เคล็ดลับ ‘ดวงดี’ อยาก ‘โชคดี’ จาก ‘หวย’ ต้องทำอย่างไร โดย อาจารย์ นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์

เคล็ดลับ ‘ดวงดี’ อยาก ‘โชคดี’ จาก ‘หวย’ ต้องทำอย่างไร โดย อาจารย์ นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์
1 พฤษภาคม 2564 | โดย สุดารัตน์ ศรีปานะ
19,497

หลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมเราถึงดวงอับ ไม่ “โชคดี” ไม่มีโชคจาก “หวย” ขอพรไม่ได้ผลอย่างคนอื่นเขาบ้าง อาจารย์ นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ มีเคล็ดลับ “ดวงดี” มาฝากให้ได้ลองทำกัน

อาจารย์ นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์พลังงานตัวเลข กล่าวถึง ผู้ที่อยากดวงดีถูกหวยขอพรแล้วสัมฤทธิ์ผลไม่มีอุปสรรค เพราะปัจจุบันตนเองดวงไม่มีโชคเอาเสียเลย ความจริงแล้วทุกคนสามารถ โชคดี ได้ แต่เราต้องทำลายอุปสรรคที่มากั้นกลางให้ได้เสียก่อน 

เคล็ดลับนั้นไม่ยากเลย จากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาพลิกชีวิตด้วยศาสตร์พลังตัวเลข เรื่องพลังของตัวเลขเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีโชคมีโอกาสใหม่ๆ มีสิ่งดีๆ เข้ามา แต่บางอย่างมันก็มีสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ เจ้ากรรมนายเวร นี่เป็นอุปสรรคสำคัญในการขัดโชค เราต้องแก้ไขวิบากกรรมเรื่องเจ้ากรรมนายเวรเสียก่อน ชีวิตถึงจะดีขึ้น ถ้าเรามีเจ้ากรรมนายเวรวิบากกรรมเก่าอยู่ เราไม่ได้ชดใช้ไม่ได้บรรเทาด้วยทางใดทางหนึ่ง โชคลาภก็จะเข้ามาไม่ได้ สิ่งดีๆ ก็จะเข้าไม่ได้

ถ้าพูดให้เห็นภาพคือ เปรียบเสมือนการสวดมนต์คาถาเงินล้าน เราขอพรจากเทพองค์นั้นองค์นี้ ไปขอเทวดาที่มีพลัง หรือไปขอไอ้ไข่ที่เขาฮิตกันนักหนา บางคนขอได้ แต่บางคนขอไม่ได้ ซึ่งคนที่ไม่ได้นั้นเหตุเพราะมีเจ้ากรรมนายเวรมากั้น เทวดาที่ตั้งใจมาให้พรก็จะโดนเจ้ากรรมนายเวรบอกว่า อย่าเข้ามา ผมกับคนผู้นี้ยังชำระหนี้กรรมยังไม่จบ เอาไว้หนี้กรรมตรงนี้จบเมื่อไหร่ ท่านค่อยให้พรคนๆ นี้ นี่แหละจึงเป็นที่มาของการไม่มีโชค มีแต่อุปสรรค ขอพรไม่สมหวัง

สำหรับการแก้ไขเรื่องนี้ อาจารย์นิติกฤตย์ ได้คำตอบจาก พระอาจารย์ดร.สิงห์ทน นราสโภ ผู้ที่คิดค้นบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวรซึ่งเป็นพุทธมนต์ปาฏิหาริย์ พลิกชีวิตผู้คนมามากมาย ช่วยแก้ไขเรื่องเจ้ากรรมนายเวรที่ขัดขวางเราอยู่ เป็นการบรรเทาทุกข์ด้วยตัวเราเอง

ฉะนั้น หากอยาก ดวงดี โชคดี และถูก หวย แบบไม่มีอะไรกั้น ต้องแก้ไขหนักให้เป็นเบาโดยการสวดมนต์บทนี้ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผมมีงานวิจัยเชิงคุณภาพ และ Cast Study มากมาย บางคนนำไปปฏิบัติหลายเดือนแล้วมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง บางคนสวดมนต์เพียง 7 วันก็ได้ผล พอได้สวดมนต์มีหลายเหตุการณ์ที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาลงได้ เหตุการณ์บางอย่างไม่น่าจะผ่านได้แต่ก็ผ่านได้ เช่น มีคดีความฟ้องร้องอยู่ ป่วย คนที่มีความทุกข์อยู่ตรงหน้า เมื่อบอกให้สวดมนต์ เขาเชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่คนเหล่านี้มักจะสวด และผลปรากฏว่า สวดอยู่ 2-3 อาทิตย์ไปแล้วดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนมีปัญหาเรื่องความรัก คนรักไม่มีทีท่าจะอ่อนโยนทะเลาะกันรุนแรง แต่พอสวดมนต์บทนี้ไปเรื่อยๆ สามีกลับกลายเป็นคนอ่อนโยนมากขึ้น โอนเงินให้ ใส่ใจทุกข์สุขกัน จากเกลียดกันกลายเป็นรัก

อาจารย์ นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า การสวดมนต์นั้นให้สวดบาลีและต้องอ่านคำแปลด้วย และยังสามารถสวดให้ผู้อื่นได้ด้วย ช่วยผู้อื่นได้ด้วย จบแรกให้ตัวเอง จบที่สองให้ผู้อื่น หรือจะสวดหลายๆ จบก็ยิ่งดี กรณีสวดมนต์ให้ผู้อื่นต้องเปลี่ยนจาก เม เป็น เต เรื่องกรรมนั้นไม่ใช่จะมีแค่เราคนเดียว เรายังมีกรรมที่เป็นของตระกูล บรรพบุรุษสร้างกรรมอะไรมันจะส่งต่อเป็นกัมมะพันธุด้วย เพราะเลือดเนื้อของเรานั้นสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ฉะนั้นถ้าจะให้ดีเราก็ควรจะสวดให้กับบรรพบุรุษด้วย จบแรกให้ตัวเองใส่ชื่อตัวเอง จบที่สองให้ใส่ชื่อตระกูลของเรา ก็จะแก้ไขวิบากกรรมส่วนตัว และวิบากกรรมของตระกูลด้วย

นี่คือเคล็ดที่ไม่ลับ หากอยากรู้ว่า มันจริงแค่ไหน จะ โชคดี ถูก หวย ดวงดี จริงหรือเปล่า ก็ต้องพิสูจน์อย่างจริงจังและถูกต้องอย่างต่อเนื่อง แล้วจะรู้ผลด้วยตนเอง ไม่รับประกันว่าแต่ละคนจะได้ผลแบบไหนหรือได้ผลเมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ที่แน่ๆ ทำดีย่อมได้ดี และจะได้ดี ถ้ายอมรับ ชดใช้ ปล่อยวาง และแก้ปัญหา ลองใช้ตัวเลือกนี้ช่วย แล้วทุกๆ อย่างที่มันยากก็จะกลายเป็นง่าย

บทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวร

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

(ว่า ครั้ง)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก

อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ (อ่านว่า วิญญูฮีติ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย

อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ

(จุดเริ่มต้น กรณีสวดรอบที่ 2 เป็นต้นไป)

*สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ

อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ (เมตตา)

สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ (กรุณา)

สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ (มุทิตา)

สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา

ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ (อุเบกขา)

ทุกขโต ทุกขะฐานันติ วะทันติ พุทธา นะ หิ เวเรนะ เวรานิ สัมมันตีธะ กุทาจะนัง อะเวเรนะ จะ สัมมันติ เอสะ ธัมโม สะนันตะโนฯ

พุทโธ พุทธัง รักษา ธัมโม ธัมมัง รักษา สังโฆ สังฆัง รักษาฯ

พุทโธ พุทธัง อะระหัง ธัมโม ธัมมัง อะระหัง สังโฆ สังฆัง อะระหังฯ

พุทโธ พุทธัง กัณหะ ธัมโม ธัมมัง กัณหะ สังโฆ สังฆัง กัณหะ

อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ภะวันตุ เม*(สวดให้ตนเอง หากสวดให้ผู้อื่นเปลี่ยนเป็น เต)

นะสาเปเส พุรุอะกัง ปะริปัตตัง ปะริขันตัง

มัจจุราชา นะ ภาสะติ มัจจุราชา นะ ปัสสะติฯ

สุญญะโต โลกัง อะเวกขัสสุ …( ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด ของตนเอง หรือผู้ที่ต้องการสวดให้)…

สะทา สะโต อัตตานุทิฏฐิง อูหัจจะ เอวัง มัจจุตะโร สิยา

เอวัง โลกัง อะเวกขันตัง มัจจุราชา นะ ปัสสะติฯ

อิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ

ทุติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฏฐามิ

ตะติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฏฐามิ

โย ทัณเฑนะ อทัณเฑสุ อัปปะทุฏเฐสุ ทุสสะติ

ทะสันนะมัญญะตะรัง ฐานัง ขิปปะเมวะ นิคัจฉะติ

เวทะนัง ผะรุสัง ชานิง สะรีรัสสะ จะ เภทะนัง คะรุกัง วาปิ อาพาธัง จิตตักเขปัง วะ ปาปุเณ ราชะโต วา อุปะสัคคัง อัพภักขาณัง วะ ทารุณัง ปะริกขะยัง วะ ญาตีนัง โภคานัง วะ ปะภังคุณัง อะถะ วาสสะ อะคะรานิ อัคคิ ฑะหะติ ปาวะโก กายัสสะ เภทา ทุปปัญโญ นิระสัง โส อุปปัชชะติฯ

หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว ขะยะวะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติฯ

อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจาฯ

อุททิฏฐัง โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา สัมมาสัมพุทเธนะ โอวาทะปาฏิโมกขัง ตีหิ คาถาหิ สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง กุสะลัสสูปะสัมปะทา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พุทธานะ สาสะนังฯ

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต ปาฎิโมกเข จะ สังวะโร มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง อะธิจิตเต จะ อาโยโค เอตัง พุทธานะ สาสะนันติฯ

บทสวดเมตตานิสังสะสุตตะปาโฐ

เอวัมเม สุตังฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเมฯ ตัต์ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโวติฯ ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ภะคะวา เอตะทะโวจะ

เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ 

เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาฯ

กะตะเม เอกาทะสะฯ 

สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติฯ 

นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติฯ 

มะนุสสานัง ปิโย โหติฯ 

อะมะนุสสานัง ปิโย โหติฯ 

เทวะตา รักขันติฯ 

นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติฯ 

ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติฯ 

มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติฯ 

อะสัมมูฬ์โห กาลัง กะโรติฯ 

อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติฯ

เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ 

อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาติฯ 

อิทะมะโวจะ ภะคะวาฯ 

อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติฯ

อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สุขะวัฑฒะโก โหตุ สัพพะทาฯ ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปัททะวา อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ จะ เตชะสา ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตถิ ภาค๎ยัง สุขัง พะลัง สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุฑฒี จะ ยะสะวา สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชีวะสิทธี ภะวันตุ เม*

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*

เม* สวดให้ตนเอง เต* สวดให้ผู้อื่น

(หลังสวดบาลีจบให้กล่าวคำแปลที่เป็นใจความสำคัญ)

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต่างตรัสสอนไว้ว่าทำทุกข์แก่ท่าน

ทุกข์นั้นจะมาถึงตน ในกาลไหนๆ เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร

เวรทั้งหลายย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรเท่านั้น

ขอคุณพระศรีรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์จงปกป้องคุ้มครองรักษา

ทั้งคุณญาณบารมีของพระอริยะผู้ทรงอภิญญาทั้งหลาย

จงช่วยปกป้องคุ้มครอง ช่วยให้มีอายุยืนยาว มีผิวพรรณผ่องใส มีความสุข และมีพลังคุ้มครอง

เป็นเหตุให้เกิดพลังปาฏิหาริย์อันเป็นอัศจรรย์ ทำให้พญามัจจุราช (เจ้ากรรมนายเวร) ไม่พูดถึงและมองไม่เห็น (ข้าพเจ้า)

นี่แน่ ( ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด ของตนเอง หรือผู้ที่ต้องการสวดให้

เธอจงมองโลกหรือตัวเองให้ว่างเปล่า (ไม่มีตัวตน)

เมื่อเข้าใจมองโลกหรือตัวเองว่า ว่างเปล่า (ไม่มีตัวตน)

มัจจุราช (เจ้ากรรมนายเวร) จะมองไม่เห็นเธอ

จบท้ายให้ท่านหลับตาอธิษฐานในใจว่า

ขออโหสิ ขออโหสิ ขออโหสิ ได้โปรดให้อโหสิกรรมด้วยเถิด

ขอเราและท่าน จงเป็นอิสระจากวิบากเวรกรรมร่วมของกันและกัน

นับจากนี้ ขอให้ประสบแต่ความสุข ปราศจากความทุกข์

สมปรารถนาในสิ่งที่เป็นกุศลด้วยเทอญ"

161984540128

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง