วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ได้ ‘คนละครึ่ง’ ก็ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ ได้ รับเงินรวม 10,500 บาท

ได้ ‘คนละครึ่ง’ ก็ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ ได้ รับเงินรวม 10,500 บาท

เปิดเบื้องหลังกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯ "คนละครึ่ง" ได้สิทธิ์ ลงทะเบียน "เราชนะ" รับเงินสูงสุดรวม 10,500 บาท/ราย สุดท้ายคลังไม่ขัดข้อง ชี้วัตถุประสงค์สองโครงการไม่เหมือนกัน ให้สองโครงการถือว่าไม่รอนสิทธิ์ประชาชน

โครงการ “เราชนะ”ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาครอบคลุมกลุ่มประชากร 31.1 ล้านคนซึ่งจะเริ่มทยอยให้เงินเป็นรายสัปดาห์แก่ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ 3,500 บาทเป็นระยะเวลา 2 เดือนรวม 7,000 บาทตั้งแต่เดือน ก.พ.นี้

ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการแบ่งเป็น 3 กลุ่ม แบ่งเป็น 1.กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.7 ล้านราย จะได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากเงินที่เติมให้ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเติมให้ครบ 7,000 บาทภายในระยะเวลา 2 เดือน (เดือนละ 3,500 บาท) โดยกลุ่มที่ได้รับเงิน 800 บาทต่อเดือนจะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 675 บาท/สัปดาห์หรือ 2,700 บาท/คน/เดือน รวมวงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการฯ จำนวน 5,400 บาท

ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รับเงินอยู่แล้ว 700 บาท/เดือนจะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 700 บาท/สัปดาห์ หรือ 2,800 บาท/คน/เดือน รวมวงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการฯ จำนวน 5,600 บาทโดยจะเริ่มจ่ายเงินในสัปดาห์แรกในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ.และจากนั้นจะจ่ายให้ในวันศุกร์ทุกสัปดาห์จนกว่าจะครบจำนวนเงิน

ข่าวที่น่าสนใจ :

2.กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง” จากฐานข้อมูลคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันซึ่งมีอยู่ประมาณ 14 ล้านคน โดยผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับวงเงินช่วยเหลือผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet)แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นรายสัปดาห์ จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ (หรือจนถึงสิ้นเดือนพ.ค.2564)จำนวน 7,000 บาท ทั้งนี้ กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”ฯ สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2564 และจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุก ๆ วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบวงเงิน

และ 3.กลุ่มที่ยังไม่มีฐานข้อมูลอยู่กับภาครัฐ ประมาณ 4 ล้านคน กลุ่มนี้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.- 12 ก.พ.2564 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น โดยกลุ่มนี้จะเริ่มได้รับเงิน เป็นรายสัปดาห์ จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ (หรือจนถึงสิ้นเดือนพ.ค.2564)จำนวน 7,000 บาทและจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุก ๆ วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2564 เช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2 โดยกลุ่มนี้จะเปิดให้ลงทะเบียน 29 ม.ค.-12 ก.พ.2564

เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติที่เป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี และผู้ที่ไม่มีเงินในบัญชีเงินฝากทุกบัญชีเกิน 500,000  บาท จะทำให้คนบางกลุ่มที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่งได้รับสิทธิ์ซื้อสินค้าและบริการโดยรัฐสมทบให้วันละไม่เกิน 150 บาท รวมวงเงิน 3,500 บาทโดยลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการ “เราชนะ” ได้อีก 7,000 บาท  รวมเป็นเงินที่ได้รับสูงสุดจากภาครัฐทั้งสองโครงการคือคนละครึ่งและโครงการเราชนะรวมเป็นเงิน 10,500 บาท 

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าในเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ที่มีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาหน่วยงานเศรษฐกิขได้มีการถกเถียงกันในประเด็นที่ว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งไปแล้วสมควรที่จะไดรับสิทธิ์ในโครงการ “เราชนะ” ด้วยหรือไม่ 

โดยกรรมการฯได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือ เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ภายใต้โครงการเราชนะ เป็นการพิจารณาคุณสมบัติจากคนที่ไม่ตรงตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ (Negative List)ซึ่งมีจำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนจากโครงการเราชนะสามารถเข้าถึงมาตรการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง จึงเห็นว่าคณะกรรมการฯอาจมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขของผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งรอบตกหล่น เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการเราชนะแล้วสามารถเข้าร่วมโครงการฯรอบตกหล่นได้อีก เนื่องจากอาจจะถือว่าได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐที่ซ้ำซ้อนกัน 

อย่างไรก็ตามการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวอาจเข้าข่ายว่าเป็นการรอนสิทธิ์ของประชาชนได้ เนื่องจากที่ผ่านมาการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและโครงการช็อปดีมีคืนเป็นโครงการที่ชัดเจนด้วยระบบภาษี ซึ่งแตกต่างจากโครงการเราชนะที่เป็นการคัดกรองจาก Negative List ทำให้ประชาชนบางกลุ่มจะสามารถเข้าร่วมทั้งสองโครงการได้ 

ประกอบกับวัตถุประสงค์ทั้งสองโครงการมีความแตกต่างกัน กล่าวคือโครงการเราชนะมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน ในขณะที่โครงการคนละครึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนในลักษณะรัฐและประชาชนร่วมจ่าย (Co-pay)

นอกจากนี้การกำหนดเงื่อนไขดังกล่วจะมีผลกระทบต่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 1และระยะที่2  ซึ่งในขณะที่ประชาชนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว ภายหลังมีการกำหนดเงื่อนขเพิ่มเติมอาจจะมีผลกระทบทั้งในเรื่องสิทธิ์และอำนาจในการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งจะอธิบายชี้แจงต่อประชาชนได้ยาก

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงมาตรการต่าง ๆของภาครัฐได้อย่างครอบคลุม จึงขอให้ สศค. พิจารณากำหนดเงื่อนไขที่จะให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนโครงการๆก่อนเป็นลำดับแรก และหากยังมีสิทธิ์คงเหลือจึงค่อยจัดสรรสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วแต่ถูกตัดสิทธิ์เป็นลำดับถัดไป แต่ในเบื้องต้นช่วงที่มีการกำหนดมาตรการนี้ให้คนที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่งไปแล้วแต่มีสิทธิ์จะได้รับสิทธิ์เราชนะด้วยสามารถที่จะลงทะเบียนได้โดยไม่เสียสิทธิ์แต่อย่างไร