‘ภาคีนัก กม.สิทธิฯ’ จี้ 'รมว.ยธ.' แก้โควิดในเรือนจำ

‘ภาคีนัก กม.สิทธิฯ’ จี้ 'รมว.ยธ.' แก้โควิดในเรือนจำ

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ออกหนังสือถึง รมว.ยธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำ

ตามที่ปรากฏว่านายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน และนายอานนท์ นำภา ติดเชื้อไวรัสโรโรนา 2019 (โควิด-19) เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิในการปล่อยชั่วคราวและถูกคุมขังอยู่ ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตามที่ท่านทราบดีอยู่แล้วนั้น
นับแต่เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ได้ให้ข้อมูลสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 ว่ากรมราชทัณฑ์ยังคงเน้นย้ำและเพิ่มมาตรการคัดกรองป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ขอให้พี่น้องประชาชนและญาติผู้ต้องขังมั่นใจในการควบคุมดูแล อย่าได้วิตกกังวล กรมราชทัณฑ์พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป และต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ได้ให้ข้อมูลสื่อมวลชนว่านานอานนท์ นำภา ติดเชื้อพร้อมกับผู้ต้องขังอีก 1 ราย ที่เป็นกลุ่มสัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้งสองรายได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด มาตรการคัดกรอง/ป้องกัน หรือมาตรการในการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อให้ประชาชนและญาติผู้ต้องขังได้รับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใด
ปัจจุบัน ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนทราบข้อมูลจากทนายความสมาชิกภาคีฯ ว่าได้ขอเข้าเยี่ยมจำเลยที่ต้องขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา แต่ไม่สามารถเข้าพบจำเลยได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่าจำเลยหลายคนติดเชื้อโควิด-19 จึงไม่สามารถเยี่ยมได้ จะเยี่ยมได้เฉพาะจำเลยที่ยังไม่ติดเชื้อฯ เท่านั้น และทราบข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อเป็นจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ด้วย ภาคีฯ เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น อยู่ในภาวะน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว
162083180983
ภาคีฯ จึงขอเรียกร้องให้ท่าน ในฐานะที่มีภารกิจในการดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการของ กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นเอกภาพ โปร่งใส เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โปรดพิจารณาดำเนินการดังต่อนี้
1. สั่งการให้มีการจัดทำข้อมูลผู้ติดเชื้ออย่างเป็นระบบโดยเร่งด่วน และแถลงชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำ แนวทางการแก้ไขสถานการณ์และมาตรการการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข และหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ให้ร่วมกันแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพและเรือนจำอื่นที่พบการแพร่ระบาด
2. บริหารกระบวนการยุติธรรมในช่วงการแพร่ระบาด โดยแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด โดยชะลอการส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยเข้าสู่เรือนจำ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 29 วรรคสอง มาตรา 55 วรรคหนึ่ง, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 , คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวทางสำหรับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 และหนังสือของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องการ ฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2564
3. ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรมโดยเร่งด่วนเพื่อหารือมาตรการในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในเรือนจำ เช่น การชะลอการส่งตัวผู้ต้องขังเข้าเรือนจำ การปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยไปชั่วคราวตามตามระยะเวลาหนึ่งที่มีกำหนดในระหว่างการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง หรือการพิจารณาโดยพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการหรือศาล เป็นต้น ตามแนวทางในหนังสือของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2564