'คนละครึ่งเฟส 3' ครม.ไฟเขียวแจก 3,000 บาท เช็ครายละเอียดที่นี่!

'คนละครึ่งเฟส 3' ครม.ไฟเขียวแจก 3,000 บาท เช็ครายละเอียดที่นี่!
5 พฤษภาคม 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
374,162

ครม. ไฟเขียวมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” เตรียมจ่าย “เงินเยียวยา” รอบใหม่ 3,000 บาทต่อคน ให้สิทธิ์ 31 ล้านคน วงเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท จะเปิดให้ “ลงทะเบียน” วันไหน? รู้คำตอบที่นี่

วันนี้ (5 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” เพื่อจ่าย "เยียวยา" ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกล่าสุด (เมษายน 2564) โดยรัฐบาลจะจ่ายเยียวยาคนละ 3,000 บาท 31 ล้านคน วงเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท แล้วจะเปิดให้ลงทะเบียนวันไหน? 

ชวนดูรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รวบรวมมาให้รู้กันก่อนใคร ดังนี้

1. ใครมีสิทธิ์ในโครงการ "คนละครึ่งเฟส 3" บ้าง?

สำหรับกลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์ลงทะเบียน โครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” ต้องมีคุณสมบัติตามนี้ คือ

  • เป็นบุคคลสัญชาติไทย ที่มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

2. อัพเดท! “คนละครึ่งเฟส 3” ลงทะเบียนวันไหน?

ล่าสุด.. นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า คนละครึ่งเฟส 3 นี้ จะให้สิทธิ์ทั้งรายเดิมและรายใหม่ แบ่งเป็น

2.1) ผู้มีสิทธิ์คนละครึ่งรายเดิม (เฟส1, เฟส2)

สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์ "คนละครึ่ง" เฟส 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมา ทั้งหมด 15 ล้านคนนั้น กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ รัฐจะให้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 โดยอัตโนมัติ แต่จะต้องมีการ "กดยืนยัน" รับสิทธิ์ ในแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ว่า ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ต่อหรือไม่ หากกดปุ่มยืนยัน ระบบก็จะทำการเติมเงินเข้าเป๋าตังให้เหมือนเดิม

2.2) "คนละครึ่งเฟส 3" ลงทะเบียนรายใหม่อีก 16 ล้านคน 

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ "คนละครึ่ง" มาก่อน กลุ่มนี้กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนอีก 16 ล้านสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายในเดือนมิถุนายน 2564 และจะเริ่มใช้จ่ายเงินเยียวยารอบใหม่ได้ในเดือนกรกฎาคม 2564 

3. ระยะเวลาโครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” ยาวนานขึ้น

รัฐบาลออกแบบโครงการ "คนละครึ่ง" ในระยะ 3 นี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนภายในระยะเวลา 6 เดือน คือ กรกฎาคม-ธันวาคม 2564 โดยสามารถอนุมัติได้เร็วเนื่องจากมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว จะเป็นโครงการที่ช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงไตรมาสที่ 3 - 4 ของปีนี้ 

4. “คนละครึ่งเฟส 3” ใช้วงเงิน 93,000 ล้านบาท

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้หารือกันและได้ข้อสรุปว่า โครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” จะมีการใช้วงเงินทั้งหมดประมาณ 93,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะจ่ายเยียวยาคนละ 3,000 บาท ให้แก่ผู้มีสิทธิ์ราว 31 ล้านคน ให้สิทธิ์ใช้จ่ายที่รัฐจะสมทบได้วันละไม่เกิน 150 บาทต่อวัน

5. เช็คมาตรการเยียวยาอื่นๆ จาก ครม.

มีข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมระบุว่า หลังจากสิ้นสุดมาตรการเยียวยาในระยะแรก อย่างเช่นโครงการ "เราชนะ" และ "ม.33เรารักกัน" (ที่มีการขยายระยะเวลาโครงการฯ ไปจนถึง 30 มิ.ย.64) แล้วจากนั้นจะเริ่มมาตรการเยียวยาฟื้นฟู ระยะที่ 2

ซึ่งจะเริ่มต้นได้หลังจากสถานการณ์การระบาดของช่วงนี้คลี่คลายลง และดูแล้วเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยประกอบไปด้วย 4 โครงการ คือ

5.1 โครงการเพิ่มกำลังซื้อ "กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ระยะ3

เป็นการเพิ่มค่าครองชีพให้กลุ่มผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (บัตรคนจน) อีกเดือนละ 200 บาท ครอบคลุมกลุ่มประชากรประมาณ 13.65 ล้านคน เริ่มโครงการได้เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (คาดว่าจะเริ่มเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 รวมระยะเวลา 6 เดือน) 

5.2 โครงการเพิ่มกำลังซื้อ "กลุ่มเปราะบาง"

โครงการสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยเพิ่มเงินสนับสนุนค่าครองชีพให้อีกเดือนละ 200 บาท ครอบคลุมกลุ่มประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน เริ่มโครงการได้เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2564

5.3 โครงการ "คนละครึ่งเฟส 3" กลุ่มรายได้ปานกลาง

รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในลักษณะ Co-pay เป็นจำนวนเงิน 150 บาทต่อคนต่อวัน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งมีเป้าหมายครอบคลุมประชาชน 31 ล้านคน อันนี้สำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลาง

5.4 โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" กลุ่มรายได้สูง

เป็นโครงการที่มุ่งไปที่กลุ่มผู้มีรายได้สูง รัฐจะสนับสนุน E-Voucher สำหรับการใช้จ่าย ในเบื้องต้นคาดว่าจะไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ระยะเวลาโครงการ เริ่มต้นได้เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

ทั้งนี้ วงเงินที่เหลืออยู่ของ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ยืนยันว่าเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวได้ โดยวันนี้ (5พ.ค.64) ครม.ได้อนุมัติเห็นชอบในหลักการแล้ว

*หมายเหตุ :  ส่วนโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" และ "ทัวร์เที่ยวไทย" ครม.อนุมัติให้เลื่อนระยะเวลาโครงการออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ถึงจะกลับมาเริ่มดำเนินโครงการต่อได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง