เบนซ์ 'เอ 200 เอเอ็มจี ไดนามิค' เล็กๆ แต่เร้าใจ

เบนซ์ 'เอ 200 เอเอ็มจี ไดนามิค'  เล็กๆ แต่เร้าใจ
1 กุมภาพันธ์ 2564 | โดย สินธุ์ชัย ภมรพล [email protected]
7,422

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว "เอ 200 เอ็มเอ็มจี ไดนามิค" ในรูปแบบรถนำเข้า หรือ ซีบียู เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ก่อนที่จะขึ้นสายประกอบในประเทศเมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา

เมื่อครั้งยังทำตลาด ซีบียู เอ 200 เอเอ็มจี ไดนามิค มีค่าตัว "2.49 ล้านบาท" ซึ่งได้รับความสนใจไม่น้อยทีเดียว ทั้งเรื่องของรูปลักษณ์หน้าตา และสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็กๆ "1.3 ลิตร เทอร์โบ" ที่ให้กำลังถึง 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7G-DCT) ไปขับเคลื่อนล้อหน้า 

161214921097

การประกอบในประเทศทำให้ไม่มีภาระภาษีนำเข้า ราคาของ เอ 200 เอเอ็มจี ไดนามิค จึงน่าคบหายิ่งขึ้น เพราะถูกลง 3 แสนบาท เหลือ 2.15 ล้านบาท ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้่น

นอกจากนี้ยังเพิ่มทางเลือกมากขึ้น ด้วยการเติมรุ่นย่อยใหม่เข้ามาในตลาดคือ "เอ 200 โปรเกสซีฟ" ที่ต่างกันที่ชุดแต่ง เอเอ็มจี ล้อ และวัสดุตกแต่งภายใน แต่ก็ทำให้คนที่อยากเป็นเจ้าของรถตราดาวหาซื้อได้ในราคา "1.99 ล้านบาท" 

วันนี้ ผมจะมาพูดถึงการลองขับตัวท็อป เอเอ็มจี ไดนามิค ครับ 

แม้เอ-คลาส จะได้ชื่อเป็นน้องเล็กของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่การใช้งานจริง ก็ไม่ได้เป็นรถที่เล็กเสียจนอึดอัด ใช้งานทั่วไปได้สบายๆ หรือครอบครัวเล็กๆ ก็ใช้ได้สบายๆ เช่นกัน รูปทรงที่ออกแบบสปอร์ต เส้นสายหลังคาที่โค้งมน และท้ายลาด ซึ่งช่วยให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.22 ไม่ได้รบกวนห้องโดยสารมากนัก การออกแบบค่อนข้างดี นั่งสบาย ไม่อึดอัด ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง

ซึ่งตัวถังโดยรวมนั้นยาว 4,556 มม. กว้าง 1,796 มม. สูง 1,425 มม. ฐานล้อ 2,729 มม.

มุมมองด้านหน้ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วนกระจังหน้าแบบไดมอนด์ กริลล์ ฝังโลโก้ขนาดใหญ่เอาไว้ รูปทรงเข้ากันได้ดีกับโคมไฟที่ดูโฉบเฉี่ยว และช่องดักลม 

ไฟหน้าเป็นแบบ แอลอีดี แต่ไม่มีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติเหมือนรุ่นนำเข้า ส่วนไฟท้าย เป็นฟูล แอลอีดี การออกแบบมุมมองด้านท้ายดูเรียบง่าย มินิมอล แต่เติมความโฉบเฉี่ยวด้วยตัวสะท้อนแสง และปลายท่อไอเสียคู่ที่ตกแต่งเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่ตัวจริงครับ 

161209822829

161209822753

ตัวท็อปใช้ล้ออัลลอย 5 ก้าน ทูโทน ขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งยางขนาด 225/45 R18

 

รถออกแบบให้มีหลังคาค่อนข้่างต่ำ แต่การเข้าออก การนั่งไม่ใช่ปัญหา ไม่ยากด้วย ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองมีความสูงมากเป็นพิเศษจนกลัวว่าศีรษะจะกระแทกขอบประตู แนะนำให้หย่อนก้นเข้าไปนั่งก่อนจากนั้นก็เอาส่วนที่เหลือของร่างกายตามเข้าไป ง่ายๆ ตอนลงก็หมุนตัว เอาเท้าทั้ง 2 ข้างออกมาก่อน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังออกแบบให้ประตูเปิดได้ค่อนข้างกว้าง ช่วยให้เข้าออกง่ายยิ่งขึ้น

เมื่อเข้าไปนั่ง จะรู้สึกว่าจมลงไปในเบาะเล็กน้อย แน่นอนเป็นความตั้่งใจ ช่วยให้นั่งได้สบาย และกระชับลำตัว เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถขณะขับขี่ และช่วยเติมความรู้สึกสปอร์ตเมื่อได้เข้าไปนั่งด้วย 

ภายในห้องโดยสาร หรูหรา มีรายละเอียดมากมาย เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ และวัสดุศาสตร์ ทั้งวัสดุบุนุ่ม อลูมิเนียมผิวด้าน โครเมียม  ผ้าไมโครไฟเบอร์ พร้อมด้วยตะเข็บแดง และมีแอมเบี้ยนไลท์ให้เลือกสร้างบรรยากาศกันหลายสิบสี แล้วแต่ชอบ

จอแสดงผล 10.25 นิ้ว ดูใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับตัวรถอย่าง เอ-คลาส ชณะที่มาตรวัดก็เป็นแบบดิจิทัล เช่นกัน และมีขนาด 10.25 นิ้วเช่นกัน แสดงข้อมูลต่างๆ ตามแต่ที่ผู้ขับจะเลือกผ่านปุ่มควบคุมหรือทัชแพดเล็กๆ บนพวงมาลัย ได้ชัดเจน 

161209806153

161214972585

เบาะหนั่งอาติโก้กับผ้าไมโครไฟเบอร์ เสริมสปอร์ตด้วยตะเข็บสีแดง ปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง และเพิ่มความสะดวกด้วยระบบบันทึกตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง แต่ว่ามีเฉพาะด้านคนขับนะครับ ฝั่งผู้โดยสารเป็นแบบแมนนวลปรับด้วยมือ แต่ระบบดันหลังนั้นมีทั้ง 2 ฝั่ง 

อย่างที่บอกครับว่า เบาะนั่งออกแบบมาดี อยู่กันหลายชั่วโมง ไม่เมื่อยล้า 

161214921219

161214921468

โหมดการขับขี่มีให้เลือกทั้ง "อีโค" เมื่อต้องการความประหยัดเพิ่มขึ้น "คอมฟอร์ท" สำหรับการขับทั่วๆไป "สปอร์ต" จะเติมอารมณ์ด้วยการตอบสนองของคันเร่งที่เร็วขึ้น รักษารอบเครื่องสูงๆ  เพิ่มน้ำหนักพวงมาลัย พร้อมปรับแต่งเสียง และ "อินดิวิดวล" ให้ปรับแยกในแต่ละส่วน ทั้งเกียร์ พวงมาลัย คันเร่ง หรือ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว อีเอสพี 

แต่จากการลองขับทั้งหมดกว่า 700 กม. ผมใช้ คอมฟอร์ทมากที่สุด เพราะมันรองรับการเดินทางได้เพียงพอ แม้จะใช้ความเร็วที่หลากหลายก็ตาม และการตอบสนองของคันเร่งก็มาได้รวดเร็วตามแรงกดที่เท้า ต่างจากโหมดสปอร์ตที่เร็วกว่า ไม่มาก แต่เมื่อมองในภาพรวมต่างๆ ผมว่ามันสมดุลกว่า ทั้งอารมณ์สปอร์ต นุ่มนวล และสะดวกสบาย 

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.1 วินาที ไม่เลว และที่เด่นของเจ้าเครื่องยนต์ตัวเล็ก เทอร์โบ ก็คือ กำลังมาต่อเนื่อง ไล่ไปจนถึงความเร็วที่ไม่อยากบอกออกสื่อได้สม่ำเสมอ แทบไม่มีจังหวะหน่วงให้รู้สึก 

161214794819

พวงมาลัยน้ำหนักดี นิ่ง ช่วงล่างก็รองรับการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ ได้ดี เปลี่ยนเลนไปมาได้มั่นใจ การโยนตัวมีน้อย ขณะที่การเก็บเสียงในห้องโดยสารก็ค่อนข้างเงียบ และที่ความเร็วเดินทางระดับ 110-120 กม./ชม. มีเสียงลมปะทะบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นทำให้รำคาญ 

ผมคิดเล่นๆ ว่า บางทีก็ไม่ต้องไปมองหา เอเอ็มจี แต่มาเลือกรถคันเล็กๆ ที่เพิ่มความคล่องตัว กับน้ำหนักเบาๆ ที่ทำให้เครื่องยนต์ซึ่งร้อนแรงอยู่แล้ว ช่วยส่งเสริมเรื่องความปราดเปรียวยิ่งขึ้นไปอีก แค่นี้ก็ขับได้สนุกได้มากโขแล้วครับ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: