไปชั้นล่างก็ต้องเดินลงไป น้ำตกตกลงชั้นเดียวจากผาหินสูงราว 8 เมตร ด้านล่างเป็นลานทราย ที่มีร่มเงาไม้ใหญ่ร่มรื่นมาก นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมาก บรรยากาศร่มรื่น แต่นักท่องเที่ยวก็คึกคักมาก จนบางทีลืมไปว่าเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

162164831973

น้ำตกสำโรงเกียรติ

162164835020

นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำตกสำโรงเกียรติกันมาก

ผมเป็นคนชอบน้ำตก ดังนั้นสองน้ำตกของขุนหาญนี้จึงเป็นปลายทางที่ผมไปทีไรก็ไม่พลาด และไปไม่รู้จักเบื่อ แต่ถ้าใครอยากเที่ยวในบรรยากาศอื่นใด ที่อำเภอขุนหาญมี วัดล้านขวด หรือวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว วัดที่เขาเอาขวดมาทำเป็นสิ่งก่อสร้างทั้งหลายในวัด โบสถ์ เจดีย์ ศาลา แม้แต่เมรุเผาศพก็ทำจากขวดแก้ว มาต่อๆ กัน มันก็เลยมีสีสันและแปลกตาดี วัดนี้อยู่ในย่านตัวเมืองขุนหาญนั่นแหละ กับอีกที่หนึ่งที่คนชอบแนวประวัตศาสตร์ก็ไม่น่าพลาดคือปราสาทตำหนักไทร ริมทางที่ไปน้ำตกสำโรงเกียรติ ห่างกันไม่มาก เป็นปราสาทในศิลปะเขมร สร้างจากอิฐหลังเดียวโดดๆ บนฐานศิลาทราย เป็นทรงสี่เหลี่ยม มีย่อมุม มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือด้านตะวันออก นอกนั้นทำเป็นประตูหลอก โดยการสลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ ส่วนประตูด้านหน้า มีเสากรอบประตูทำจากหินทรายเห็นว่าเคยมีทับหลังด้วย แต่ตอนนี้เห็นว่าอยู่พิพิธภัณฑ์พิมาย แต่ผมไม่เห็นกับตา ไม่ยินยันครับ ปราสาทนี้เป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาทนี้ไปดูในช่วงฤดูฝน ให้บรรยากาศทึบทึม ฉ่ำน้ำดี เสียดายผมหารูปไม่เจอ แต่เคยไปถ่ายภาพมาแน่ แต่เนื่องเพราะรูปเยอะมาก ไม่รู้ไปซุกอยู่ไฟล์ไหน ท่านผู้อ่านเสิร์ชหาดูในอินเตอร์เนตก็แล้วกันครับ

162164874117

วัดล้านขวด

จริงๆ แล้วถนนสายที่จะมาเที่ยวยังสองน้ำตกและหนึ่งปราสาทหินนี้ สามารถไปเที่ยวปราสาทเขาพระวิหารได้ ถนนจะเชื่อมกัน แต่มันจะหลุดคอปเซปอำเภอขุนหาญไป ผมก็เลยให้หยุดแค่นี้

ขุนหาญ ศรีสะเกษ มีอะไรให้เที่ยวไม่มากครับ แต่ทุกอย่างที่เขามี เชื่อเถอะว่าท่านจะประทับใจ ไม่อย่างนั้น ขนาดว่าผมไปมาทั่วประเทศแล้วก็ตาม แต่เมื่อได้ไปที่นี่กี่ครั้ง ไปอีกก็แวะอีก แล้วแบบนี้ไม่ว่าขุนหาญมีดี จะให้เรียกอะไร

ขุนหาญมีน้อย แต่เป็นน้อยที่มากจริงๆ นอนขุนหาญสักคืนแล้วจะรู้ว่าอย่างที่ผมว่าจริงไหม...

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง