‘ออมสิน’ เล็งลดดอกกู้จำนำทะเบียน

‘ออมสิน’ เล็งลดดอกกู้จำนำทะเบียน
11 พฤษภาคม 2564
311

“ออมสิน” เล็งลดดอกเบี้ยเงินกู้จำนำทะเบียนให้ต่ำกว่า 0.69% ต่อเดือน พร้อมเพิ่มจุดให้บริการอีก 500 สาขาราวกลางเดือนพ.ค.นี้ หลังได้เปิดตัวธุรกิจร่วมกับบริษัทเงินสดทันใจเมื่อปลายมี.ค.ทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับลดลงต่ำสุด 0.63%ต่อเดือน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ราวกลางเดือนพ.ค.นี้ ธนาคารออมสินมีแผนที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนำทะเบียนรถลงอีก จากปัจจุบันที่มีอัตราต่ำที่ 0.69%ต่อเดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้าในสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ระลอกใหม่ และช่วยดึงให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง

นอกจากนี้ ออมสินจะเปิดให้บริการจำนำทะเบียนรถในสาขาของธนาคารเพิ่มเติมอีก 500 สาขา จากปัจจุบันที่เปิดนำร่องการให้บริการผ่านสาขาจำนวน 35 สาขา ร่วมกับ บริษัทเงินสดทันใจอีกประมาณ 4.9 พันสาขา ซึ่งสามารถให้บริการได้และได้รับเสียงตอบรับที่ดี

ทั้งนี้ ธุรกิจจำนำทะเบียนรถดังกล่าวนั้น ธนาคารได้เข้าไปร่วมทุนในกิจการกับบริษัทเงินสดทันใจ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ในสัดส่วน 49% โดยเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

นายวิทัยกล่าวย้ำว่า การที่ออมสินเข้าไปร่วมดำเนินธุรกิจดังกล่าว เพราะต้องการช่วยดึงอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ในตลาดให้ลดลงจากที่จัดเก็บอยู่ราว 24%ต่อปี ทำให้ลูกหนี้รายย่อยได้รับผลกระทบ และเมื่อธนาคารได้กระโดดเข้ามาทำธุรกิจนี้ และคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.69%ต่อเดือน ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับลดลงทันทีเหลือประมาณ 0.63%-0.67%ต่อเดือน

“หลังจากที่เราเปิดตัวในธุรกิจจำนำทะเบียน ผลปราฎว่า ได้รับเสียงตอบรับที่ดี โดยยอดสินเชื่อขยายตัวดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัด คือ อัตราดอกเบี้ยในระบบของค่ายต่างๆนั้นลดลง ถือว่า เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเรา โดยเดิมอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 0.89-0.93% ต่อเดือน หรือ กว่า 20% ต่อปี ขณะนี้ เหลือต่ำสุด 0.63%ต่อเดือน”

ธนาคารตั้งเป้าหมายในปีแรกของการดำเนินธุรกิจ​ว่า​ จะดึงลูกค้ารายย่อยที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน​2 แสนบาทต่อรายให้เข้ามาใช้บริการจำนวน​ 1 ล้านราย​ วงเงินสินเชื่อ​ 2 หมื่นล้านบาท​

ปัจจุบันสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในตลาดมีสัดส่วนถึง​ 21% หรือ​ 1 แสนล้านบาท​จากวงเงินสินเชื่อรวมของนอนแบงก์ทั้งหมด​ 4.81 แสนล้านบาท​ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล​ 48% มูลค่า​ 2.3​ แสนล้านบาท​และบัตรเครดิตอีก​ 31% มูลค่า 1.48 แสนล้านบาท​ หากธนาคารเข้ามาในธุรกิจนี้​จะทำให้วอรุ่มแสนล้านถูกแบ่งออกไป

นายวิทัยยังกล่าวด้วยว่า ในปีนี้ ออมสินยังจะให้น้ำหนักไปที่การแก้ไขหนี้ โดยมีเป้าหมายลูกหนี้ที่จะเข้าไปแก้ไขราว 8 แสนราย ขณะนี้ สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นหนี้ดีได้แล้ว 5 แสนราย ทั้งนี้ เพื่อให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารมีความแข็งแรง อย่างไรก็ดี สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ ธนาคารยังสามารถทำกำไรได้ประมาณ 4 พันล้านบาท ขณะที่ ตั้งสำรองในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมาไปแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง