หลอกเก็บเงินปลายทาง ภัยร้ายทำลายค้า Online

หลอกเก็บเงินปลายทาง ภัยร้ายทำลายค้า Online
12 เมษายน 2564 | โดย อกพงษ์ หริ่มเจริญ, ผู้อำนวยการกองกิจการอวกาศแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
355

การสั่งสินค้า Online เป็นความสะดวกสบายและความเคยชินของผู้บริโภคยุค Digital แต่มีกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยความเคยชินนี้หลอกเก็บเงินค่าสินค้าปลายทาง กลายเป็นภัยร้ายบ่อนทำลายธุรกิจ Online

ทุกวันนี้การสั่งสินค้าจากร้านค้าหรือผู้ประกอบการบนโลก Online เป็นความสะดวกสบายและความเคยชินของลูกค้าหรือผู้บริโภคในยุค Digital ที่มีตั้งแต่กลุ่มเด็กตัวน้อยๆ ไปจนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ หลายๆ ครอบครัวมีความสุขกับการนั่งดูสินค้าจากมือถือ พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ วิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนานแล้วก็ลงเอยด้วยการกดสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการอย่างสดชื่น 

หลายๆ บ้านมีพัสดุมาส่งที่บ้านวันละหลายๆ ชิ้น ชื่อพ่อ ชื่อแม่ ชื่อลูก ชื่อคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย และเยอะมากก็ใช้ชื่อเล่นในการจ่าหน้าพัสดุ หน้าที่การรับพัสดุก็จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน คนงาน หรือผู้สูงวัยที่อยู่บ้านในเวลากลางวัน และเมื่อทุกอย่างคือความเคยชิน ความระมัดระวังก็จะหมดไปเกิดเป็นช่องว่างให้กับมิจฉาชีพเข้ามาบ่อนทำลายช่องทางการค้าของผู้ค้าและผู้บริโภคเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่ไม่สำนึกว่าเรื่องที่ตนเองทำลงไป จะทำลายระบบและความน่าเชื่อถือของการทำธุรกิจบนโลก Online ไปทั้งหมด

  • ช่องว่างเล็กๆ ที่เพียงพอสำหรับมิจฉาชีพ

อย่างที่บอกแล้วว่าการสั่งซื้อของ Online เป็นเรื่องปกติ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ก็จะสั่งผ่าน Platform การค้า Online ที่มีชื่อเสียง มีการชดเชยหรือรับประกันสินค้าหากไม่เป็นไปตามความต้องการ แต่ก็จะมีมิจฉาชีพบางกลุ่มที่ใช้ความสะดวกสบายของธุรกิจเป็นช่องทางหากิน 

วิธีการก็คือ การสั่งสินค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งสินค้ามาจากประเทศจีน จากนั้นก็จับใส่พัสดุขนาดต่างๆ จ่าหน้าชื่อที่อยู่ ที่ได้มาโดยเน้นรายชื่อกลุ่มคนหรือบ้านที่มีการสั่งซื้อสินค้า Online สม่ำเสมอ และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือมิจฉาชีพเหล่านี้จะส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชนที่มีบริการรับพัสดุที่โกดัง ห้องแถว หรือมิจฉาชีพเหล่านั้นอาจจะนำไปส่งเองที่บริษัทขนส่งนั้นๆ ก็ได้ โดยจะชำระค่าขนส่งทั้งหมด แต่บริษัทขนส่งที่นำพัสดุไปส่งให้กับลูกค้าจะมีเงื่อนไขที่ผู้รับสินค้าหรือพัสดุจะต้องชำระเงินก่อนเปิดสินค้า หรือเก็บเงินปลายทางนั่นเอง ซึ่งตามระเบียบของบริษัทนั้นผู้รับจะไม่สามารถแกะพัสดุหรือสินค้าได้หากไม่มีการชำระเงินก่อน

ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผู้คนจำนวนหนึ่งปฏิเสธที่จะจ่ายเงินและไม่ขอรับสินค้าซึ่งสินค้าเหล่านั้นก็จะถูกส่งกลับไปยังต้นทาง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะยอมชำระเงิน เพราะโดยมากสินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูงมากตั้งแต่หลักสิบปลายๆ ไปถึงแค่หลักร้อยต้นๆ คือเป็นราคาที่นักซื้อของ Online ทั้งหลายยอมรับได้ หรือคนที่อยู่ทางบ้านไม่มีปัญหาในการชำระเงิน เพราะชื่อนามสกุลและที่อยู่ก็ถูกต้องชัดเจนเป็นของลูกหลานหรือเจ้านายที่บ้านทั้งสิ้น 

หัวใจสำคัญของปัญหานี้ก็คือแม้ว่าจะทราบภายหลังว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้สั่งคนส่วนใหญ่ก็จะไม่เสียเวลาไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่กี่สิบบาท

แต่ทุกท่านลองนึกภาพตามดูนะครับว่า มิจฉาชีพเหล่านี้ลงทุนค่าสินค้า ค่าส่ง ในหลักสิบบาท แต่ละวันถ้าทำได้สัก 100 ราย กำไรรายละ 80 บาท เท่ากับว่าคนกลุ่มนี้มีรายได้ 8,000 บาทต่อวัน แต่ละเดือนได้เงินจากวิธีสกปรกแบบนี้ 2.4 แสนบาทต่อเดือน สบายๆ อันนี้คิดกันแบบหยาบๆ ง่ายๆ และเป็นเพียงตัวเลขสมมุติเท่านั้นนะครับ ซึ่งในความเป็นจริงรายได้น่าจะมากกว่านี้หลายเท่าเลยทีเดียว เรื่องนี้เอาจริงๆ แล้วเป็นปัญหาที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรจะมาพูดคุยหรือหารือกันเป็นจริงเป็นจังนะครับ

  • แนวทางการแก้ไขปัญหา

เพื่อให้บรรยากาศของธุรกิจ Online มีความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ส่วนตัวผมคิดว่าผู้ที่ควรจะต้องรับผิดชอบมากที่สุดคือ บริษัทขนส่งสินค้า ที่ควรจะมีการลงทะเบียนผู้ส่งพัสดุหรือสถานที่รับของอย่างชัดเจนและควรมีการรวบรวมข้อมูลเรื่องร้องเรียนต่างๆ จากผู้รับสินค้าหรือพัสดุที่มีปัญหาจากนั้นก็ควรรวบรวมทำเรื่องให้กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 

ซึ่งในภาครัฐเองนั้นก็ควรจะมาหารือกันว่าปัญหาที่ได้เล่ามาข้างต้นน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานได้เพราะจริงๆ แล้วก็ดูจะคาบเกี่ยวกันหลายส่วนราชการอยู่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพานิชย์ เป็นต้น 

ในส่วนของผู้บริโภคหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายนั้นอาจจะต้องยอมสละเวลาไปแจ้งความและดำเนินการทางกฏหมายให้ถึงที่สุด ซึ่งว่ากันจริงๆ แล้ว เรื่องนี้ก็เสียเวลาทำมาหากินเอาการอยู่ครับ 

เอาเป็นว่าผมขอฝากประเด็นนี้ไว้ให้ผู้อ่านทุกท่านระมัดระวัง รอบคอบ อย่ายอมตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หากินบนความเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น สั่งสินค้าอะไรไปจากไหน จดไว้ข้างตู้เย็นเอาไว้ให้แม่บ้านหรือสมาชิกในครอบครัวตรวจสอบก่อนรับพัสดุก็จะดีนะครับ อาจจะเสียเวลานิดหน่อยแต่ก็เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและยกระดับการซื้อขาย Online ให้มีมาตราฐานยิ่งขึ้นครับ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง